โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ZUS COFFEE จากมาเลเซียปูพรม 50 สาขาบุกไทย งัดกาแฟสเปเชียลตี้ 65 บาทสู้แบรนด์เจ้าถิ่น

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ZUS COFFEE จากมาเลเซียปูพรม 50 สาขาบุกไทย งัดกาแฟสเปเชียลตี้ 65 บาทสู้แบรนด์เจ้าถิ่น

ZUS COFFEE เชนร้านกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติมาเลเซีย ประกาศบุกสมรภูมิร้านเครื่องดื่มไทยเต็มสูบ เล็งปูพรมขยายสาขาแตะ 50 แห่งภายในปี 2569 หวังชิงเค้กตลาดที่กำลังเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ

การขยายธุรกิจสู่ประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโมเดลธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และบรูไน พร้อมแผนเตรียมบุกตลาดอินโดนีเซียในเร็วๆ นี้

ภาพรวมธุรกิจร้านเครื่องดื่มในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะมีมูลค่ารวม 56,900 ล้านบาท ท่ามกลางสมรภูมิที่มีร้านกว่า 131,000 แห่ง ซึ่ง 80% เป็นร้านกาแฟ อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์การขยายตัวไว้เพียง 2% จากปัจจัยกดดันด้านกำลังซื้อที่เปราะบางและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

มูลค่าตลาดที่เติบโตส่วนหนึ่งมาจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นราว 9% ตามต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบหลักอย่างเมล็ดกาแฟที่มีความผันผวน รวมถึงภาระค่าเช่าพื้นที่และค่าแรงงาน สิ่งเหล่านี้อาจบีบคั้นให้อัตรากำไรสุทธิของผู้ประกอบการลดลงต่ำกว่า 15% ทำให้ผู้เล่นในตลาดต้องเร่งสร้างนวัตกรรมเมนูใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้า

แม้ร้านอาหารทั่วไปจะมียอดขายหดตัวลง 14% ตามข้อมูลของ LINE MAN Wongnai ในปี 2568 แต่ตลาดกาแฟยังคงเติบโตสวนทาง โดยเฉพาะกลุ่ม ‘Affordable Specialty’ หรือกาแฟคุณภาพสูงราคาจับต้องได้ที่มีราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท ซึ่งขยายตัวในกรุงเทพมหานครพุ่งสูงถึง 46%

เซกเมนต์ดังกล่าวยังครองส่วนแบ่งยอดขายทั่วประเทศถึง 56% โอกาสนี้ดึงดูดให้แบรนด์รุกตลาดไทย หลังสร้างหมุดหมายสำคัญด้วยการขยายสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครบ 1,000 แห่งเมื่อปี 2568 โดยชูจุดขายการนำเสนอกาแฟเกรดพรีเมียมในราคาเริ่มต้นเพียง 65 บาท เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ในทุกวัน

ถอดรหัสอินไซต์เจาะพฤติกรรมคนไทย

ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แบรนด์ใช้เวลา 7 เดือนเต็มในการทำวิจัยตลาดเพื่อเจาะลึกพฤติกรรมคนไทย ทีมงานค้นพบว่าลูกค้าต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเครื่องดื่มสูงมาก จึงนำไปสู่การออกแบบระบบให้สามารถเลือกระดับความหวานได้ละเอียดมากขึ้นจากเดิม 2 ระดับ เพิ่มขึ้นเป็น 4 ระดับ

อินไซต์ดังกล่าวยังระบุชัดเจนว่าปริมาณการบริโภคกาแฟของคนไทยจะลดลงหลังเวลา 14.00 น. แบรนด์จึงแก้เกมด้วยการขยายกลุ่มเมนู ‘Non-coffee’ เข้ามารองรับ เพื่อรักษายอดขายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในช่วงบ่ายและเย็นได้อย่างตรงจุดแทนการพึ่งพากาแฟเพียงอย่างเดียว

ภัทธนันต์ มีสิริพีราธร ผู้จัดการทั่วไป ZUS COFFEE ประเทศไทย ระบุว่า “เราให้ความสำคัญกับการทำตลาดแบบโลคัลไลซ์อย่างจริงจัง ตั้งแต่การปรับระดับความหวานและรสชาติ ไปจนถึงการพัฒนาเมนูที่สะท้อนความชื่นชอบของผู้บริโภคไทย รวมถึงการขยายกลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่ใช่กาแฟ”

โมเดล ‘App-first’ อาวุธขับเคลื่อนยอดขาย

พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่มีความต้องการความรวดเร็วและใช้ช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก สถิติจาก LINE MAN Wongnai ระบุว่าระบบสั่งอาหารผ่านสมาร์ทโฟนช่วยเพิ่มขนาดออร์เดอร์ได้ถึง 37% ขณะที่ยอดขายกาแฟผ่านช่องทางเดลิเวอรีเติบโตขึ้น 23% สะท้อนถึงความจำเป็นของการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แบรนด์จึงวางตำแหน่งให้ ZUS App เป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศทางธุรกิจ โดยตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนยอดขายจากช่องทางนี้ให้แตะระดับ 90% ระบบจะทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเพื่อนำเสนอโปรโมชันแบบเฉพาะบุคคล และมอบสิทธิประโยชน์ผ่านระบบสมาชิกเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

เสียงสะท้อนจากลูกค้าชาวไทยที่มีรายละเอียดชัดเจนจะถูกวิเคราะห์ในทุกสัปดาห์ เพื่อนำไปปรับปรุงเมนูอย่างฉับไว ส่วนกระบวนการจัดการวัตถุดิบ แบรนด์ใช้วิธีนำเข้าเมล็ดกาแฟหลักแบบ House Blend จากมาเลเซีย ควบคู่กับการสนับสนุนเมล็ดกาแฟท้องถิ่นจากจังหวัดเชียงราย

การผลักดันสาขา 50 แห่งในปี 2569 จะเน้นทำเลยุทธศาสตร์ของกรุงเทพมหานครเป็นหลัก เนื่องจากมีฐานประชากรหนาแน่นและมีความต้องการตลอดทั้งวัน แผนดังกล่าวแบ่งเป็นอาคารสำนักงาน 25 แห่ง ศูนย์การค้า 20 แห่ง และร้านสแตนด์อโลน 5 แห่ง เพื่อแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวัน

เวนอน เทียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่ม ZUS COFFEE กล่าวทิ้งท้ายว่า “ตลาดที่มีการแข่งขันสูงช่วยผลักดันให้เราพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เราเห็นโอกาสในการส่งมอบประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ผสานคุณภาพ ราคาที่เข้าถึงได้ และความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...