กรุงเทพประกันภัย เร่งเครื่อง ดิจิทัล-ESGอัปเกรดบริการเคลม–ดูแลลูกค้าแบบเรียลไทม์
กรุงเทพประกันภัย เดินหน้าปรับเกมธุรกิจรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล เร่งนำเทคโนโลยีมาพัฒนาบริการและกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น พร้อมควบคู่แนวคิดความยั่งยืนสร้างความแตกต่างในธุรกิจประกันวินาศภัยปี 2569
นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งพัฒนารูปแบบการให้บริการโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเป็นแกนหลัก เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงบริการได้ง่าย รวดเร็ว และมีความแม่นยำมากขึ้น โดยเน้นการสร้าง Personalized Experience ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย ยกระดับบริการผ่านเทคโนโลยี AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล ครอบคลุมตั้งแต่การแจ้งเคลมไปจนถึงการจ่ายสินไหม โดยในปี 2569 บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการต่างๆ ดังนี้
- LINE OA Upgrade for Motor Claims ยกระดับการให้บริการลูกค้าด้วยระบบแจ้งเคลมรถยนต์แบบครบวงจรผ่าน LINE @bangkokinsurance ให้ลูกค้าสามารถรับทราบข้อมูลสำคัญต่างๆ จากการเคลมประกันภัยรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การแจ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุที่จะเดินทางเข้าไปดูแล การส่งเอกสารใบแจ้งความเสียหายผ่านช่องทางออนไลน์ การแจ้งสถานะการประเมินความเสียหายของรถยนต์ ตลอดจนการติดตามสถานะการเคลมแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งแจ้งระยะเวลาการซ่อมและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนา LINE OA for Partners เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการทำงานของตัวแทนและนายหน้า ให้มีความคล่องตัวและบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ
- AI Claims บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการเคลมสินไหมทดแทน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า และสนับสนุนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั่วไปให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยระบบจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการพิจารณาเคลมให้มีความคล่องตัวและแม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับกรณีที่มีความซับซ้อน ระบบจะส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเพิ่มเติม โดยเทคโนโลยี AI ยังช่วยเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการเคลมในสถานการณ์ที่มีการแจ้งเคลมจำนวนมากพร้อมกัน เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการเคลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างทันท่วงที พร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด
- AI Voice Analytics เทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์บทสนทนาระหว่างลูกค้าและเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการและประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือเชิงรุกที่ช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการ โดยระบบ AI Voice Analytics สามารถประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนา เพื่อนำมาประเมินคุณภาพการให้บริการ การสื่อสาร รวมถึงระดับความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลลูกค้าผ่านระบบ CRM เพื่อสนับสนุนการให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยในการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการและสนับสนุนการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้นและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- ยกระดับเว็บไซต์ bangkokinsurance.com สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มอบประสบการณ์แบบ Personalized Experience เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่ จากเดิมที่เว็บไซต์ให้บริการอย่างครบครัน ทั้งการซื้อประกันภัย การแจ้งเคลมรถยนต์ การต่ออายุกรมธรรม์ การขอเอกสารลดหย่อนภาษี รวมถึงการค้นหาอู่และโรงพยาบาลในสัญญา โดยเว็บไซต์โฉมใหม่นี้จะเพิ่มเติมการนำเสนอคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้โดยอัตโนมัติ พร้อมแนะนำแผนประกันภัย โปรโมชัน ตลอดจนบทความและสื่อประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ตรงใจยิ่งขึ้น
อีกทั้งยังช่วยให้ลูกค้าไม่พลาดบริการสำคัญ เช่น การแจ้งเตือนต่ออายุกรมธรรม์ และการติดตามสถานะการเคลม พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลกับแอปพลิเคชัน Bangkok Insurance และ LINE @bangkokinsurance เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง
ขยายบริการสู่คู่ค้า–ตัวแทน
นางสาวปวีณา กล่าวว่า กรุงเทพประกันภัยยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และโครงการใหม่ๆ ด้านความยั่งยืน ดังนี้
- การรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ บริษัทฯ เตรียมดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุรถยนต์จากการเมาแล้วขับ โดยใช้มาตรการสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมความตระหนักให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงการขับขี่ขณะเมาสุรา ผ่านความร่วมมือกับ U Drink I Drive ผู้ให้บริการพนักงานขับรถส่วนตัวมืออาชีพที่ขับรถของผู้ใช้บริการไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
“ลูกค้าของกรุงเทพประกันภัยทุกประเภทกรมธรรม์จะได้รับส่วนลดในการใช้บริการ รวมถึงคูปองส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง”
- ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับผู้ที่ดูแลคนพิการ หรือคนพิการ/ผู้ป่วยติดเตียง โดยมีความคุ้มครองที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าปรึกษาด้านสุขภาพจิต เนื่องจากผู้ดูแลมักเผชิญกับความเครียดและความกดดันจากภาระหน้าที่ในการดูแลอย่างต่อเนื่อง
- ประกันภัยค่าชดเชยผลประโยชน์จากอุบัติเหตุสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มไรเดอร์ หรือผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงและมีรายได้ไม่แน่นอน รวมถึงมีข้อจำกัดในการเข้าถึงประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชยรายวันกรณีประสบอุบัติเหตุ รวมถึงเงินชดเชยปลอบขวัญ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างหลักประกันด้านรายได้การประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชยรายวันและเงินชดเชยปลอบขวัญ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย
- การส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีของลูกค้า โดยจูงใจให้ลูกค้าดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยการมอบ Gift Voucher ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อประกันภัยสุขภาพ เมื่อแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนภายใน 6 เดือนก่อนการทำประกันภัย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก มะเร็งปากมดลูก (HPV) งูสวัด หรือไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น
- การมอบกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานเพื่อสาธารณประโยชน์ อาทิ ผู้ปฏิบัติงานใต้ทะเล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และเสริมความอุ่นใจหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยถือเป็นผู้ริเริ่มพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยสำหรับนักดำน้ำในประเทศไทย ซึ่งให้ความคุ้มครองกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สูญเสียอวัยวะหรือสายตาจากอุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำ
- ESG Idea Challenge มุ่งต่อยอดองค์ความรู้ด้าน ESG จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการคิดค้น พัฒนา และต่อยอดแนวคิดหรือนวัตกรรมด้าน ESG ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และยังตระหนักถึงการลดผลกระทบเชิงลบ และเพิ่มการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมโดยรวมอีกด้วย
โดยในปี 2569 นี้ กรุงเทพประกันภัยยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและยกระดับคุณภาพการให้บริการ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง
“การขับเคลื่อนธุรกิจของกรุงเทพประกันภัยในปี 2569 จึงไม่ได้มองเพียงการเติบโตของเบี้ยประกัน แต่เน้นการสร้างคุณค่าผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การนำ AI และดิจิทัลมาใช้ ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างในยุคที่ผู้บริโภคต้องการบริการที่รวดเร็วและเข้าใจมากขึ้น”