โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Binance โวระบบ AI สกัดสแกมคริปโตฯ ทุบสถิติ ช่วยเซฟสินทรัพย์นักเทรดกว่า 3.8 แสนล้านบาท

Manager Online

เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 10.20 น. • MGR Online

Binance เปิดข้อมูลระบบรักษาความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงที่ช่วยปกป้องผู้ใช้หลายล้านรายจากการสูญเสียเงินมูลค่ากว่า 10.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 โดยระบบเทคโนโลยีทั้งการตรวจจับภาพปลอมแปลงและวิเคราะห์ภาษาเชิงลึก ถูกนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันขั้นเด็ดขาด ขณะที่อีกด้านหนึ่งอาชญากรไซเบอร์ก็เร่งเครื่องใช้ Generative AI ก่อเหตุฉ้อโกงที่แนบเนียนและทำกำไรได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว สะท้อนให้เห็นว่าสมรภูมิความปลอดภัยในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลได้ก้าวเข้าสู่การแข่งกันด้วยอาวุธอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ

ปักกิ่งเดือด! ศึกความปลอดภัยในจักรวาลคริปโตเคอร์เรนซีกำลังยกระดับสู่การแข่งกันทางเทคโนโลยีขั้นสูง เมื่อ Binance ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกมาประกาศตัวเลขที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรม โดยระบุว่าระบบรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของตน สามารถป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้จากเหล่าอาชญากรคริปโตฯ ได้เป็นมูลค่ารวมมหาศาลถึง 10.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.81 แสนล้านบาท นับตั้งแต่ไตรมาสแรกจนถึงไตรมาสที่สองของปี 2568

รายงานจากบล็อกทางการของ Binance เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เน้นย้ำว่า ขุมกำลังสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จนี้มาจากชุดเครื่องมือความปลอดภัยที่ผสานพลัง AI กว่า 24 ประเภทซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในธุรกรรมแบบ Peer-to-Peer (P2P) ซึ่งเป็นช่องทางที่แก๊งสแกมมักใช้แทรกซึม ระบบ “คอมพิวเตอร์ วิชัน” (Computer Vision) ถูกนำมาใช้ตรวจจับหลักฐานการชำระเงินปลอม ขณะที่การวิเคราะห์ภาษาแบบเรียลไทม์ช่วยเปิดโปงรูปแบบบทสนทนาที่มุ่งหลอกลวงให้โอนเงิน

สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษ คือ การรุกคืบเข้ามาของ AI ในกระบวนการตัดสินใจเพื่อควบคุมการทุจริต โดย Binance เปิดเผยว่า ปัจจุบัน AI มีบทบาทขับเคลื่อนมาตรการควบคุมการฉ้อโกงมากถึง 57% ของระบบทั้งหมด ซึ่งประสิทธิภาพที่ได้นั้นเหนือกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการกดอัตราการทุจริตผ่านบัตรให้ลดลงราว 60-70% นี่ไม่ใช่เพียงแค่การติดปีกให้ทีมความปลอดภัย แต่เป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าวิธีการทำสงครามกับมิจฉาชีพทั้งระบบ

ในด้านการยืนยันตัวตน (KYC) ซึ่งเป็นด่านแรกของการปกป้องบัญชีผู้ใช้ Binance กำลังประลองยุทธ์กับเทคโนโลยี Deepfakes และการสร้างตัวตนสังเคราะห์ที่มีความสมจริงและล้ำหน้ามากขึ้นตามลำดับ จุดขายสำคัญอยู่ที่การนำ AI มาแทนที่กระบวนการตรวจสอบแบบเดิมที่ต้องใช้มนุษย์ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานพุ่งทะยานขึ้นถึง 100 เท่าเมื่อเทียบกับระบบเก่า นี่คือการยกระดับศักยภาพครั้งมโหฬารที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความรวดเร็ว แต่ยังทำให้การปลอมแปลงผ่านด่านตรวจสอบทำได้ยากขึ้นหลายเท่าตัว

บทวิเคราะห์เชิงลึกชี้ให้เห็นว่า ปรากฏการณ์นี้กำลังดำเนินไปบนเส้นขนานอันตราย เช่นเดียวกับที่หน่วยงานความปลอดภัยและตลาดซื้อขายงัด AI มาใช้ป้องกัน ขณะที่อาชญากรไซเบอร์ก็พลิกบทบาทนำ Generative AI มาเป็นอาวุธในการรันแผนฉ้อโกงที่แนบเนียนและปล่อยโค้ดอันตรายได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น

นอกจากนี้รายงานของ Binance Research ถึงกับเคยประเมินไว้อย่างน่ากังวลว่า เทคโนโลยี AI ในปัจจุบันนั้น “เก่งกาจในการใช้หาประโยชน์มากกว่าการตรวจจับถึง 2 เท่า” และที่สะพรึงยิ่งกว่าคือ “สแกมที่ใช้ AI มีอัตราการทำกำไรสูงกว่าการหลอกลวงรูปแบบเดิมถึง 4.5 เท่า” สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสมรภูมินี้ไม่ได้ราบเรียบ และผู้เล่นในตลาดไม่อาจวางใจได้เลย

ขณะที่ภายในไตรมาสแรกของปี 2569 เพียงไตรมาสเดียว Binance อ้างว่าสามารถปกป้องเม็ดเงินรวม 1.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากความพยายามในการสแกมและฟิชชิ่งสูงถึง 22.9 ล้านครั้ง พร้อมกับติดตามและกู้คืนเงินคืนให้ผู้เสียหายได้อีก 12.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากคดีทั้งหมด 48,000 รายการ

ขณะเดียวกัน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางกายภาพหรือที่รู้จักกันในแวดวงว่า “Wrench Attack” บริษัทได้เปิดตัวฟีเจอร์ล็อกดาวน์การถอนเงิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นนวัตกรรมป้องกันความเสียหายขั้นสุดท้าย ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานของ CertiK ที่ระบุว่า เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายที่มีแรงจูงใจจากคริปโตฯ ในปีนี้ มีแนวโน้มที่จะแซงหน้าสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2569 เรียบร้อยแล้ว

ทว่าในอีกมุมหนึ่ง ภาพลักษณ์ด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการสอดส่องดูแลของ Binance ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากรายงานข่าวว่าบริษัทปลดพนักงานหลายราย หลังจากที่พวกเขาแจ้งเบาะแสการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในอิหร่านซึ่งถูกมาตรการคว่ำบาตร แม้ Binance จะออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยย้ำกับ The Block ว่าบริษัทให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันกับหน่วยงานกำกับดูแลและการปฏิบัติตามกฎหมายของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

ในการเปิดเผยข้อมูลล่าสุด Binance ยังเปิดเผยตัวเลขการทำงานเชิงรุกด้วยการยึดเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายมูลค่า 131 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมทั้งดำเนินการตามคำร้องขออย่างเป็นทางการจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไปแล้วมากกว่า 71,000 คำขอ

นอกจากนี้ หน่วยปฏิบัติการร่วม T3 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง Binance, Tether และ Tron ก็เพิ่งสร้างผลงานชิ้นโบแดงด้วยการอายัดเหรียญ USDT มูลค่ามหาศาลถึง 344 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเส้นทางการเงินได้โยงใยไปถึงหน่วยงานในอิหร่าน ตอกย้ำว่าระบบการเงินนอกสายตาแบบรวมศูนย์กำลังถูกท้าทายด้วยเครื่องมือทางการเงินดิจิทัลที่ทั้งเป็นอิสระและเป็นกุญแจไขไปสู่การตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอีกด้วย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

KingBridge Tower ร่วมกับ One Law เปิดเวทีถอดมุมคิดธุรกรรมอสังหาฯ Complicated Long-Term Lease & REIT สำหรับผู้นำธุรกิจยุคใหม่

Positioningmag

ก.ล.ต. ยับยั้งบัญชีม้าคริปโต 5.8 หมื่นบัญชี สายด่วนร้องเรียนพุ่ง 208%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

“บอสชาตรี” ยันผู้ชนะ ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง ได้สิทธิ์ชิง “ซุปเปอร์บอน”

INN News
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...