ฝ่ายค้านล็อกเป้า อนุทิน 2 ซักฟอกจุดตาย 10 Plus-พลังงาน
คอลัมน์ : Politics policy people forum
รัฐบาลอนุทิน 2 รับศึกหนัก-โจทย์ใหญ่ ราคาพลังงานผลกระทบจากวิกฤตสงคราม ส่งผลสะเทือนเป็นลูกโซ่ถึงโครงสร้างเศรษฐกิจ กลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพ
วิกฤตพลังงานรอบนี้อาจหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าวิกฤตโควิด-19 ที่กระทบเศรษฐกิจท่องเที่ยวและบริการ ประชาชนถูกล็อกดาวน์ แต่ยังไม่สะเทือนโครงสร้างเศรษฐกิจมากเท่านี้
ที่ภาคเหนือ ยังถูกซ้ำเติมด้วยพิษฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่กลายเป็นจังหวัดที่มีค่าฝุ่นพิษ อากาศย่ำแย่อันดับหนึ่งของโลก
ภาคใต้ อันเป็นเมืองหลักที่กวาดรายได้จากนักท่องเที่ยวก็โดนหางเลขจากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่การท่องเที่ยวภาคอื่น ๆ ก็ชะลอตัวจากพิษน้ำมันแพง
ทั้งหมดขมวดกลายเป็น“ทุกขลาภใหญ่” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีสมัย 2
แม้รัฐบาลอนุทินจะมีเสียงข้างมากในสภา 293 เสียง และนับเฉพาะจำนวนมือของพรรคภูมิใจไทย มี สส.มากถึง 191 เสียง เป็นเอกภาพมากที่สุดในสภา
ทว่า… คู่ปรับใหญ่ในสภาของรัฐบาลอนุทิน 2 คือ ฝ่ายค้าน ที่นำโดยพรรคประชาชน ซึ่งพิสูจน์ฝีมือ “ฝ่ายค้าน” มาแล้ว 3 รัฐบาล ตั้งแต่ยุครัฐบาลประยุทธ์ รัฐบาลเศรษฐา และรัฐบาลแพทองธาร
รวมถึงการกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในอดีตถูกตีตราทางการเมืองว่าเป็น “ฝ่ายค้านอาชีพ” โดยเฉพาะการกลับมาเป็นฝ่ายค้านรอบนี้ นำทัพโดย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-กรณ์ จาติกวณิช-การดี เลียวไพโรจน์” ที่มีฝีไม้ลายมือการบริหารการเมือง-ภาคธุรกิจครบทุกด้าน
รัฐบาลอนุทิน 2 เจอศึกใหญ่ทั้งใน และนอกสภา
ปชน.เตรียมซักฟอก 30 ชีวิต
แต่ศึกยกแรกคือการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ซึ่งรัฐบาลต้องแถลงนโยบายก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 9-10 เมษายนนี้
โจทย์ใหญ่อภิปรายรัฐบาลรอบนี้ อาจไม่ต่างกับ “อภิปรายทั่วไป” แต่ไม่ลงมติ เมื่อการแก้วิกฤตพลังงาน ผสมวิกฤตค่าครองชีพยังไม่ตรงใจฝ่ายค้าน และไม่ตรงใจประชาชน วาระใหญ่การอภิปรายจึงมี 2 วาระใหญ่นี้เป็นหลัก
โดยเฉพาะพรรคประชาชน เตรียมขุนพล ลับฝีปากอภิปรายนโยบายรัฐบาลไว้ถึง 30 ชีวิต
“ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน หัวหอกด้านการเตรียมข้อมูล-คนอภิปราย กล่าวความพร้อมว่า ตอนนี้มีการคัดเลือกผู้อภิปรายเรียบร้อยแล้ว 30 คน มีการซักซ้อมประเด็นต่าง ๆ เพราะเอาเข้าจริงแทบจะไม่ทราบเลยว่าการแถลงนโยบาย จะมีเนื้อหารายละเอียดอย่างไรบ้าง เพราะคำแถลงนโยบายจะส่งให้พรรคฝ่ายค้านก่อนล่วงหน้าประมาณ 1-2 วันก่อนการอภิปราย จึงต้องใช้วิธี “เก็งข้อสอบ” ตรวจสอบว่านโยบายของพรรคแกนนำรัฐบาลมีอะไรบ้าง
ในส่วนพรรคภูมิใจไทยที่เป็นเจ้ากระทรวง และนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ดูด้านสังคม เราก็เก็งข้อสอบจากตรงนั้น ขณะเดียวกันมีการปล่อยข่าวออกมาว่า คำแถลงนโยบายเป็นเรื่อง Thailand 10 Plus พร้อม 4 ภัย ซึ่งพรรคประชาชนใช้ตรงนี้มาทำการบ้านว่านโยบายอะไรที่ไม่ควรทำ แต่ยังทำ หรือนโยบายที่ควรทำแต่ยังไม่เอาบรรจุไว้ รวมถึงนโยบายอะไรที่เคยทำมาก่อนหน้านี้แล้วมีจุดแข็งจุดอ่อนอะไรเพื่อปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่ยังมีเรื่องที่กังวลอยู่ เพราะธรรมชาติของการแถลงนโยบายมักจะเขียนอะไรที่กว้าง ๆ เขียนอะไรที่ไม่ผิด เช่น นโยบายเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน คงไม่มีรัฐบาลไหนเข้ามาเพื่อลดความสามารถในการแข่งขัน แต่การที่เน้น 10 Plus ไม่ได้มีอะไรไม่ควรทำ แต่ทำอย่างไรนี่แหละ ที่จะเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายว่า นโยบายนี้ดีหรือไม่ หรือแม้กระทั่งการกำหนดเป้าหมาย ตั้งเป้าหมายแต่ละเรื่องอย่างไร เป็นการวัดผลกันได้ว่านโยบายนี้เวิร์กหรือไม่เวิร์ก
ซักฟอกวิกฤตพลังงาน
แน่นอนนโยบายรัฐบาล ต้องประกอบไปด้วย นโยบายระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว แต่นโยบายเร่งด่วนอย่างไรก็หนีไม่พ้นวิกฤตพลังงาน ที่ตอนนี้เดือดร้อนกันอยู่ทุกหย่อมหญ้า ไม่พลาดแน่นอน รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ลามมาต่อเนื่อง ค่าครองชีพ เศรษฐกิจตกต่ำถดถอยด้วย ซึ่งกระทบเป็นระลอก
นโยบายไทยช่วยไทย เหมือนกับเป็นโครงการธงฟ้าราคาประหยัด แต่ปัญหามักมีขอบเขตที่ค่อนข้างแคบในบางจุดในบางจังหวัด หรือไม่กี่จังหวัดทั่วประเทศซึ่งอาจจะช่วยบรรเทาปัญหาประชาชนได้ค่อนข้างน้อย ดังนั้น ในภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ ใช้คนละครึ่งก็ยังไม่เหมาะ รวมถึงขายสินค้าราคาถูกเป็นจุด ๆ ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน
อาจจะช่วยเหลือเป็นค่าครองชีพไปเลย เช่น ในหลาย ๆ ประเทศเริ่มแจกเงินช่วยค่าครองชีพ เช่น โครงการคนละครึ่ง แต่เดิมให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการออกเอง 2,000 บาท และรัฐเติมเงินให้อีก 2,000 บาท ก็อาจจะให้ไปเลย 2,000 บาท เพื่อเป็นการชดเชยเรื่องราคาน้ำมัน ค่าครองชีพอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นตามมา
ส่วนกระแสข่าวที่รัฐบาลเตรียมนโยบายแจกเงิน 2,000 บาท โดยรัฐบาลจะโอนเงินให้ 200 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 10 เดือนนั้น อาจจะต้องดูว่าวิธีการได้มาซึ่งตัวเลขนี้ กระทรวงการคลังได้มาจากไหน อาจจะมีการประมาณการว่าสินค้าเพิ่มขึ้นไม่กี่เปอร์เซ็นต์เวลาเปรียบเทียบกับเงินเฟ้อที่ขึ้น 5% อาจจะเทียบได้กับเงิน 100 บาท จึงช่วยเดือนละ 200 บาท
แต่ในความเป็นจริงอาจจะมีปัญหามากกว่านั้น สำหรับคนที่มีรายได้น้อย เวลาของราคาแพงขึ้นก็อาจจะกินสัดส่วนจำนวนมากในตะกร้าการบริโภคของพวกเขา ขณะเดียวกัน หลายคนที่ไม่มีรายได้ประจำ พอเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ก็ตกตามมาเป็นต้น เช่น รับจ้างในตลาด แต่เมื่อตลาดขายของไม่ดี รายได้ก็อาจจะลดลงด้วย ดังนั้นต้องให้รัฐบาลตอบประชาชนให้ชัดว่าวิธีการคำนวณ 200 คูณ 10 เดือนมาอย่างไร
10 พลัส ยังไม่ตอบโจทย์
ศิริกัญญามองว่า นโยบาย 10 Plus จึงยังไม่ตอบโจทย์ เพราะขณะนี้เป็นสถานการณ์พิเศษที่ต้องการอะไรมากกว่า 10 พลัส และแผนปฏิรูปที่ชัดเจนกว่านี้ด้วย ไม่อย่างนั้นจะมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้เร็วก็คงจะเป็นไปได้น้อย
มาร์ค ตัวตึง นำทีม ปชป.
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมใช้เวทีแถลงนโยบายรัฐบาล เป็นเวทีอภิปรายที่จะถามแนวทางแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจ-วิกฤตพลังงาน แม้ว่างวดนี้พรรคประชาธิปัตย์อาจได้เวลาอภิปรายเพียง 1 ชั่วโมง โดยพรรคฝ่ายค้านคำนวณจากจำนวน สส.ของพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในฐานะพรรคอันดับ 3 มี 21 เสียง โดยการอภิปรายจะนำโดย ตัวตึง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่จะใช้เวทีนี้เป็นโอกาสที่จะสอบถามนายกฯ และรัฐบาลใหม่ ถึงแนวทางแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับวันข้างหน้า ทั้งในระยะสั้น กลาง และระยะยาว
ขณะที่ฝ่ายวุฒิสภา (สว.) มีแนวโน้มจะได้เวลาในการอภิปรายทั้งหมด 3 ชั่วโมง แม้ส่วนใหญ่ในสภาสูงจะปกคลุมด้วยสีน้ำเงิน แต่คาดว่าอภิปรายนโยบายรัฐบาลรอบนี้ จะพุ่งเป้าไปที่วิกฤตพลังงาน กับเศรษฐกิจปากท้องไม่ต่างจาก สส.
โดยที่ “อนุทิน” ในฐานะนายกฯ มั่นใจว่าจะผ่านการอภิปรายไม่ยากเย็นนัก
“ผมผ่านตรงนี้มาหลายครั้งแล้ว และถือว่าไม่ว่าจะเป็นการซักฟอกหรือการวิพากษ์วิจารณ์ การเสนอความเห็น การแนะแนวทาง เป็นมงคลกับตนทั้งนั้น เพราะในคำวิพากษ์วิจารณ์ก็จะมีคำแนะนำที่ดี ๆ ซึ่งก็ไม่ได้มีใครสงวนสิทธิ์ที่จะให้ตนนำไปใช้ ผมรับฟัง ผมไม่ดื้อ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฝ่ายค้านล็อกเป้า อนุทิน 2 ซักฟอกจุดตาย 10 Plus-พลังงาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net