60 นาที ที่โลกได้พัก จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าทุกคน ลดใช้พลังงานช่วย “ปิดไฟ” ทั้งเมือง
สถานการณ์พลังงานท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง ที่ล่าสุดกำลังส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งราคาน้ำมันและพลังงานพุ่งสูง โดยประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้หลายๆ ภาคส่วนจะร่วมกันลดใช้พลังงาน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศทั้งด้านการประหยัดไฟฟ้าและด้านการประหยัดน้ำมัน
ด้านการประหยัดไฟฟ้า เช่น ปิดไฟ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อไม่ใช้งาน ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อไม่ใช้งาน ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส เปลี่ยนมาใช้บันไดแทนลิฟต์สำหรับการขึ้น-ลง 1-2 ชั้น
ขณะที่ด้านการประหยัดน้ำมัน สนับสนุนการทำงานแบบ Work from Home ส่งเสริมให้จัดประชุมผ่านระบบ Video Conference ตามความเหมาะสม หรือการวางแผนก่อนเดินทาง หรือหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะและระบบ Carpool
“60 Earth Hour 2026” กิจกรรมที่มากกว่าการ “ปิดไฟ”
ในทุก ๆ ปี กิจกรรมสำคัญ ซึ่งจัดขึ้นทั่วโลกในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคม “Earth Hour” ได้กลายเป็นมากกว่าแค่การรณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพราะการปิดไฟเพียง 1 ชั่วโมง หลายๆ คนอาจจะมองว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เพียงแค่ 1 ชั่วโมงถ้าหากทุกคนร่วมมือกันก็สามารถเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ทุกคนหันมาตระหนักถึงปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อนมากขึ้นและช่วยลดพลังงาน
ทั้งนี้ ปีนี้ทางรัฐบาล ได้เชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรม 60 Earth Hour 2026 ด้วยการปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกันกับคนทั่วโลก ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 20.30 - 21.30 น.
การปิดไฟส่องสว่างในช่วงเวลาดังกล่าว ถือว่าเป็นการร่วมใจกันแสดงเจตนารมณ์ ลดการใช้ไฟฟ้าที่เกินความจำเป็น และการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันของประเทศไทยที่ต้องการให้คนในประเทศร่วมกันช่วยกันประหยัดพลังงาน
“60 Earth Hour 2026” กิจกรรมลดโลกร้อนที่นานาชาติให้ความสำคัญมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนหรือหน่วยงานต่างๆ “ปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมง” เพื่อกระตุ้นให้คนได้ตระหนักถึงปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อนมากขึ้น ซึ่งริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2550 ที่ประเทศออสเตรเลีย การรณรงค์ในครั้งนั้นได้รับความร่วมมือจากประชาชนกว่า 2.2 ล้านคน และผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย สามารถลดปริมาณการใช้พลังงานได้ถึง 10.2% ซึ่งเทียบได้กับปริมาณรถยนต์บนท้องถนนที่จะลดลงไปถึง 48,000 คันต่อปี
ภาพจาก AFP
ผลความสำเร็จลดการใช้พลังงาน-ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า
แม้จะเป็นเพียงการปิดไฟชั่วคราว แต่การปิดไฟพร้อมกันในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ รวมทั้งยังกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อโลกที่ดีขึ้น
หากย้อนข้อมูลจาก กรุงเทพมหานคร (กทม.) ผลความสำเร็จการจัดกิจกรรม ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ปี 2568 (60+ Earth Hour 2025) เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 20.30 - 21.30 น. กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักและสำนักงานเขต ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน รณรงค์และเชิญชวนผู้ประกอบการ ร้านค้า ประชาชน ลดการใช้พลังงานและปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ป้ายโฆษณา รวมถึงการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน ลดการใช้เครื่องปรับอากาศในอาคารบ้านเรือน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองต่าง ๆ กว่า 7,000 เมือง 190 ประเทศทั่วโลก
ผลการคำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าช่วงเวลาดังกล่าวในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยการไฟฟ้านครหลวง พบว่าสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 134 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 ในช่วงเวลาเดียวกัน สามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ 621,746 บาท ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 58.6 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
เทียบได้กับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 5,860 ต้น ใน 1 ปี (ไม้ยืนต้น 1 ต้น สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อปี)
เทียบกับเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จำนวน 485 เที่ยวบิน หรือการใช้รถยนต์ดีเซลเป็นระยะทาง 351,600 กิโลเมตร หรือเทียบกับการปิดไฟครัวเรือน 263,700 ครัวเรือน
ภาพจาก AFP
“ปิดไฟ 1 ชั่วโมง” ผลย้อนหลัง 3 ปี ลดการใช้ไฟฟ้าลง
ผลจากการจัดกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง” เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour) ย้อนหลัง 3 ปี สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ รวม 138.65 เมกะวัตต์ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 36.2 ตัน
- ปี 2567 ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ 24.65 เมกะวัตต์ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 11 ตัน
- ปี 2566 ลดปริมาณไฟฟ้าได้ 36 เมกะวัตต์ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 5.2 ตัน
- ปี 2565 ลดปริมาณไฟฟ้าได้ 78 เมกะวัตต์ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 20 ตัน
แน่นอนว่าสถานการณ์ด้านพลังงานในประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ทุกคนสามารถช่วยประหยัดพลังงานเองได้ “กิจกรรมปิดไฟ” อาจเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความร่วมมือ หากประชาชนทุกคนตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการปฏิบัติให้เป็นวิถีชีวิตประจำวัน ถอดปลั๊กไฟทุกครั้งหากไม่ใช้งาน ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น ปิดไฟที่ไม่ใช้งานทุกครั้ง ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือที่ไหน ๆ ก็สามารถที่จะเข้าร่วมกิจกรรมได้ นอกจากช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย ที่เริ่มต้นง่ายๆ ได้ด้วยเพียงปลายนิ้ว…
ภาพจาก AFP
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทรัมป์ ระบุ ถ้าเจรจาไม่สำเร็จจะทิ้งระเบิดอิหร่านต่อไป
- ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง กระทบไทยแค่ไหน? สินค้าจะขึ้นตามต้นทุนพลังงานหรือไม่
- “สีหศักดิ์” หารือรมว.ต่างประเทศของอิหร่าน ขอเร่งช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทยที่ยังติดค้าง
- เปิดคำสั่งนายกฯ มาตรการป้องกันการขาดแคลนน้ำมัน ให้ผู้ค้ารายงานสต็อก-ยอดจำหน่ายทุกวัน
- กรมธุรกิจพลังงาน ยันมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 104 วัน