โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครม.ถกเคาะกรอบงบปี70 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน เน้นวินัยการเงินการคลังเข้มงวด

PostToday

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาทบทวนประมาณการรายได้และกำหนดโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามมติของ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ประชุมเตรียมพิจารณาก่อนมีมติเห็นชอบกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ไว้ที่ 3,788,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.2 โดยประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิอยู่ที่ 3,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 และกำหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 788,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนถึงร้อยละ 8.4 สะท้อนถึงการรักษาวินัยการเงินการคลัง

สำหรับกรอบงบประมาณดังกล่าวยังอยู่ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลาง โดยคาดการณ์หนี้สาธารณะคงค้างไว้ที่ 13.79 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 69.4 ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งประเมินว่าในปี 2570 จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 20.44 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ ครม. ยังได้หารือถึงหลักเกณฑ์การเสนอคำของบประมาณจากหน่วยงานรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยกำหนดให้หน่วยรับงบประมาณที่ต้องการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ต้องเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนส่งสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ หากเป็นรายการที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องดำเนินการประเมินความเสี่ยงการทุจริตประกอบการพิจารณาด้วย

ขั้นตอนจากนี้ หน่วยงานรับงบประมาณทุกแห่งจะต้องจัดทำรายละเอียดคำของบประมาณเสนอต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนส่งสำนักงบประมาณดำเนินการตามกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อไป

กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.) เพื่อให้มีผลใช้ในรอบบิลเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป โดยอัตราค่าไฟฟ้าใหม่จะครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย (กลุ่มเป้าหมายหลัก): มุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน โดยกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น กลุ่มเดิมที่ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย จำนวน 15.4 ล้านครัวเรือน และกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 หน่วย อีก 7.8 ล้านครัวเรือน ที่จะได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้างนี้
  • กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย (กลุ่มเรตปกติ): เป็นครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าระดับปานกลาง คิดอัตราค่าไฟฟ้าเรตปกติที่ 3.95 บาทต่อหน่วย มีประชาชนในกลุ่มนี้ 4.6 ล้านครัวเรือน
  • กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป (กลุ่มรอปรับอัตราใหม่): สำหรับบ้านเรือนที่ใช้ไฟฟ้าสูง จำนวน 3.2 ล้านครัวเรือน จะถูกปรับขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย เป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ ขอแนะนำเพิ่มเติมสำหรับประชาชนกลุ่มนี้ว่าควรพิจารณาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อเป็นทางเลือกในการประหยัดค่าไฟฟ้า

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน จะเสนอขออนุมัติกู้ยืมเงินของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาระดับราคาพลังงาน โดยต้องจับตาว่าจะมีการอนุมัติรูปแบบการกู้เงินว่าจะเป็นการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯ หรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีภาระหนี้สะสมสูงกว่า 6 หมื่นล้านบาท

กระทรวงการคลัง จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการเตรียมการด้านงบประมาณสำหรับการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในปี 2569

กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอแผนการส่งผู้แทนไทยเข้าสมัครรับการเลือกตั้งตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อแสดงศักยภาพของไทยในด้านสาธารณสุขระดับโลก ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอโครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโคนมไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เสนอโครงการพัฒนาศูนย์การแพทย์และนวัตกรรมที่สำคัญ ได้แก่ โครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ, การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, ศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นเลิศบูรพาทิศ (มหาวิทยาลัยบูรพา), ศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) และโครงการศูนย์สุขภาพอันดามัน (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)

สำหรับวาระเพื่อทราบ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เสนอข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันความเสี่ยงการทุจริตในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม พร้อมกันนี้ คณะรัฐมนตรีได้รับทราบการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ อาทิ กระทรวงพลังงาน, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวง อว. และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการแต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

ทั้งนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ยังครอบคลุมถึงการพิจารณาแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2570 ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อให้การบริหารงานในระดับพื้นที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของรัฐบาลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...