โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BEM ทราฟฟิคเร่งตัวQ1 น้ำมันแพงหนุนใช้ MRT

ทันหุ้น

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 04.40 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 20.00 น.

#BEM #ทันหุ้น – BEM แย้มงบไตรมาส 1/2569โต ทางด่วนและผู้โดยสาร MRT แกร่ง แม้ราคาพลังงานพุ่ง ชี้ผู้โดยสารสายสีน้ำเงินวันทำงานยืนเหนือ 5แสนเที่ยวคนต่อวัน แนวโน้มไตรมาส 2/2569โตต่อ เดินทางในเมืองเพิ่ม ท่องเที่ยวพักไทยนานขึ้น รับน้ำมันแพงหนุนใช้ขนส่งสาธารณะ ส่วนทางด่วนมีอีวีวิ่ง โบรกแนะซื้อเป้า 10.50บาท มีอัพไซด์จากโครงการใหม่ในอนาคต

ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทประเมินผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ทั้งธุรกิจทางด่วน ปริมาณการจราจรยังคงมีแนวโน้มเร่งตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ช่วงเดือนมีนาคม 2569 จะมีสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันและพลังงานในประเทศ

ด้านธุรกิจรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินยังได้รับอานิสงส์จากการเดินทางในชีวิตประจำวัน หนุนปริมานผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า ช่วงวันทำงานทรงตัวเหนือ 5 แสนเที่ยวคนต่อวันได้อย่างมีนัยสำคัญ

@โค้งสองโตต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้คาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 แนวโน้มผู้โดยสารรถไฟฟ้ามีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องจากความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับต้นทุนใช้น้ำมัน นอกจากนี้ กระแสการท่องเที่ยวกลุ่มนักท่องระยะใกล้(Short-Haul) โดยเฉพาะชาวจีน อินเดีย รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มพำนักอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น เนื่องจากพิจารณาว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย และไม่น่าจะเกิดสภาวะวิกฤติร้ายแรงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ขณะที่ปริมาณจราจรบนทางด่วนยังมีแรงหนุนจากการเดินทางในเมืองและปริมณฑลที่ยังจำเป็น

“โดยปกติแล้วไตรมาส 2 ปริมาณการเดินทางจะลดลงตามฤดูกาล (Seasonality) เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอมแต่พฤติกรรมของผู้ที่ยังคงต้องเดินทางโดยเฉพาะกลุ่มที่พักอาศัยอยู่นอกเมืองซึ่งระบบรถไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ยังคงมีความจำเป็นต้องขับรถเข้ามาในเมืองอยู่ดี แม้ราคาน้ำมันจะเร่งตัวขึ้น แต่ก็มีการเปลี่ยนไปใช้รถ EV ซึ่งยังไม่มีผลกระทบต่อปริมาณรถบนทางด่วนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคนยังคงใช้รถยนต์อยู่เป็นจำนวนมาก”

ด้านการบริหารจัดการต้นทุน บริษัทมุ่งควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ผันผวน โดยเฉพาะต้นทุนไฟฟ้าและเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ พร้อมปรับแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับปริมาณผู้ใช้บริการในแต่ละช่วงเวลา เพื่อลดการใช้พลังงานส่วนเกิน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยติดตามและบริหารการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าการใช้พลังงานทางเลือก โดยติดตั้งระบบโซลาร์รูฟในพื้นที่สถานีและศูนย์ซ่อมบำรุง เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน และลดการพึ่งพาพลังงานจากโครงข่ายหลัก สนับสนุนการบริหารต้นทุนในระยะยาว ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

@แนะ “ซื้อ” เป้า 10.50บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 แนวโน้มทรงตัวเทียบกับไตรมาส 4/2568 (QoQ) แต่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) สะท้อนจากปริมาณการเดินทางทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส ยังเติบโตประมาณ 2% YoY โดยแม้ว่าในเดือนมีนาคม แม้จะมีปัจจัยเรื่องราคาพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางบนทางด่วนบ้าง แต่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อปริมาณผู้ใช้รถไฟฟ้าในระดับหนึ่ง พร้อมกันนี้คาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากฐานต่ำเป็นพิเศษ

“โดยปกติแล้วไตรมาส 2 จะเป็นช่วง Seasonality ที่ผลประกอบการมักจะอ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 (YoY) คาดว่ามีโอกาสที่จะเติบโตได้ดี เนื่องจากปัจจัยเรื่อง “ฐานที่ต่ำผิดปกติ” ในปีที่ผ่านมา โดยช่วงปลายเดือนมีนาคมและเมษายนของปีที่แล้ว มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและอุบัติเหตุใกล้ทางด่วนที่ทำให้ต้องปิดด่านเก็บค่าผ่านทาง ส่งผลให้ตัวเลขผู้ใช้งานในปีที่แล้วต่ำกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้อาจเห็นการเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นสำหรับการเที่ยวในเมืองในช่วงเทศกาล” ยังคงมีมุมมองบวกต่อ BEM เบื้องต้นคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่จะเติบโตราว 7.5% YoY แตะ 4,063 ล้านบาท จากฐานต่ำ คาดโครงการทางด่วนDouble Deck และรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ ที่เป็นอัพไซด์ หลักของ BEM มีโอกาสเดินหน้าต่อได้หลังจัดตังรัฐบาลชุดใหม่ ส่วน Catalyst ระยะยาวจะมาจากการเปิดโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ดังนั้นราคาหุ้นที่พักตัวในกรอบล่างเป็นจังหวะเข้าทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะยะยาว คงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569 ที่10.50

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...