โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SET ปิดร่วง 11 จุด แต่ยืนเหนือ 1,450 จุด สัปดาห์หน้าถ้าหลุดมีสิทธิ์ไหลลึก 1,400 จุด

PostToday

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันที่ 3 เมษายน 2569 อยู่ที่ 1,454 จุด ลดลง -11.72 จุด คิดเป็น -0.80% มูลค่าการซื้อขาย 42,563.62 ล้านบาท ระหว่างวันดัชนีปรับขึ้นสูงสุด 1,473.26 จุด ลดลงต่ำสุด 1,453.77 จุด

ภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า หุ้นไทยปิดลดลง 11.72 จุด โดยหุ้นที่ปรับตัวลง อย่าง BTG ปิดที่ 24.20 บาท ลดลง -3.20% , TFG ปิดที่ 9.30 บาท ลดลง -2.62% หลังกลุ่มอาหารมีแรงเทขายทำกำไรหลังจากปรับตัวขึ้นโดดเด่นตลอดทั้งสัปดาห์

หุ้น IRPC ปิดที่ 1.72 บาท ลดลง -6.01% , SPRC ปิดที่ 6.50 บาท ลดลง -5.11% , TOP ปิดที่ 44.25 บาท ลดลง -3.80% หุ้นโรงกลั่นปรับตัวลงหลังมีข่าวว่ารัฐบาลเตรียมหารือการจำกัดเพดานราคาค่าการกลั่นจาก 6 บาท เป็น 3 บาท

หุ้นSAWAD ปิดที่ 22.40 บาท ลดลง -2.18% , TIDLOR ปิดที่ 15.00 บาท ลดลง -2.60% ,MTC ปิดที่ 29.00 บาท ลดลง -2.52%กลุ่ม Finance ยังคงถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพ และความเสี่ยงต่อคุณภาพสินทรัพย์ที่สูงขึ้น

ส่วนหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น คือ TRUE ปิดที่ 14.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.11% , ADVANC ปิดที่ 365 บาท เพิ่มขึ้น 0.27% หุ้น Defensive play ปรับขึ้นสวนตลาดจากความเสี่ยงจากสงครามที่จำกัด

ปัจจัยที่ต้องติดตามหลังหยุดยาวในวันจันทร์ ที่ 6 เมษายน 2569 หยุดทำการ เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

  • 6 เม.ย. ครม. ประชุมนัดแรก คาดพิจารณามาตรการดูแลราคาราคาน้ำมัน หากมีความชัดเจนในการกำหนดค่าการกลั่น อาจเห็นแรง Buy on fact
  • 7 เม.ย. ครบกำหนดช่วงผ่านผัน 10 วัน ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน /เงินเฟ้อเดือน มี.ค. ของไทย คาดพลิกเป็นบวกราว 1-2% จาก -0.88% ในเดือน ก.พ.
  • 9-10 เม.ย. รัฐบาลแถลงนโยบาย

ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าน่าจะเกิดแรงเก็งกำไรในกลุ่ม Domestic Play ที่เชื่อมโยงการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ เช่น GULF, GUNKUL, CK, STECON, TASCO, BEM, DOHOME, GLOBAL, FORTH, SAMART เป็นต้น

1,450 จุด เอาอยู่ ?

ฝ่ายกลยุทธ์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุว่า หุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่บริเวณ 1,460 จุด หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดตอบแนวต้านที่ 1,480 จุด ก่อนที่จะปรับตัวลดลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,470 จุด

ทั้งนี้ฝ่ายกลยุทธ์คาดว่าแนวโน้มในระยะสั้นยังมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลง โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,450 จุด ถ้าหลุดจะมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 1,420 จุด และ 1,400 จุด

ขณะที่ทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนเม.ย.69 ฝ่ายวิเคราะห์คาดราคาน้ำมันและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังต้องติดตาม คงเป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2569 ที่ 1,480 จุด ค่า P/E 15.6 เท่าในปี 2570 (-1.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี)

หุ้น Top pick ได้แก่ BDMS, MRDIYT, CPN, GULF, MOSHI, KTB, SCB, PTT, PTTEP, SHR และ TRUE

โดยมองว่า downside risk จะมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ, ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจกลับมาอีกครั้ง

ส่วน upside risk คือการที่ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย, รัฐออกมาตรการทางการคลังเพิ่มเติม และเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลกลับเข้ามาในตลาด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...