“แกร็บ” กางแผนรุกปี 69 เจาะตลาดใหม่-ลุยสินเชื่อ ฟู้ดดีลิเวอรี่ไทยทะลุ 1.6 แสนล.
การตลาด - แกร็บ ประเทศไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” สานต่อกลยุทธ์ “Barbell Strategy” นำบริการที่หลากหลายในราคาเข้าถึงได้ หนุนรัฐบาลเร่งกระตุ้นให้มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอาหาร พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลสร้างงาน-อาชีพ รับวิกฤติพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2569 แกร็บมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจมุ่งเน้นไปที่ 3 มิติหลัก คือ 1. การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง (Winning Business Growth), 2. การส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม (Winning Sustainable Impact) และ 3. การสนับสนุนนโยบายระดับชาติ (Winning with National Priorities) เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย
ด้วยกลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 เน้นสร้างความสมดุลระหว่างการเข้าถึงตลาดแมสด้วยราคาที่คุ้มค่า และการนำเสนอบริการระดับพรีเมียมที่มาพร้อมคุณภาพเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงชาวต่างชาติ พร้อมพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ Group Ride ที่ช่วยให้การเรียกรถเพื่อเดินทางเป็นกลุ่มสะดวกและประหยัดยิ่งขึ้น
รวมถึง Discover ที่ชวนผู้ใช้บริการร่วมรีวิวร้านดังเมนูเด็ดในฐานะ Eatfluencer เพื่อสร้างเอนเกจเมนต์และช่วยเพิ่มการมองเห็นของร้านอาหารต่างๆ รวมถึงฟีเจอร์ Basket Builder ตัวช่วยด้านการช้อปปิ้งที่ทำให้การเติมสต็อกสินค้าประจำวันผ่าน GrabMart เป็นเรื่องง่ายขึ้นเพียงแค่พิมพ์ พูด หรือถ่ายภาพก็สามารถเพิ่มสินค้าที่ต้องการได้ในตะกร้าสินค้า
*** รุกตลาดใหม่ขยายฐานลูกค้า
นอกจากนี้ แกร็บยังรุกตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ อย่างกลุ่มคนนอนดึก จับกลุ่มคอบอล การส่งแพ็กเกจ GrabForStudent ที่มัดรวมสิทธิประโยชน์สุดคุ้มทั้งบริการเรียกรถและสั่งอาหาร เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้ 9,000 บาทต่อปี รวมถึงการทดลองเปิดตัวสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash ด้วยวงเงินสูงสุด 20,000 บาทและผ่อนจ่ายได้สูงสุด 6 เดือน
ทั้งนี้ ในปี 2568 แกร็บสามารถดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ แม้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวลง ตลอดจนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ไม่ได้เติบโตตามคาด อันเป็นผลมาจากสงครามทางการค้าทั่วโลกรวมถึงประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
“ปีที่ผ่านมาแกร็บ เติบโตในหลายส่วน ทั้งปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น 19% เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น 8% รวมถึงปริมาณการใช้งานต่อวันสูงขึ้นถึง 37% นอกจากนี้ฝั่งของผู้ใช้ เมื่อดูในฝั่งของคนขับปริมาณไรเดอร์เพิ่มขึ้น 52% ร้านอาหารที่มียอดขายเติบโตถึง 13.5% ต่อเดือน และมีอัตราการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 40%” นางสาวจันต์สุดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม แกร็บยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาด ทั้งบริการเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทย โดยยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ รักษาคุณภาพและมาตรฐานของการให้บริการ พร้อมปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
“แกร็บประสบความสำเร็จอย่างมากกับบริการเรียกรถในราคาประหยัด (SAVER) ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีอัตราการใช้บริการที่เติบโตสูงขึ้นกว่า 250% พร้อมกับรักษาฐานกลุ่มลูกค้าพรีเมียมด้วยการเปิดตัวบริการใหม่อย่าง GrabExecutive เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรีที่ต้องการจองรถล่วงหน้า”
ที่สำคัญคือหลังจากปีที่ผ่านมา ฟู้ดแพนด้า ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ชาวต่างชาติเลือกใช้งานเวลาเดินทางมาประเทศไทย ออกจากตลาดไป ทำให้แกร็บ เข้าไปซัพพอร์ตลูกค้าในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น จนได้ฐานลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวเพิ่มเข้ามาบนแพลตฟอร์มจำนวนมาก
***ช่วยผู้ใช้ประหยัด 6,900 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี แกร็บนำเสนอความคุ้มค่าผ่านการทำแคมเปญและโปรโมชันตลอดทั้งปี ช่วยผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 6.9 พันล้านบาท ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างดีลลดแรงทุกวัน (Hot Deals) บริการส่งแบบประหยัด (SAVER Delivery) การทำแคมเปญประจำสัปดาห์-เดือน รวมถึง Mega Sale
ขณะที่ร้านค้าที่ได้รับ GrabThumbsUp และ Only at Grab ร้านอาหารในกลุ่มนี้มากกว่า 2 หมื่นร้านทั่วประเทศ ส่วนการสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาลมีร้านที่เข้าร่วมโครงการฯ กับแกร็บเกือบ 4 หมื่นร้านและช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านเหล่านั้นได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่าตลอดโครงการ”
ข้อมูลจาก รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568 (e-Conomy SEA 2025) โดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชันเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่า 15% ในปีที่ผ่านมา
ส่วนรายงานด้านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568 โดยบริษัท Momentum Works ระบุว่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาค โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 5.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.62 แสนล้านบาท) และมีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาสูงกว่า 22% โดยแกร็บมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยอยู่ที่ 47% ขณะที่ LINE MAN อยู่ที่ 41%
ในแง่ของความยั่งยืน และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม แกร็บยังคงยึดมั่นในพันธกิจ GrabForGood สนับสนุนคนขับ-ไรเดอร์และพาร์ทเนอร์ร้านค้าใน 3 ประเด็นหลัก คือ การเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มทักษะและขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการใช้ AI และโครงการ GrabAcademy และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ
***กระตุ้นใช้รถ EV
พร้อมกันนี้ แกร็บยังพร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการในด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น โครงการ Grab EV เพื่อส่งเสริมให้คนขับและไรเดอร์เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับปัญหาราคาน้ำมันพุ่ง โครงการเพื่อโลกสีเขียว (Green Programme) โดยนำเงินบริจาคจากผู้ใช้บริการไปซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอน และสนับสนุนการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) รวมไปถึงการริเริ่มโครงการใหม่อย่าง GrabFood ร้านรักษ์โลกพร้อมคัดแยก ที่จะร่วมกับ Trash Lucky ส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหารคัดแยกขยะและนำไปรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม แกร็บ พร้อมสนับสนุนนโยบายระดับชาติ โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศ โดยเรายังคงเดินหน้าผนึกกำลังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ผ่านการจัดแคมเปญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี
รวมถึงการเข้าไปสนับสนุนการจัดอีเวนท์ระดับโลกและเทศกาลเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนการรักษามาตรฐานและยกระดับการให้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยผ่านอัตลักษณ์อาหาร โดยใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี บิ๊กดาต้า รวมถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ GrabThumbsUp มาร่วมผลักดันแบรนด์ร้านอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเครือข่ายธุรกิจของแกร็บในประเทศ
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO