โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พริษฐ์ กังวล พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล. เยียวยาหว่านแห-ตีเช็คเปล่า เลี่ยงสภาตรวจสอบ

Khaosod

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 04.25 น.
พริษฐ์ กังวล พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล. เยียวยาหว่านแห-ตีเช็คเปล่า เลี่ยงสภาตรวจสอบ

‘พริษฐ์’ กังวล พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เยียวยาหว่านแห-สอดไส้โครงการ ตีเช็คเปล่า เลี่ยงการตรวจสอบของสภา แนะ ทำเป็น พ.ร.บ. ชวนจับตาแลนด์บริดจ์ อาจไม่โปร่งใส

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 5 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า อยากชวนประชาชนจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ คาดว่าจะมีมติยืนยันว่าจะมีกฎหมายฉบับใดบ้างที่ค้างจากสภาชุดที่แล้วได้ไปต่อ

ซึ่งตนเห็นว่ามีหลายฉบับที่มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เช่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ร่างพ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PRTR) ที่มีส่วนทำให้อากาศของเราบริสุทธิ์ สามารถแก้ไขปัญหา PM 2.5 และมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมได้

ร่างพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลสามารถใช้แก้ไขปัญหาการผูกขาด หรือส่งเสริมการแข่งขันในตลาดได้ ถ้าตลาดมีการแข่งขันหรือการผูกขาดที่น้อยลงก็จะแปรมาเป็นค่าของชีพที่สูงขึ้นให้กับประชาชน

ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่มีส่วนทำให้สิทธิของผู้ใช้แรงงานใกล้เคียงกับมาตรฐานสากลมากขึ้น ทั้งชั่วโมงทำงาน วันลา และสัญญาจ้างที่เป็นธรรม ซึ่งก็ต้องรอดูว่าครม.จะมีมติยืนยันกฎหมายฉบับใดบ้าง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา ทางวิปรัฐบาลออกมายืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นหนึ่งในกฎหมายที่จะถูกยืนยัน ซึ่งฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างใกล้ชิด หากร่างกฎหมายฉบับใดที่ครม.ไม่มีมติยืนยันในวันนี้ และฝ่ายค้านเห็นว่า ครม.ควรจะยืนยัน เราก็จะซักถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทำคำชี้แจงกลับไปให้ครม.ทบทวนการตัดสินใจ เพราะหากไม่ยืนยันวันนี้ก็จะมีการประชุมครม.ในวันที่ 12 พ.ค. ซึ่งยังอยู่ในกรอบ 60 วัน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในวันนี้ โดยวงเงินดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 2 แสนล้านบาท ที่จะใช้ในการเยียวยาประชาชนจากวิกฤตพลังงาน และอีก 2 แสนล้านบาท เป็นโครงการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ซึ่งพรรคประชาชนมีความกังวลใจ เพราะครึ่งหนึ่งเป็นการเยียวยาแบบหว่านแห สุ่มเสี่ยงตกหล่น โดยเรื่องของการเยียวยาเราเห็นตรงกันว่า ด้วยวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องมีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เรามีความกังวลในรายละเอียด คือ แม้ว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง จะพูดมาโดยตลอดว่า ต้องการเยียวยาแบบพุ่งเป้า แต่โครงการที่เห็นโดยเฉพาะไทยช่วยไทยพลัสที่ต่อยอดมาจากคนละครึ่ง เป็นโครงการในลักษณะหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

หากขั้นตอนในการลงทะเบียนเป็นใครลงก่อนได้ก่อน ก็สุ่มเสี่ยงว่าไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ประชาชนที่เดือดร้อนที่สุด และแม้จะมีโครงการดังกล่าว แต่ก็อาจจะมีบางกลุ่มที่ตกหล่นจากมาตรการต่างๆ อยู่ เช่น ภาคขนส่งและภาคประมง ซึ่งทั้ง 2 ภาคจะเข้าพบทีมครม.เงา ในวันที่ 6 พ.ค. เพื่อสะท้อนถึงประสิทธิภาพมาตรการของรัฐบาล

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลเดินหน้าด้วยโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในลักษณะที่ประชาชนต้องออกส่วนหนึ่ง 40% ซึ่งอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับเป้าหมายหลักที่ต้องการเยียวยาและลดค่าครองชีพของประชาชน

ซึ่งโครงการที่มีลักษณะให้ประชาชนช่วยออก ที่ผ่านมามักจะใช้เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายมากกว่า แต่ปัญหาที่เราเผชิญอยู่เป็นปัญหาเรื่องต้นทุนและค่าครองชีพ จึงคิดว่าการออกโครงการในรูปแบบนี้อาจจะไม่เหมาะสมที่สุด

ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง 2 แสนล้านบาท เป็นโครงการตีเช็คเปล่าที่พยายามจะหลีกหนีการตรวจสอบของสภา ก็ตั้งคำถามว่าเหตุใดก้อนนี้ ถึงไปรวมอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะตามรัฐธรรมนูญ ถ้าจะออกเป็น พ.ร.ก. ต้องเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านวิกฤตพลังงานน่าจะจัดเป็น พ.ร.บ.เพื่อเสนอเข้าสภาจะเหมาะสมกว่า

ซึ่งการออกเป็น พ.ร.บ. ไม่ได้ทำให้ล่าช้าจนเกินไป ทำให้สภาได้ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการได้ จึงกังวลใจว่าเป็นการฉวยโอกาส เอาก้อนที่สองนี้ ไปรวมใน พ.ร.ก.เงินกู้ เป็นการตีเช็คเปล่า หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาหรือไม่

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องของกลไก แต่ในเชิงหลักการมองว่าก้อนที่สอง เป็นก้อนที่มีความสุ่มเสี่ยง จะไม่เข้านิยามคำว่าเร่งด่วน ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และมองว่าขั้นตอนที่เหมาะสมกว่าคือการเอาก้อนนี้มาเสนอเป็น พ.ร.บ. เพื่อให้สภาได้ทำหน้าที่ตรวจสอบได้

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ สิ่งที่เรากังวล คือ โครงการแลนด์บริดจ์ ในเรื่องของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือกระบวนการที่ตั้งข้อสังเกตว่าการนำเสนอนโยบายอาจไม่โปร่งใส เพราะไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ดำเนินการอย่างเร่งรัด

โดยชวนประชาชนจับตาเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ 2 ประเด็น คือ 1.พ.ร.บ.เอสอีซี ที่เนื้อหาคล้ายคลึงกับ พ.ร.บ.อีอีซี พรรคประชาชนไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดจาก พ.ร.บ.อีอีซี ขึ้นซ้ำรอยกับ พ.ร.บ.เอสอีซี

จึงเตรียมเสนอญัตติกรรมาธิการการศึกษาผลกระทบจากกฎหมายอีอีซี เพื่อประกอบวิเคราะห์กับร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี ทั้งประเด็นเรื่องเงินลงทุนที่ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย หรือผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่

2.จับตาว่ารัฐบาลจะนำร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี เข้าที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบหรือไม่ เพราะมีการจัดทำตั้งแต่สภาชุดก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พริษฐ์ กังวล พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล. เยียวยาหว่านแห-ตีเช็คเปล่า เลี่ยงสภาตรวจสอบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...