เลิกเชื่อ! "กรนคือเรื่องปกติ" ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรัง เร่งเปลี่ยนทัศนคติ สกัดภัยเงียบภาวะหยุดหายใจ
เรสเมด เอเชีย (ประเทศไทย) ชวนคนไทยเลิกเชื่อ "กรนคือเรื่องปกติ" ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนพอ เร่งเปลี่ยนทัศนคติ สกัดภัยเงียบภาวะหยุดหายใจ-โรคเรื้อรัง
นางสาวพิมพ์มนัส รินทร์ศรี ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาค บริษัท เรสเมด เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ResMed เปิดเผยว่า ผลสำรวจ Resmed’s 2026 Global Sleep Survey ซึ่งเก็บข้อมูลจากประชากรกกว่า 30,000 คนใน 13 ประเทศ ระบุว่า 53% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีปัญหาคุณภาพการนอน โดยสามารถนอนหลับได้ดีเพียง 4 คืนหรือน้อยกว่าต่อสัปดาห์ และอีก 32% รู้สึกเหนื่อยล้าระหว่างวัน จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ขณะที่มีคนไทยกว่า 7.7 ล้านคน ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ OSA (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งกำลังกลายเป็นภัยเงียบที่คุกคามคุณภาพชีวิตของคนไทยจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว
โดยตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงผลกระทบในระดับเศรษฐกิจและสังคม ทั้งประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการหลับใน รวมถึงโรคเรื้อรังที่ตามมา เช่น โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
นางสาวพิมพ์มนัส กล่าวว่าความท้าทายสำคัญคือ คนจำนวนมากยังไม่ตระหนักว่า การนอนกรน คือหนึ่งในสัญญาณเตือนหลักของ OSA อาการที่พบได้บ่อย เช่น ง่วงซึมในเวลากลางวัน อ่อนเพลียเรื้อรัง แม้จะนอนครบชั่วโมง หรือมีเสียงกรนดังผิดปกติ ล้วนเป็น Red Flag ที่ไม่ควรมองข้าม
ทั้งนี้เพื่อยกระดับการรับรู้และเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค เรสเมดจึงเปิดตัวแคมเปญ “Every Journey Begins with Better Sleep: เริ่มต้นคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการนอนที่มีคุณภาพ” เนื่องในโอกาสวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ปี 2026 โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่ทำให้เรื่องสุขภาพที่ซับซ้อน “เข้าใจง่ายและจับต้องได้” มากขึ้น
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของแคมเปญคือการนำเสนอคาแรคเตอร์ “Sleep Monster” หรือ “ปีศาจแห่งการนอนหลับ” ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นสัญลักษณ์แทนภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ ที่คอยรบกวนการนอนและดูดพลังงานชีวิตของผู้คนในยามค่ำคืน แนวคิดนี้ถูกพัฒนาเพื่อสื่อสารให้คนทั่วไปเข้าใจภาพของ “ภัยเงียบ” ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
นางสาวอรุชา พรหมยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาค กล่าวว่าอุปสรรคสำคัญคือ “มายาคติ” ที่ฝังอยู่ในสังคมว่า การนอนกรนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่เคยคิดจะตรวจเช็กสุขภาพการนอนของตนเอง
อย่างไรก็ดี เพื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในชีวิตประจำวัน แคมเปญนี้จึงนำกิจกรรม Mobile Awareness Drive เข้ามาเป็นเครื่องมือหลัก ผ่าน “รถโมบายล์กระจกใส” ที่จำลองสถานการณ์ Sleep Monster กำลังก่อกวนการนอน
โดยออกเดินสายไปยังพื้นที่สำคัญของเมือง ตั้งแต่ย่านธุรกิจ ไปจนถึงพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมอย่าง “สวนรถไฟ” (สวนวชิรเบญจทัศ) เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงและกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวสะท้อนการใช้ Digital Health Ecosystem เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงรุก
พร้อมกันนี้ เรสเมดยังได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการประเมินความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ผ่าน LINE Official Account: @Resmedthailand ซึ่งสามารถทำแบบประเมิน OSA เบื้องต้นได้ฟรี รวมถึงรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
การผลักดันให้ “การตรวจเช็กการนอน” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเชิงรับ ไปสู่การป้องกันเชิงรุก โดยเฉพาะในยุคที่สุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาโรค แต่หมายถึงการบริหารคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ท้ายที่สุด แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมการตลาด แต่เป็นการสื่อสารเชิงสังคมที่ชี้ให้เห็นว่า “การนอน” คือหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานของสุขภาพที่ถูกมองข้ามมากที่สุด และการลงทุนกับการนอน คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดทั้งในมิติของสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประเทศในภาพรวม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลิกเชื่อ! "กรนคือเรื่องปกติ" ชี้ 32% ทั่วโลกเพลียเรื้อรัง เร่งเปลี่ยนทัศนคติ สกัดภัยเงียบภาวะหยุดหายใจ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th