โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"นะโม ตัดสด" อานิสงส์ความร่วมมือจากกลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน สร้างรายได้และพลังงานสะอาด

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

กลุ่มมิตรผลเดินหน้าผลักดันการตัดอ้อยสดในฤดูกาลหีบอ้อยปี 2568/2569 ผ่านแคมเปญ “นะโม ตัดสด” เพื่อเสริมรายได้และสร้างพลังงานสะอาดจากอ้อย พร้อมร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน

เมื่อโจทย์สำคัญในฤดูกาลผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล คือการทำไร่อ้อยควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การตัดอ้อยสดในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญ
ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และนับเป็นพันธกิจหลักที่ กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารระดับโลก มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนในฤดูกาลหีบอ้อยปี 2568/2569 ด้วยการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่และการสื่อสารอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ “นะโม ตัดสด” คาถาแห่งการเริ่มต้นที่ยั่งยืน โดยจากนโยบายการส่งเสริมที่ดีจากภาครัฐผสานกับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย ส่งผลให้กลุ่มมิตรผลมีปริมาณอ้อยสดเข้าสู่โรงงานมากกว่า 96% พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้เพิ่มจากการตัดอ้อยสด ผ่านโครงการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย

นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล เปิดเผยว่า “ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ คือภาพสะท้อนของความร่วมแรงร่วมใจระหว่างเกษตรกร ชุมชน ภาครัฐ และเอกชน ผมขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกรทุกท่านที่เชื่อมั่นในแนวทางการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ของกลุ่มมิตรผล หรือ “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” และความตั้งใจในการร่วมกันตัดอ้อยสดอย่างจริงจัง ซึ่งช่วยยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น แน่นอนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การตัดอ้อยสดไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวิธีการเก็บเกี่ยว แต่ยังเป็นการปรับแนวคิดและวิถีการทำเกษตรแบบเดิมไปสู่การทำเกษตรสมัยใหม่ โดยกลุ่มมิตรผลพร้อมเดินเคียงข้างเกษตรกรชาวไร่อ้อย ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อร่วมสร้างอนาคตเกษตรไทยที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการผลักดันมาตรฐานวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลประเทศไทย เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก”

ทางด้าน นายศุภฤกษ์ สุภาพเพชร เกษตรกรหนุ่มผู้เปลี่ยนวิถีทำไร่อ้อยสมัยใหม่ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ในอดีตไร่ของครอบครัวผมเคยมีอ้อยไฟไหม้ แต่หลังจากได้เรียนรู้กับ Mitr Phol ModernFarm Academy (MFA) ทำให้มุมมองการทำไร่อ้อยของผมเปลี่ยนไป ปัจจุบันไร่อ้อยของผมเป็นอ้อยสด 100% หลายคนอาจกังวลเรื่องต้นทุนเครื่องจักรที่สูง หรือการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนแปลงอ้อย แต่หากมองภาพรวมในระยะยาว การทำอ้อยสดช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล เพราะการเผาทำให้ดินเสีย วัชพืชโตเร็ว และต้องเสียเงินค่าปุ๋ยค่าสารกำจัดวัชพืชเพิ่มขึ้นทุกปี การตัดอ้อยสดจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุดครับ”

เช่นเดียวกับ นางสาวฐิติมา บัวผุย ที่ได้ปรับมุมมองในฐานะเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยนำนวัตกรรมมาใช้ในไร่อ้อยของครอบครัว เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า “จากการร่วมเรียนรู้กับกลุ่มมิตรผล ทำให้ได้ลองเปลี่ยนวิถีการทำไร่อ้อยแบบเดิม ๆ สู่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการ โดยเฉพาะเรื่องดินและน้ำที่ต้องให้ความสำคัญมาก เราสามารถรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ดินขาดสารอาหาร หรืออ้อยต้องการน้ำตอนไหน ทำให้วางแผนการจัดการได้แม่นยำและช่วยลดต้นทุนได้จริง นอกจากนี้ การตัดอ้อยสดยังส่งผลดีตามหลักธรรมชาติ เพราะการไว้ใบอ้อยคลุมดิน นอกจากคืนความสมบูรณ์ให้ดินแล้ว ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทุกวันนี้ภูมิใจมากค่ะที่ได้กลับมาสานต่ออาชีพของครอบครัวด้วยวิธีคิดแบบใหม่ และทำให้อาชีพเกษตรกรรมไทยเติบโตไปพร้อมกับโลกได้”

มากกว่าคำขอบคุณ คือความภาคภูมิใจที่ได้เห็นพลังความร่วมมือของเกษตรกรในการเปลี่ยนผ่านมาสู่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” ที่กลุ่มมิตรผลได้ริเริ่มดำเนินงานมานานกว่า 10 ปี และมีปริมาณอ้อยสดเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จนในวันนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยของกลุ่มมิตรผลสามารถเพิ่มปริมาณส่งอ้อยสดเข้าหีบได้สูงกว่า 96% ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเกษตรกรไทยมีความรู้และได้เตรียมความพร้อมร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนในการปรับตัวสู่การทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายของภาครัฐในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน และสนับสนุนความมุ่งมั่นของกลุ่มมิตรผลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยเริ่มจากการเปลี่ยน “วิธีคิด” แบ่งปันและสร้างคุณค่าร่วมกัน เพื่อเปลี่ยน “อนาคต” ของภาคเกษตรไทยให้ไปต่อได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...