โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สิริพงศ์’ เขย่าสูตรราคารถไฟฟ้า พลิก ‘ขสมก.’ ล้างขาดทุนแสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“สิริพงศ์” รมช.คมนาคม พลิกบทบาทขนส่งมวลชนไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบริการเชื่อมต่อ “ล้อ-ราง-เรือ” ให้เป็น Ecosystem ลดภาระขาดทุน เปลี่ยนถ่ายไปสู่พลังงานสะอาด เตรียมชงคลังเข้าแคมเปญรถเก่าแลกใหม่ ให้แท็กซี่ รถบัส รถบรรทุก เปลี่ยนเป็นพลังงานอีวี ปรับบท ขสมก.ให้รถเมล์ไฟฟ้าเป็นฟีดเดอร์ สั่งทำแผนปรับปรุงเส้นทางเชื่อมต่อจุดชาร์จ พร้อมใช้สินทรัพย์หารายได้เชิงพาณิชย์ ลดขาดทุน 50% ถกเอกชนเขย่าสูตรรถไฟฟ้าทุกสีใหม่ ไม่เกินวันละ 40 บาท

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแนวทางการบริหารดูแล 2 กรมของกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมราง และ 2 รัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงคมนาคม คือ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ว่า สิ่งหนึ่งที่ให้นโยบายไปคือการลดภาระให้กับประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการบริการคมนาคมขนส่งให้สูงขึ้น สามารถทำให้ Ecosystem เกิดได้ ลดภาวะขาดทุน เปลี่ยนถ่ายไปสู่พลังงานสะอาด

บริหารจัดการแอปเรียกรถ

กรมการขนส่งทางบกกำกับดูแลรถขนส่ง ต้องควบคุมให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้โดยสารหรือผู้บริโภค ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการแพลตฟอร์มต่าง ๆ ประเภทบริการรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่ยังถือว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคมน้อย แผนที่เร่งรัดคือผู้ขับขี่รถสาธารณะจะต้องมีใบขับขี่สาธารณะ เพราะเวลาเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ผู้โดยสารจะได้รับความคุ้มครอง เบื้องต้นมีจำนวนประมาณ 1,800 คันจากทั้งหมดที่แสดงความประสงค์ไว้ 3-4 หมื่นราย

รวมถึงจะต้องมีมาตรการป้องปราม และเป็นประจักษ์พยานเวลาเกิดเหตุเพื่อคุ้มครองผู้ขับขี่ หรือ ผู้โดยสาร เช่น การลดระเบียบขั้นตอนของกฎหมายให้ผู้มารับบริการมีความสะดวกเพิ่มมากขึ้นรถโดยสารคันใหญ่ต้องขับ 4 ชั่วโมง พักครึ่งชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ใช้ AI ในการตรวจสภาพรถ การทำห้องจำลอง Simulator สำหรับรถขนส่งขนาดใหญ่ในอนาคต ประสานความร่วมมือหน่วยงาน ในการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อประหยัดงบประมาณซึ่ง ขบ.ได้ร่วมกับ กทม.ในการใช้ข้อมูลจากกล้อง CCTV ของ กทม.ดูแล ตรวจจับที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยบนถนน

เล็งรถเก่าแลกใหม่ 7 ประเภท

นายสิริพงศ์กล่าวว่า นอกจากนี้รถแท็กซี่เก่า 2.7 หมื่นคันที่เริ่มหมดอายุ เรานำเข้าโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ เปลี่ยนเป็นพลังงานอีวี โดยที่รัฐสนับสนุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง ผ่านโครงการรถเก่าแลกรถใหม่สำหรับผู้ประกอบการภาคขนส่ง จะเสนอใช้ในส่วนของงบประมาณเงินกู้ 4 แสนล้าน คาดว่าไม่น่าจะเป็นภาระที่หนักมากนัก ประเมินเบื้องต้นว่าจะใช้งบประมาณสนับสนุนดอกเบี้ยประมาณ 10,000 – 20,000 ล้านบาท สิ่งที่จะได้คือผู้ประกอบการมีต้นทุนที่ต่ำลง ขณะที่ผู้โดยสารได้รับการบริการที่ดีขึ้นจากเทคโนโลยีที่ใหม่ขึ้น

“จะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือ ปัจจุบัน ขบ.กำลังรวบรวมข้อมูลมีรถทั้งหมด 7 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถมินิบัส, รถบรรทุก, รถบัส, รถแท็กซี่ รวมถึงรถจักรยานยนต์ และรถตุ๊กตุ๊ก เพื่อให้รัฐพิจารณาว่าจะสามารถมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง” นายสิริพงศ์กล่าว

ปรับบท ขสมก.เป็นฟีดเดอร์

รมช.คมนาคมกล่าวอีกว่า ขณะที่ ขสมก.ในเดือนมีนาคม 2570 จะรับมอบรถโดยสารใหม่ในโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้า ระยะเวลาการเช่า 7 ปี กรอบวงเงินงบประมาณ 15,355.6 ล้านบาท ซึ่ง ขสมก.ลงนามกับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

สิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนคือเปลี่ยนสายทางใหม่ให้สอดคล้องกับสถานีชาร์จ เปลี่ยนบทบาทให้ ขสมก. จากรถที่วิ่งทางหลักเป็นวิ่งทางหลักส่วนหนึ่งและเป็นฟีดเดอร์ส่วนหนึ่ง รับคนมายังสถานีรถไฟฟ้า โดยปัจจุบัน ขสมก.มีเส้นทางเดินรถ 123 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางจากแผนเดิม 107 เส้นทาง และให้บริการชั่วคราว 16 เส้นทาง สั่งการให้จัดทำแผนและแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างเส้นทางให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน

ตั้งเป้าลดขาดทุน 50%

“ผมพยายามเชื่อมต่อล้อ ราง เรือให้ได้ และจะช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุงของ ขสมก. 50% ซึ่งจะเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้การขาดทุนของ ขสมก.ลดลง การหารายได้เชิงพาณิชย์จากสินทรัพย์ที่ ขสมก.มีก็เป็นอีกนโยบายหนึ่ง มุ่งหวังลดการขาดทุน เป้าหมายที่ดีที่สุดคือพลิกเป็นกำไร แต่ยังเป็นเรื่องยาก เพราะ ขสมก.ขาดทุนสะสมแสนกว่าล้านบาท ระยะเวลา 1-2 ปีน่าจะลำบากหน่อย แต่คิดว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้” รมช.คมนาคมกล่าว

ทั้งนี้ ขสมก.รายงานว่า ปัจจุบันขสมก.มีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 500,000 คน/วัน แต่มีปัญหาขาดทุนสะสมที่ 150,000 ล้านบาท ขาดทุนเฉลี่ยปีละ 8,000 ล้านบาท ประกอบกับปัจจุบัน ขสมก.มีภาวะต้นทุนการซ่อมบำรุงรถที่ใช้พลังงานน้ำมันและ NGV อยู่ที่ 3,000 คัน ค่าซ่อมบำรุง 2,000 บาท/คัน/วัน

รอเคาะสูตรค่ารถไฟฟ้า

นายสิริพงศ์กล่าวถึงมาตรการลดค่าครองชีพประชาชนในส่วนของค่าเดินทางรถไฟฟ้าว่า เรื่องการลดค่าใช้จ่ายในภาพรวมเป็นเรื่องหนึ่งที่จะขับเคลื่อนให้ราคารถไฟฟ้าจับต้องได้ ในปี 2569 จะได้เห็นแน่นอน โดยเร่งรัดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตั๋วร่วม วันนี้รถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วงมีเพดานราคาสูงสุดไม่เกิน 40 บาทต่อวัน ถ้าเทียบในอดีตเที่ยวหนึ่ง 20 บาท ถ้าขึ้นเกิน 2 เที่ยวต่อวันก็เกิน 40 บาทแล้ว แต่ปัจจุบันมีเพดานค่าโดยสาร 40 บาท ขึ้นกี่เที่ยวก็ได้ โดยใช้ผ่านบัตร EMV ซึ่งระบบจะหักเงินเต็มจำนวนก่อน แล้วคืนเงินส่วนต่างภายหลัง

“นโยบายนี้จะสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน 2569 แต่จะต่ออายุหรือมีนโยบายใหม่ที่ดีกว่านี้เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง โดยมีสายใหม่เพิ่ม เช่น สายสีน้ำเงิน สายสีเขียว เป็นต้น แต่รูปแบบจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เพราะเป็นนโยบายที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ขับเคลื่อนคือเร่ง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม และต้องทำค่าโดยสารให้ถูกลงอย่างมีนัยยะสำคัญ”

ล้มแผนซื้อสัมปทาน

ส่วนแนวคิดซื้อสัมปทานคืนจากภาคเอกชนแล้วรัฐบาลบริหารจัดการเองนั้น นายสิริพงศ์กล่าวว่า ในเวลาแบบนี้การไปซื้อสัมปทานอาจไม่ตอบโจทย์กับสภาพการเงินการคลัง และตอบสังคมยากว่าใครได้ประโยชน์ อยากชวนให้ดูแนวทางของพรรคภูมิใจไทยในการบริหารงานรอบนี้ จะเน้นเรื่องที่โปร่งใส ประชาชนจับต้องได้ เช่น สายสีแดง สายสีม่วง เราไม่ได้ใช้วิธีใช้งบฯ สนับสนุนไปที่ รฟม.หรือ รฟท. แต่เราให้ประชาชนจ่ายโดยตรง และไปเคลียร์ระบบหลังบ้านให้จ่าย 40 บาทต่อวัน และเราไม่ได้ไปชดเชยค่าสัมปทานเดินรถแต่อย่างใด

ส่วนท่าทีเอกชนที่รับสัมปทานทั้งในส่วนของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็มนั้น แต่ละเจ้ายังมีความต้องการที่แตกต่างกันอยู่ รูปแบบการคุยต้องแยกกัน ซึ่งในความเป็นจริงเราอาจนำเสนอในรูปแบบใหม่เลยก็ได้ รออีกนิดหนึ่ง

เชื่อมหมอชิต-สถานีบางซื่อ

รมช.คมนาคมกล่าวอีกว่า ในส่วนของ บขส.ปีนี้ยังไม่เน้นการย้ายสถานีแห่งใหม่ แต่เราเน้นเรื่องการบริหารจัดการปรับปรุงการให้บริการประชาชนให้ดีขึ้น เพราะขณะนี้ภาระทางการคลังสูงมาก เช่น การปรับปรุงสถานีขนส่งหมอชิตเดินหน้าปรับปรุงบางส่วน ตอนนี้มีหลายอย่างที่ต้องซ่อมบำรุงเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร สิ่งที่เราอยากทำคือออกแบบเพิ่มเติมให้สถานีบางซื่อกับ บขส.เชื่อมต่อกันได้ ขณะนี้ไม่ได้เชื่อมต่อกัน และอาจจะปรับปรุงบางสถานีคือสถานีรังสิต

ส่วนแผนเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์บริเวณสถานี ต้องเกิดขึ้นทุกหน่วยงาน แต่จะมีเป้าประสงค์ที่ต่างกัน เช่น บขส.ไม่ใช่หวังรายได้เชิงพาณิชย์ จนถึงขั้นลืมบริการสังคม เพราะคนที่ขึ้น บขส.คงไม่ใช่คนที่สถานะทางรายได้สูง แน่นอนรายได้เชิงพาณิชย์ต้องหา แต่ต้องไม่เป็นภาระผู้โดยสาร และรายได้เชิงพาณิชย์ต้องมาแบ่งเบาภาระผู้โดยสาร เช่น ให้เช่าที่ขายของแต่ไปขายของแพง อย่างนี้คงไม่ตอบโจทย์

ค่าโดยสารถูกกว่าเบอร์เกอร์

“ในยุคที่ผมกำกับดูแล ขบ.กรมราง บขส. ขสมก. จะทำให้ค่าโดยสารถูกกว่าบิ๊กแมค อาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่หวังไว้ เพราะเราได้มีการคุยกันเรื่อง Hamburger Theory ในหลาย ๆ ประเทศเทียบค่าโดยสารกับราคาแฮมเบอร์เกอร์ หรือบางประเทศเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ หรือค่าครองชีพในประเทศนั้น ๆ อาจจะพูดถึงค่าโดยสารถูกกว่าแฮมเบอร์เกอร์อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องพูดถึงคุณภาพด้วย ผมอยากให้เป็นแบบนั้น” นายสิริพงศ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘สิริพงศ์’ เขย่าสูตรราคารถไฟฟ้า พลิก ‘ขสมก.’ ล้างขาดทุนแสนล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...