โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘พาณิชย์’ คุมเข้มค่าครองชีพ ย้ำ ดีเดย์ 1 เม.ย. เริ่มมาตรการลดราคาสินค้าจำเป็นสูงสุด 50%

The Reporters

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 10.42 น.

‘พาณิชย์’ ย้ำ ตรวจเข้มทุกวัน สินค้าราคาแพง เผย สถิติร้องเรียน 44 ราย ขอดูเอกสารต้นทุนแล้ว หากพบผิด ลงดาบอย่างถึงที่สุด ย้ำ ดีเดย์ 1 เม.ย. เริ่มมาตรการลดราคาสินค้า ขยายจุดธงฟ้าเข้าถึงระดับชุมชน เชื่อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่อเพิ่มสินค้าควบคุมจาก 59 เป็น 66 รายการ

วันนี้ (27 มี.ค. 69) นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยกล่าวถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้า ว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการในทุก ๆ วันเพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควรหรือกักตุนสินค้า โดยตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึงเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) มีเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ทั้งสิ้น รวม 410 คำร้อง และตรวจสอบไปแล้ว 187 คำร้อง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 223 คำร้อง ซึ่งจำนวนนี้มีการร้องเรียนในเรื่องของการจำหน่ายเกินราคา 44 คำร้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการขอเรียกดูเอกสารต้นทุนของผู้ที่ถูกร้องมาวิเคราะห์แล้ว และหากพบว่ามีการขายเกินราคาจริงก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

อีกทั้ง จากสถานการณ์น้ำมันที่มีราคาปรับขึ้นสูงทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อราคาต้นทุน ราคาค่าขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษไปแล้ว ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ที่ออกไป ถูกออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมผู้เล่นทุกกลุ่มทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ผลิตทั้งรายใหญ่และรายย่อย ผู้ค้าและผู้บริโภค ให้สามารถอยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

โครงการไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน โดยร้านค้าปลีกที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จำหน่าย โดยจะคัดเลือกสินค้าที่จำเป็นในการใช้ในชีวิตประจำวัน มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยสินค้าเป้าหมายแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ 1.สินค้าอุปโภค สบู่ แชมพู ผงซักฟอก กระดาษชำระ โดยจะนำมาลดราคาสูงสุดถึง 50% 2.สินค้าบริโภค อาทิ ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็จะนำมาลดสูงสุด 25% โดยให้ความสำคัญกับสินค้าเฮาส์แบรนด์ (House Brand) ของห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ และสินค้าแบรนด์ทางเลือก หรือสินค้าแบรนด์รอง ซึ่งเป็นการเสนอทางเลือกสินค้าราคาประหยัดแต่ยังคงคุณภาพ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นของประชาชน ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และการขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้ากลุ่มนั้น

นอกจากนี้ โครงการไทยช่วยไทย ยังเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ และผู้ประกอบการรายย่อย อย่างร้านโชห่วย เพื่อเพิ่มกำไรให้กับผู้ประกอบการที่เป็นเส้นเลือดฝอยอีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนมาตรการ ธงฟ้าราคาประหยัด เป็นโครงการที่มีอยู่แล้วและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็จะมีการขยายจุดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ระดับชุมชน โดยเป็นการเพิ่มความถี่และเชื่อมโยงกับไทยช่วยไทย และการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำปฏิทินธงฟ้าเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ

สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ธงเขียวพลัส สนับสนุนส่วนลดค่าปุ๋ยเคมี ส่วนเกษตรกรที่มีบัตรดินดีจากกรมพัฒนาที่ดินก็จะได้รับแต้มต่อเป็นพิเศษอีกด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาทบทวนเพิ่มรายการสินค้าควบคุมในห้วงเวลาที่มีความผันผวนนี้ โดยย้ำถึงแผนปรับราคาสินค้าควบคุมจากเดิมที่มี 59 รายการเป็น 66 รายการ โดยได้มีการเสนอ ครม. พิจารณา เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมใหม่อย่างเม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส น้ำปลา ซีอิ๊ว

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมเสนอสินค้าควบคุมใหม่ เพิ่มเติมอย่างกากถั่วเหลือง ถือเป็นวัตถุดิบที่สำคัญสำหรับการผลิตอาหารสัตว์

ส่วนสินค้าควบคุมเดิมบางตัวใน 59 รายการก็จะมีการปรับระดับการควบคุมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น กลุ่มที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนขึ้นราคาจาก 8 รายการเป็น 15 รายการ อย่าง น้ำมันปาล์มขวด กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่

ส่วนสินค้าที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจจะยกระดับการควบคุมในระยะต่อไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อาทิ ไข่ไก่ น้ำตาลทราย ยา และเวชภัณฑ์เป็นต้น

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า จะใช้กลไกที่มีในการดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างสมดุล ควบคู่กับการขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...