โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เดือด!ปิดล้อมฮอร์มุซ ‘สหรัฐ’ส่งเรือรบประชิด อาเซียนถกรับมือวิกฤต

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

สงครามตะวันออกกลางยังไร้ทางออก "ทรัมป์" ไม่ง้ออิหร่าน ไม่กลับมาเจรจาก็ไม่เป็นไร ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ ปิดล้อมท่าเรือทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซีย ฝั่งอิหร่านเตือนจะติดอยู่ในวังวนมรณะ สวน "ทรัมป์" ไร้สาระและตลก ด้าน "มาครง" เผยฝรั่งเศสจับมืออังกฤษร่วมฟื้นฟูการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เขาไม่สนใจว่าอิหร่านจะกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ อีกหรือไม่ หลังจากที่การเจรจาในปากีสถานช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

"ผมไม่สนใจว่าพวกเขาจะกลับมาหรือไม่ ถ้าพวกเขาไม่กลับมา ผมก็ไม่เป็นไร" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์สในรัฐแมริแลนด์ หลังจากเดินทางกลับจากฟลอริดา

กองทัพสหรัฐฯ แถลงว่า จะปิดล้อมท่าเรือทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซียของอิหร่านในวันจันทร์ เวลา 14.00 น.GMT ซึ่งเป็นการเข้าควบคุมการจราจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่ใช้ขนส่งน้ำมันหนึ่งในห้าของโลก

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวในโพสต์บน X ว่า "การปิดล้อมจะถูกบังคับใช้อย่างเป็นกลางกับเรือของทุกชาติที่เข้าหรือออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน รวมถึงท่าเรืออิหร่านทั้งหมดในอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน" พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ จะ "ไม่ขัดขวางเสรีภาพในการเดินเรือสำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังและจากท่าเรือที่ไม่ใช่ของอิหร่าน"

ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านกล่าวว่า กองกำลังรักษาความปลอดภัยของอิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ และเตือนว่าศัตรูจะถูกดักจับอยู่ใน "วังวนมรณะ" หาก "กระทำการผิดพลาด" ใดๆ

สถานีโทรทัศน์ของรัฐรายงานว่า ชาห์ราม อิรานี ผู้บัญชาการกองทัพเรืออิหร่าน กล่าวว่า คำขู่ของทรัมป์นั้น "ไร้สาระและตลก" พร้อมเสริมว่ากองทัพของประเทศกำลัง "เฝ้าติดตามและควบคุมความเคลื่อนไหวทั้งหมดของกองทัพอเมริกันที่ก้าวร้าวในภูมิภาคนี้"

ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์ กล่าวว่า ประเทศของเขาจะไม่ยอมอ่อนข้อหลังจากที่ทรัมป์ขู่ว่าจะปิดล้อมช่องแคบอิหร่านก่อนหน้านี้

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ กล่าวว่า "ถ้าพวกเขาสู้ เราก็จะสู้ และถ้าพวกเขาใช้เหตุผล เราก็จะใช้เหตุผลตอบโต้" โดยสำนักข่าวอิหร่านหลายแห่งรายงานคำกล่าวนี้

"เราจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่ใดๆ ปล่อยให้พวกเขามาทดสอบความมุ่งมั่นของเราอีกครั้ง เพื่อที่เราจะได้สั่งสอนบทเรียนที่ใหญ่กว่าให้พวกเขา"

อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่า เตหะรานเกือบจะบรรลุข้อตกลงกับวอชิงตันได้แล้ว ในระหว่างการเจรจาช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในปากีสถาน

เขากล่าวในโพสต์บน X ว่า "อิหร่านได้เจรจากับสหรัฐฯ ด้วยความจริงใจเพื่อยุติสงคราม"

แต่เมื่อ "ใกล้จะบรรลุข้อตกลงกันได้อีกนิดเดียว" "เรากลับต้องเผชิญกับการเรียกร้องอย่างสุดโต่ง การเปลี่ยนเงื่อนไข และการปิดกั้น" เขากล่าวเสริม

ด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ฝรั่งเศสและอังกฤษจะร่วมมือกันใน "ภารกิจพหุภาคีอย่างสันติ" เพื่อฟื้นฟูการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ภารกิจนี้จะ "แยกต่างหากจากฝ่ายที่กำลังสู้รบ"

การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้จุดชนวนสงครามในวงกว้างทั่วภูมิภาค และทำให้การจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซทั่วโลกหยุดชะงักเกือบทั้งหมด

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อิหร่านและสหรัฐอเมริกาตกลงที่จะหยุดการสู้รบเป็นเวลาสองสัปดาห์ แต่การเจรจาหยุดยิงระหว่างฝ่ายที่กำลังสู้รบกันในปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากลับล้มเหลว

มาครงกล่าวว่า "ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะร่วมกับสหราชอาณาจักรจัดการประชุมกับประเทศต่างๆ ที่พร้อมจะร่วมมือกับเราในภารกิจพหุภาคีเพื่อสันติภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบ"

"ภารกิจป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดนี้ ซึ่งแยกออกจากฝ่ายที่กำลังสู้รบในความขัดแย้ง มีจุดประสงค์ที่จะถูกส่งไปปฏิบัติการโดยเร็วที่สุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย"

นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า สหราชอาณาจักรจะไม่เข้าร่วมการปิดล้อมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศ

ราคาน้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ หลังจากการเจรจาสันติภาพล้มเหลว และทรัมป์สั่งปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน

หลังจากเปิดการซื้อขายได้ไม่นาน ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) สำหรับการส่งมอบเดือนพฤษภาคมปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 104.50 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันมาตรฐานสากลสำหรับการส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวสูงขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 102 ดอลลาร์

ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล กล่าวขณะเยี่ยมชมกองกำลังที่บุกเข้าเลบานอนตอนใต้ว่า กองกำลังอิสราเอลได้กำจัดภัยคุกคามจากการรุกรานของกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านแล้ว

"สงครามยังคงดำเนินต่อไป รวมถึงภายในเขตความมั่นคงในเลบานอน" เนทันยาฮูกล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่โดยสำนักงานของเขา

กองกำลังรักษาสันติภาพชั่วคราวแห่งสหประชาชาติในเลบานอน (UNIFIL) กล่าวว่า รถถังของอิสราเอลพุ่งชนรถยนต์ของกองกำลังรักษาสันติภาพสองครั้งในภาคใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อิสราเอลและฮิซบอลลาห์ทำสงครามกันมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว

แถลงการณ์ระบุว่า ทหารอิสราเอลได้ปิดกั้นถนนในเมืองบายาดาทางตอนใต้ของเลบานอน "ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าถึงตำแหน่งของกองกำลังรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติ"

อิสราเอลยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลางในปัจจุบันไม่มีผลบังคับใช้กับปฏิบัติการทางทหารของตนในเลบานอนที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์

สื่อทางการของเลบานอนรายงานว่า อิสราเอลได้โจมตีอย่างหนักทั่วภาคใต้ของประเทศ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมในแนวรบนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2,055 ราย

นายกรัฐมนตรีนาวาฟ ซาลาม ของเลบานอน กล่าวว่า เขากำลังดำเนินการเพื่อยุติสงครามระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลลาห์ และเพื่อให้มั่นใจว่ากองกำลังอิสราเอลจะถอนตัวออกไป

ซาลามกล่าวว่า "เราจะทำงานต่อไปเพื่อยุติสงครามนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าอิสราเอลจะถอนตัวออกจากดินแดนของเราทั้งหมด นักโทษทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัว การสร้างหมู่บ้านและเมืองที่ถูกทำลายขึ้นใหม่ และการกลับมาอย่างปลอดภัยของผู้พลัดถิ่น"

ขณะที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ เรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2 (The Second Special ASEAN Foreign Ministers’ Meeting on the Situation in the Middle East) ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียนเป็นประธาน

ที่ประชุมหารือประเด็นพัฒนาการในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการหยุดยิงชั่วคราวและการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าการใช้วิธีการทางการทูตเพื่อหาข้อยุติต่อความขัดแย้งอย่างถาวร พร้อมย้ำความสำคัญของการรักษาความมั่นคงทางทะเล ความปลอดภัยในชีวิตของบุคลากรประจำเรือและที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้ง และการธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่าน ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล เหนือช่องแคบที่ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ที่ประชุมยังหารือแนวทางการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบในมิติต่างๆ จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยใช้ประโยชน์จากการส่งเสริมกลไกอาเซียนที่มีอยู่ ได้แก่ (1) ด้านพลังงาน ผ่านการเร่งรัดกระบวนการให้สัตยาบันต่อความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม (ASEAN Petroleum Security Agreement) และการมุ่งพัฒนาโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG) และโครงการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน (Trans-ASEAN Gas Pipeline: TAGP) เพื่อสามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ได้โดยเร็ว รวมไปถึงการขับเคลื่อนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเพื่อเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และเชื้อเพลิงชีวภาพ และ (2) ด้านอาหาร ผ่านการขยายขอบเขตกลไกความตกลงสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve) ให้ครอบคลุมสินค้าอาหารจำเป็นอื่นๆ และการส่งเสริมความร่วมมือตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหารทั้งหมด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...