โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้ก่อเหตุบุกยิงทรัมป์ ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผู้ก่อเหตุบุกยิง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกศาลตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดี ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาอาจต้องโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต

โคล โทมัส อัลเลน วัย 31 ปี ผู้ต้องหาพยายามบุกลอบสังหาร โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในงานเลี้ยงสื่อมวลชนทำเนียบขาว ถูกตั้งข้อหา “พยายามลอบสังหาร” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเขาถูกนำตัวมาขึ้นศาลในกรุงวอชิงตันดีซี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สองวันหลังจากที่เขาก่อเหตุ ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาอาจถูกพิพากษาโทษสูงสุด จำคุกตลอดชีวิต

นอกจากข้อหาพยายามลอบสังหารแล้ว เขายังถูกตั้งข้อหาขนย้ายปืนข้ามรัฐ และข้อหาใช้อาวุธปืนก่ออาชญากรรม โดยเขาไม่ได้พูดอะไรภายในศาล แต่ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เคยมีประวัติถูกจับหรือเคยถูกดำเนินคดีมาก่อน

อีกด้านหนึ่ง แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า เหตุการณ์พยายามก่อเหตุโจมตีที่งานเลี้ยงสื่อมวลชนทำเนียบขาว ซึ่งถูกขัดขวางไว้ได้ ถือเป็นความพยายามลอบสังหารครั้งใหญ่ครั้งที่สามต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ

ลีวิตต์ ซึ่งแถลงข่าวต่อสื่อเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ซูซี ไวล์ส หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว จะเรียกประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, หน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ และทีมปฏิบัติการของทำเนียบขาว เพื่อ “รับประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของประธานาธิบดี”

ผู้ต้องสงสัยที่มีอาวุธปืนถูกเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับสกัดไว้ได้ ก่อนที่เขาจะสามารถเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม ซึ่งมีผู้คนหนาแน่น โดยภายในงานมีโดนัลด์ ทรัมป์, เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง, รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ อีกจำนวนมากเข้าร่วมงานประจำปีดังกล่าว

ลีวิตต์ยังระบุว่า วาทกรรมทางการเมืองที่รุนแรงเป็นปัจจัยที่สร้างบรรยากาศ ซึ่งอาจผลักดันให้มีผู้ต้องการก่อเหตุโจมตีประธานาธิบดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...