โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แกร็บ เผยทราฟฟิกโต 2 หลัก หลังดันแคมเปญ “น้องเกล” เสริมเกม Barbell Strategy เจาะลูกค้าทุกระดับ

Thairath Money

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 00.32 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 00.31 น.
ภาพไฮไลต์

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2569 แกร็บจะยังเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 เน้นสร้างความสมดุลระหว่างการเข้าถึงตลาดลูกค้าทั่วไป (Mass) ด้วยราคาที่คุ้มค่า และการนำเสนอบริการระดับพรีเมียมจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงชาวต่างชาติ

“ปี 2568 ที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จจากการนำเสนอบริการที่หลากหลายในราคาเข้าถึงได้ เพื่อตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่ม จากเดิมที่แกร็บทำได้ดีมากในกลุ่มลูกค้าเจน Y เรากำลังเริ่มขยายฐานสู่ลูกค้าเจน Z หรือกลุ่มที่อายุต่ำลงมา เพื่อให้คนเหล่านี้เติบโตไปเป็นลูกค้าแกร็บต่อไป”

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา แกร็บประสบความสำเร็จมากกับการขยายบริการเรียกรถในราคาประหยัด (SAVER) ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่คนต้องรัดเข็มขัด ทำให้มีอัตราการใช้บริการโต 250% ขณะที่ฐานลูกค้าระดับพรีเมียมยังเติบโตได้ 90% เช่นเดียวกับธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี ที่ทำแคมเปญและโปรโมชันตลอดปี ไม่ว่าจะเป็น ดีลลดแรงทุกวัน (Hot Deals) บริการส่งแบบประหยัด (SAVER Delivery) ทำให้ออเดอร์เพิ่ม 19% ยอดใช้จ่ายต่อลูกค้าต่อเดือนเพิ่ม 8% และการเติบโตของลูกค้าที่สั่งอาหารทุกวันเพิ่มขึ้น 37%

ขณะที่แคมเปญใหญ่รับต้นปี 2569 เปิดตัว “น้องเกล–แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์อายุน้อยที่สุด ในแคมเปญ “GrabFood MEGA GALE ถูกกว่าชัวร์” หลังเปิดตัว 25 ก.พ. 2569 พบปริมาณลูกค้าที่เข้ามาในแพลตฟอร์ม (ทราฟฟิก) เพิ่มขึ้นในระดับตัวเลข 2 หลัก (Double Digit) ช่วยขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเจน X และเบบี้บูมสูงวัยที่ชื่นชอบน้องเกล

ทั้งนี้เมื่อปี 2568 เศรษฐกิจไทยเติบโตในระดับ 2% แต่เศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวได้ 16% อยู่ที่มูลค่า 1.78 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชันเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี โตสูงกว่า 15% ขณะที่ Momentum Works ระบุตลาดฟู้ดเดลิเวอรีไทยปี 2568 มีมูลค่าที่ 162,000 ล้านบาท โต 22% จากปีก่อนหน้า มีผู้เล่น ได้แก่ แกร็บครองส่วนแบ่งตลาด 47% ไลน์แมนวงใน 41% ช้อปปี้ฟู้ด 10% ฟู้ดแพนด้า 2%

โดยบริการใหม่ที่จะทยอยเปิดตัว ประกอบด้วย บริการ Group Ride เรียกรถเป็นกลุ่ม, Grab Food Discover บริการชี้เป้าพร้อมรีวิวร้านดัง, ฟีเจอร์ Basket Builder ตัวช่วยด้านการช้อปปิ้งผ่าน GrabMart ด้วยการพิมพ์ พูด หรือถ่ายภาพก็สามารถเพิ่มสินค้าที่ต้องการช้อปได้ในตะกร้าสินค้า, บริการสั่งอาหารตอนดึก (Night Consumption), แกร็บสำหรับเด็กนักเรียน และบริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่จะเปิดตัวในเดือนเม.ย. 2569

นางสาวจันต์สุดา ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำมันราคาสูงว่า แกร็บติดตามราคาน้ำมันมาโดยตลอด ขณะนี้พบว่าราคาขยับขึ้นมากกว่า 6% แล้ว นับตั้งแต่มีสงครามตะวันออกกลาง โดยได้อัดฉีดงบ 10 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือคนขับแกร็บแล้ว และยังไม่ต้องการผลักภาระให้ลูกค้า ที่สำคัญค่าโดยสารแกร็บถูกกำหนดเพดานราคาจากภาครัฐอยู่ ไม่สามารถขึ้นราคาได้ตามอำเภอใจ แต่หากที่สุดแล้วราคาน้ำมันยังทะยานขึ้นต่อเนื่อง อาจต้องพิจารณาทางออกอื่นๆ เช่น การเก็บค่าเซอร์ชาร์จ (Surcharge) เพิ่ม

ส่วนกรณีที่กรมขนส่งทางบกได้ขีดเส้นใต้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะหรือ Ride Sharing ต้องกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และการนำรถเข้าจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (หรือ รย. 17 และ รย. 18) ให้ถูกต้องนั้น แกร็บกำลังพยายามหาทางออกและช่วยเหลือผู้ขับขี่ให้มากที่สุด “ต้องยอมรับว่าการจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นระดับคันละ 40,000 - 50,000 บาท รวมการทำประกันชั้น 1 ทำให้ขณะนี้ภายใต้ระบบแกร็บมีคนขับและรถที่จดทะเบียนไปแล้วหลักหมื่น จากจำนวนรถในระบบทั้งหมดหลักแสน” นางสาวจันต์สุดา กล่าวในที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แกร็บ เผยทราฟฟิกโต 2 หลัก หลังดันแคมเปญ “น้องเกล” เสริมเกม Barbell Strategy เจาะลูกค้าทุกระดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...