โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิจัยจีนพัฒนาแบตเตอรี่ลิเธียม-ซัลเฟอร์ชนิดใหม่ ช่วย ‘โดรน’ บินไกลกว่าเดิม

Xinhua

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 11.28 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : สายการประกอบยานยนต์พลังงานใหม่ของบีวายดี (BYD) ผู้ผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำของจีน ที่โรงงานของบีวายดีในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน วันที่ 3 พ.ย. 2025)

ปักกิ่ง, 12 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานนี้ ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ (Nature) ระบุว่านักวิจัยจีนพัฒนาแนวทางใหม่ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลิเธียม-ซัลเฟอร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจช่วยให้โดรนสามารถบินได้ไกลมากขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้งในอนาคต รวมทั้งเปิดทางสำหรับการพัฒนาแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นและมีกำลังสูงขึ้นสำหรับภาคส่วนการบินระดับต่ำและด้านอื่นๆ

ปัจจุบันโดรนทั่วไปส่วนใหญ่พึ่งพาแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่กำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดด้านความหนาแน่นของพลังงาน โดยความหนาแน่นของพลังงาน หรือปริมาณพลังงานที่จัดเก็บต่อหน่วยน้ำหนักนั้น มักต่ำกว่า 300 วัตต์-ชั่วโมงต่อกิโลกรัม ทำให้โดรนยังเผชิญข้อจำกัดด้านระยะเวลาการบิน

แบตเตอรี่ลิเธียม-ซัลเฟอร์ถูกมองว่าเป็นทางเลือกแห่งอนาคตเนื่องจากมีความหนาแน่นของพลังงานในเชิงทฤษฎีสูง อีกทั้งซัลเฟอร์ยังเป็นธาตุที่มีอยู่มากและต้นทุนต่ำ ทว่าในทางปฏิบัติแบตเตอรี่ชนิดนี้ยังเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากซัลเฟอร์จะเกิดกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อนระหว่างการชาร์จและคายประจุ จนสร้างสารตัวกลางที่ละลายได้จำนวนมาก ซึ่งสารเหล่านี้มักกระจายตัวออกไป ส่งผลให้ปฏิกิริยาเคมีช้าลงและสูญเสียพลังงาน

ทีมวิจัยที่นำโดยมหาวิทยาลัยชิงหัว บัณฑิตวิทยาลัยนานาชาติเซินเจิ้น (Tsinghua SIGS) ได้เสนอทางออกใหม่ในการนำสารตัวกลางมาใช้ในกระบวนการทางเคมีไฟฟ้าของซัลเฟอร์

โจวกวางหมิ่น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิงหัว บัณฑิตวิทยาลัยนานาชาติเซินเจิ้น กล่าวว่าสารนี้เปรียบเสมือนสารเติมแต่งพิเศษที่อยู่ภายในแบตเตอรี่จนกว่าจะถึงเวลาที่จำเป็น โดยจะเริ่มทำงาน ณ จุดที่เกิดปฏิกิริยาเมื่อปฏิกิริยาของซัลเฟอร์เริ่มต้นขึ้น ซึ่งโมเลกุลจะเข้าไปยึดเกาะกับสารตัวกลางที่ละลายน้ำได้และป้องกันไม่ให้พวกมันแพร่กระจายออกไป อีกทั้งยังช่วยให้ปฏิกิริยาไฟฟ้าเกิดได้รวดเร็วขึ้น ทำให้กระบวนการทั้งหมดราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทีมวิจัยได้ออกแบบโครงข่ายปฏิกิริยาใหม่ในระดับโมเลกุล ซึ่งช่วยลดความต้านทานภายในของแบตเตอรี่ลงได้ถึงร้อยละ 75 เมื่อเทียบกับการออกแบบทั่วไป ผลการทดสอบพบว่าแบตเตอรี่รุ่นใหม่สามารถทำงานได้อย่างเสถียรตลอดรอบการชาร์จและคายประจุ 800 รอบ โดยยังรักษาความจุไว้ได้เกือบราวร้อยละ 82 และทีมวิจัยสามารถสร้างต้นแบบเซลล์แบตเตอรี่แบบถุงที่ใช้งานได้จริง ซึ่งมีความหนาแน่นของพลังงาน 549 วัตต์-ชั่วโมงต่อกิโลกรัม หรือเกือบสองเท่าของแบตเตอรี่โดรนมาตรฐานส่วนใหญ่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

โจวกล่าวว่านวัตกรรมนี้มีความสำคัญต่อโดรนเนื่องจากค่าความหนาแน่นของพลังงานที่สูงขึ้น หมายถึงระยะเวลาการบินที่นานขึ้น การรองรับน้ำหนักบรรทุกมากกว่าเดิม และพิสัยการปฏิบัติงานกว้างขึ้น ซึ่งจะช่วยให้โดรนส่งของสามารถบินไปส่งพัสดุได้ไกลกว่าเดิม โดรนตรวจสายส่งไฟฟ้าจะตรวจสอบเสาไฟฟ้าได้จำนวนมากขึ้นในคราวเดียว ขณะที่โดรนค้นหาและกู้ภัยจะสามารถบินปฏิบัติภารกิจได้นานขึ้นในช่วงเวลาวิกฤตที่ทุกนาทีมีความหมาย

ทีมวิจัยเชื่อว่ากลยุทธ์การออกแบบระดับโมเลกุลสามารถขยายผลไปยังสาขาอื่นๆ ได้อีกด้วย อาทิ แบตเตอรี่แบบไหล (Flow batteries) แบตเตอรี่ลิเธียม-โลหะ และแม้แต่กระบวนการรีไซเคิลแบตเตอรี่โดยตรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...