โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โชว์ศักยภาพนวัตกรรมไทย คว้า 7 รางวัล จาก 3 ผลงาน บนเวทีโลก “Geneva 2026” ณ สมาพันธรัฐสวิส

สยามรัฐ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ นำคณะนักวิจัยเข้าร่วมประกวดผลงานในเวทีสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญของโลกงาน "The 51st International Exhibition of Inventions Geneva" เมื่อวันที่ 11–15 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดย รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกับ World Intellectual Property Organization (WIPO) โดยสามารถกวาดรางวัลมาได้ถึง 7 รางวัล จาก 3 ผลงานนวัตกรรม ครอบคลุมทั้งด้านเวชสำอาง ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ และเทคโนโลยีการฟื้นฟูสมรรถภาพ

รองศาสตราจารย์ ดร.ดนุพล นันทจิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารวิจัยและนวัตกรรม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเผยว่า ผลงานจากนักวิจัยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับความสนใจอย่างมากจากคณะกรรมการและผู้เข้าชมงาน ซึ่งในปีนี้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สามารถคว้า 7 รางวัล แบ่งตามผลงานนวัตกรรมดังนี้:

1. นวัตกรรม “เดอร์เมสทิคัส”: คว้ารางวัลเหรียญทอง (Gold Prize) และรางวัลพิเศษ NRCT Honorable Mention Award “เดอร์เมสทิคัส” คือเวชสำอางนาโนจาก “จิ้งหรีดไทย” พัฒนาโดย ดร.ภก.วัชระ กาญจนกวินกุล ผู้อำนวยการโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ University of Copenhagen ซึ่งเป็นการยกระดับแมลงกินได้สู่ผลิตภัณฑ์ความงามมูลค่าสูง ด้วยเทคโนโลยีนาโนอิมัลชันที่ช่วยให้สารสกัดซึมลึก ต้านอนุมูลอิสระ และชะลอวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญของเศรษฐกิจชีวภาพไทย

2. นวัตกรรม “KidneyX”: คว้ารางวัลเหรียญเงิน (Silver Prize), รางวัลพิเศษ (Special Prize) จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ รางวัลพิเศษ (Special Prize) Certificate of Innovation Excellence จาก Umm Al-Qura University ประเทศซาอุดีอาระเบีย “KidneyX” เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประสิทธิภาพสูงเพื่อการตรวจจับนิ่วในไตบนภาพรังสี KUB ผลงานโดย ผศ.ดร.ปณิธิ อัจฉราฤทธิ์ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน พร้อมด้วย นพ.สุธี ตรีวัฒนาวงศ์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และดร.ปวรี นนทะแสน จากคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ออกแบบมาเพื่อช่วยแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำสูงถึง 95% แม้ในสภาวะที่มีทรัพยากรจำกัด

3. นวัตกรรม “Kinec”: คว้ารางวัลเหรียญทองแดง (Bronze Prize) และรางวัลพิเศษ NRCT Honorable Mention Award จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นนวัตกรรมฟื้นฟูการเคลื่อนไหวแบบสองข้างสำหรับผู้ป่วยติดเตียง โดยใช้กลไกแรงจากร่างกายผู้ป่วยเองแทนการใช้มอเตอร์ ผสานกับระบบเซนเซอร์และ AI ในการวิเคราะห์การฟื้นตัวของระบบประสาท ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้กลับมาพึ่งพาตนเองได้ ผลงานโดย ดร.ธันยพร วงศ์วัชรานนท์ , อาจารย์ฉัตรพร เรืองทอง , ดร. อัจฉรียา กสิยะพัท จากคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย นางสาวชมพูนุท โสธรเทวาพิทักษ์ , นางสาวปณิตรา จันทร์สว่าง และนางสาวกัญญาพร พิมพ์ไธสง นักศึกษาของคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของนักวิจัยและนักศึกษารุ่นใหม่ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรมุ่งมั่นนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง (Practical Innovation) ทั้งในด้านการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยีนาโน การเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยโรคด้วยปัญญาประดิษฐ์ และการฟื้นฟูสุขภาวะของผู้ป่วยเพื่อการพึ่งพาตนเอง เพื่อสืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เดินหน้าพัฒนาต่อยอดงานวิจัยสู่การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ตามพันธกิจในการสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนและสังคมตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานระบบสาธารณสุขของประเทศไทยให้ก้าวไกลและยั่งยืนสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...