สงกรานต์มือถือพัง เข้าคิวซ่อมวันละร้อยเครื่อง จ่ายหนักหลักหมื่น
สงกรานต์ทำเรื่อง! ชัยภูมิมือถือพังยับ "เครื่องน็อก-จอดับ" เข้าคิวซ่อมทะลักวันละร้อยเครื่อง จ่ายหนักหลักหมื่น ขณะที่ผู้ใช้งานบางส่วนลั่นปีละครั้งขอจัดเต็ม
วันที่ 16 เม.ย. 69 ที่จ.ชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเล่นน้ำสงกรานต์ตลอด 3 วัน 3 คืนที่ผ่านมา บรรยากาศตามร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือกว่า 20 แห่งในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ เต็มไปด้วยลูกค้าที่นำโทรศัพท์มือถือเปียกน้ำ และเสียหายเข้ารับการซ่อมอย่างต่อเนื่อง โดยกว่าร้อยละ 80 เป็นกลุ่มวัยรุ่น สาเหตุหลักมาจากการนำโทรศัพท์พกติดตัวไปเล่นน้ำ แม้บางรายจะใส่ซองกันน้ำ แต่ยังไม่สามารถป้องกันได้ 100% ทำให้น้ำซึมเข้าเครื่องผ่านช่องลำโพง ไมโครโฟน และช่องชาร์จ ส่งผลให้เกิดความชื้นสะสมจนเครื่องช็อตหรือเสียหาย
จากการตรวจสอบของช่าง พบว่าโทรศัพท์ส่วนใหญ่มีอาการไฟลัดวงจร เกิดรอยไหม้ภายใน บางเครื่องพบคราบน้ำ และดินสอพองติดอยู่ในแผงวงจร ต้องแกะเครื่องทำความสะอาด ตรวจสอบด้วยกล้องขยาย และเปลี่ยนอะไหล่ในบางกรณี อัตราค่าซ่อมเริ่มต้นประมาณ 300 บาท
สำหรับการทำความสะอาดและไล่ความชื้น และอาจสูงถึง 3,000 บาท หรือมากกว่านั้น หากต้องเปลี่ยนอะไหล่ โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนรุ่นราคาสูง
ด้าน “น้องจุ๊บแจง” (นามสมมติ) พร้อมผู้ปกครอง เปิดเผยว่า ได้นำโทรศัพท์ไปเล่นน้ำสงกรานต์ช่วงวันที่ 13-14 เม.ย.ที่ผ่านมา แม้เครื่องจะเสียหาย แต่ยังมองว่าคุ้มค่ากับความสนุกที่เกิดขึ้น เนื่องจากเทศกาลนี้มีเพียงปีละครั้ง
ขณะที่ น.ส.สโรชา เติมสมบัติ เจ้าของร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่งในตัวเมืองชัยภูมิ ระบุว่า ทุกปีหลังสงกรานต์จะมีลูกค้านำโทรศัพท์เปียกน้ำมาซ่อมจำนวนมาก โดยปีนี้เพียงวันแรกหลังเปิดร้าน ก็มีลูกค้านำเครื่องเข้าซ่อมกว่า 100 เครื่อง ส่วนใหญ่เป็นอาการหน้าจอช็อต และระบบภายในเสียหาย ทางร้านต้องเร่งให้บริการ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยใช้เวลาซ่อมเฉลี่ยเครื่องละประมาณ 2 ชั่วโมง
ทั้งนี้โทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์มีค่าซ่อมเริ่มต้นหลักร้อยบาท ขณะที่ระบบ iOS โดยเฉพาะการเปลี่ยนหน้าจอของแท้ในบางรุ่น อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักหมื่นบาท อย่างไรก็ตาม ช่างแนะนำประชาชนควรหลีกเลี่ยงการนำโทรศัพท์ไปเล่นน้ำ หรือใช้ซองกันน้ำที่ได้มาตรฐาน และตรวจสอบการปิดผนึกให้แน่นหนา เพื่อลดความเสี่ยงความเสียหายจากน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีต่อไป