นายกฯ ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ ก่อนคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์น้ำมันแต่ละจังหวัด
นายกฯ ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ ก่อนคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์น้ำมันแต่ละจังหวัด พร้อมสั่งกอ.รมน.เข้มป้องลักลอบส่งน้ำมันออกนอกประเทศ
วันที่ 27 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ขับรถรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น BYD Sealion 7 สี Shark Grey เป็นวันที่ 3 โดยวันนี้เปลี่ยนจากทะเบียนป้านแดง ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร เป็นป้ายขาวทะเบียน จต 32 กรุงเทพมหานคร จากนั้นนายกฯ เป็นประธานการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ บนตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับผู้ว่าฯทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ร่วมด้วย เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์น้ำมันในแต่ละจังหวัดว่าแต่ละพื้นที่มีการขาดแคลนหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับส่วนกลาง พร้อมทั้งในที่ประชุมจะมีการกำชับให้ตรวจสอบปัญหาการกักตุนและการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศในแต่ละพื้นที่ด้วย
“อนุทิน” สั่งกอ.รมน.เข้มป้องลักลอบส่งน้ำมันออกนอกประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ได้สั่งการให้ กอ.รมน. บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทาง- ระหว่างทาง-ปลายทาง ป้องกันการกักตุน ลักลอบขนย้าย หรือการนำออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย สำหรับแนวทางการดำเนินการ ประกอบด้วย ต้นทาง (โรงกลั่นน้ำมัน) มอบหมายให้ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. ซึ่งรับผิดชอบด้านความมั่นคงทางพลังงาน ติดตามการผลิตและบริหารจัดการน้ำมันจากโรงกลั่น ให้เป็นไปตามกฎหมาย 2.กลางทาง (การขนส่งและการกระจายน้ำมัน) ให้ กอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศ และ กอ.รมน.ภาคส่วนแยก ร่วมกำกับดูแลเส้นทางการขนส่งและการกระจายน้ำมัน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันออกนอกประเทศ 3.ปลายทาง (สถานีบริการน้ำมัน) ให้ชุดตรวจร่วมของ กอ.รมน.จังหวัด ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบปริมาณการจำหน่าย การกักตุน และการดำเนินการที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ ป้องกันการเอาเปรียบประชาชน และสร้างความโปร่งใสในระบบการค้าพลังงาน
รัฐบาลชวนติดตามเวที Meet the Press “ 1 เดือน วิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม ”
รัฐบาลเชิญชวนติดตามเวที “Meet the Press” หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” วันที่ 28 มี.ค. ณ ตึกสันติไมตรี นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล และทีมเศรษฐกิจ ร่วมชี้แจงผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลางต่อพลังงานและค่าครองชีพ พร้อมมาตรการรับมือของรัฐ ทั้งระยะสั้นและยาว เวทีเปิดให้สื่อซักถามตรงประเด็น โปร่งใส และสะท้อนสถานการณ์จริง ย้ำแนวคิด “เปลี่ยนเพื่ออยู่รอด” และความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อพาประเทศผ่านวิกฤตไปด้วยกัน ถ่ายทอดสดผ่าน NBT และเพจไทยคู่ฟ้า
พาณิชย์ เผย เพิ่มสินค้าควบ 7 รายการ ชี้ “มะพร้าวอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพงขาว กากถั่วเหลือง”
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าควบคุมราคาสินค้าและช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันโลก โดยช่วง 1–26 มี.ค. มีเรื่องร้องเรียนราคาสินค้า 410 เรื่อง และอยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนมาก พร้อมดำเนินคดีหากพบการขายเกินสมควร มาตรการสำคัญ ได้แก่ โครงการ “ไทยช่วยไทย” เริ่ม 1 เม.ย. ลดราคาสินค้าจำเป็นสูงสุด 50% และ 25% อีกทั้งขยาย “ธงฟ้าราคาประหยัด” ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มสินค้าควบคุมจาก 59 เป็น 66 รายการ เพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด