‘อนุทิน’ เผย หลัง ถวายสัตย์ฯ เป็น ‘ครม.’ ในองค์ ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’
ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ หลังเสร็จสิ้นการนำครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ
โดยนายอนุทิน กล่าวก่อนเริ่มประชุมว่า ขอแสดงความยินดีกับ ครม. ทุกคนที่ได้มาทำงานร่วมกัน เป็นองค์ประกอบของครม.ในชุดนี้ ทุกคนเพิ่งได้รับพระราชทานพระราชดำรัสจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากได้เข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งการถวายสัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น แสดงว่า ครม.ชุดนี้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติราชการแผ่นดินต่อไป
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อสักครู่นี้คำถวายสัตย์ปฏิญาณที่เราทุกคนได้กล่าวต่อหน้าพระพักตร์ พระประมุขแห่งชาติขอให้เป็นแนวทางในการทำงาน แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทุกคน ครม.ชุดนี้ถือเป็นรัฐมนตรีที่ต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่วันแรกไม่มีเวลาฮันนีมูน หรือผ่านการทดลองงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่โลกมีวิกฤติจากความขัดแย้งของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่า ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลของ ครม.ทุกคนในรัฐบาลชุดนี้เราต้องแก้ไขปัญหา และลดความเดือดร้อน และทำให้ประเทศของเราได้พัฒนาต่อไป และก้าวหน้าต่อไปโดยการทำงานของพวกเราทุกคนให้ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายร่วมกัน
นายอนุทิน กล่าวว่า ครม.ชุดนี้ส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และหลายคนมีความอาวุโสเป็นที่เคารพของเราทุกคน และหลายคนก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังวังชา สติปัญญาที่พร้อมจะทำงานรับใช้บ้านเมือง ขอให้ใช้จุดแข็งต่างๆ ที่เรามีอยู่ในการที่จะทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ขอให้ถือว่าครม.นี้คือรัฐมนตรีที่เป็นชุดเดียวกันไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นคณะรัฐมนตรีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็น ครม.ของประชาชนคนไทย ดังนั้น การทำงานทั้งหลายพร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะนโยบาย และการดำเนินการของ ครม.ทุกคน เราจะไม่มีพิธีรีตองใดมากมาย ขอให้ทุกคนได้ทำงานด้วยความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจากสถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้ความเป็นหนึ่งเดียวของครม.ในรัฐบาลชุดนี้ จะทำให้ประเทศเราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้
นายกฯ กล่าวว่า ในการประชุม ครม.ทุกครั้ง จะเริ่มประชุมในเวลา 10.00 น. ที่ตึกบัญชาการ ชั้น 5 หาก ครม.คนใด มีความต้องการที่จะหารือในระหว่างการประชุมกับนายกฯ เรื่องการแก้ไขปัญหาพร้อมที่จะพบกับทุกคน และพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เจตนารมณ์บรรลุผลสำเร็จทุกประการ ขอให้ ครม. ทุกคนให้ความสำคัญกับการประชุม ครม.ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการเป็นคณะรัฐบาลของเรา ตั้งแต่ตนได้เป็นนายกฯ หรือเป็นนายกฯมาแล้วในช่วงรัฐบาลหนู 1 จะเห็นได้ว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะประกาศผู้ที่ลา ประชุมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการประชุม ครม.ที่ครบองค์จะเกิดขึ้นเพียงแค่วันแรก จึงขอความร่วมมือกับทุกคนว่า หากเรามาประชุม ครม.ไม่ได้ก็แสดงว่าทำงานให้กับประชาชนไม่ได้
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการประชุม ครม.นัดพิเศษ โดยจะร่วมกันพิจารณาร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล ก่อนจะประสานไปยังประธานรัฐสภา ซึ่งเมื่อสักครู่ตนได้มีโอกาสพบกับประธานรัฐสภา ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งประธานรัฐสภาได้แจ้งย้ำมาว่า ถ้าวันนี้ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบในร่างคำแถลงนโยบายแล้ว ให้ทางเลขา ครม.ส่งเรื่องที่จะนัดประชุมรัฐสภาฯ ไปที่สำนักงานของประธานรัฐสภาโดยทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ (7เม.ย.) เพื่อกำหนดวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา รวมถึงยังตกลงเรื่องแนวปฏิบัติต่างๆเกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรีและการแต่งตั้งคณะข้าราชการการเมืองที่สำคัญ
นายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ จากสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบันการช่วยประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันโดยเฉพาะภาครัฐที่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน จึงได้มีข้อสั่งการก่อนหน้านี้ให้ถือปฏิบัติต่อไปว่าให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามมติของ ครม.ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา แม้จะเปลี่ยนรัฐบาลแต่มติก็ยังมีผลอยู่ การปฎิบัติงานที่บ้าน (WFH) และ Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยกรณีที่หน่วยงานที่ยังไม่มีความพร้อมในระบบไอที มอบหมายให้กระทรวงดีอี สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (DGA) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดผล ส่วนเหตุผลที่มอบให้สำนักงานกฤษฎีการ่วมด้วยนั้นเนื่องจากสำนักงานกฤษฎีกาได้ทำสำเร็จมาหลายปีแล้ว ในเรื่องของ WFH ช่วยคำแนะนำกับหน่วยงานต่างๆ ได้ และขอให้สำนักงบประมาณช่วยสนับสนุนงบประมาณ และให้รัฐมนตรีทุกคนช่วยกันกำกับดูแลนโยบาย WFH ได้มีผลเป็นรูปธรรม เพื่อประหยัดพลังงานและเป็นตัวอย่างที่ดีกับประชาชนต่อไป โดยมอบให้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมดูแล
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ตนได้ใช้อำนาจในพระราชกำหนดขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีรวม 6 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รายงานให้กับที่ประชุมได้รับทราบ
นอกจากนี้ได้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้แจงถึงข้อปฏิบัติของรัฐมนตรี รับทราบเนื่องจากบางคนยังไม่เข้าใจว่ายังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกว่าจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ ขอให้ ครม. เข้ากระทรวงปฏิบัติหน้าที่ปกติ เพราะวันนี้เราได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทมาแล้ว ไม่มีพรใดหรือสิ่งใดเป็นมงคลกับพวกเรามากกว่านี้อีกแล้ว จึงอยากให้รัฐมนตรีเร่งทำงานอย่างเต็มที่และทำงานอย่างหนัก ส่วนพิธีทางศาสนาสามารถทำได้แต่ฤกษ์ที่ดีที่สุดคือฤกษ์สะดวก เพราะตนก็ไม่ได้ดูฤกษ์ หากตนอยู่ไม่ได้ก็ไม่มีใครอยู่ได้ ขอให้ทุกคนเข้ากระทรวงและทำงานกันอย่างเต็มที่ขับเคลื่อนทุกอย่างได้เลย