JK Liu ผู้ก่อตั้ง Insta360 แบรนด์กล้องจากจีน กลายเป็นมหาเศรษฐี เพราะ Content Creator ล้นเมือง
หนึ่งในแบรนด์กล้องที่ถูกพูดถึงและได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดตอนนี้ มักจะมีชื่อของ Insta360 กล้องขนาดพกพา กล้องสำหรับการเดินทางเอ็กซ์ตรีม ตลอดจนอุปกรณ์เสริมบนสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพและวิดีโอ และแบรนด์นี้ยังเป็นหนึ่งในบริษัทจากจีน ที่ปัจจุบันนี้สามารถขยายตลาดไปทั่วโลก และมีมูลค่าบริษัทสูงถึงหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Insta360 เป็นแบรนด์กล้องที่อยู่ภายใต้บริษัท Arashi Vision สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเซินเจิ้น ประเทศจีน โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา Liu Jingkang หรือ JK Liu ผู้ก่อตั้งได้นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ จนทำให้บริษัทมูลค่าทะลุ 74,000 ล้านหยวน หรือกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขณะนั้น JK Liu เขามีอายุเพียง 33 ปี ก็ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน ความมั่งคั่งปัจจุบัน Forbes ระบุว่า พุ่งทะยานสู่ 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จุดเริ่มต้นของ Insta360 เป็นหนึ่งในผู้มาก่อนกาลจากการผลิตกล้อง 360 องศาจนเป็นที่นิยมในตลาด ในช่วงที่ทั้งโลกมีแค่บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ เท่านั้นที่ทำ ต่อมาเมื่อประสบความสำเร็จก็ขยายพื้นที่ไปสู่กล้องแอคชัน เข้ามาแข่งกับเจ้าใหญ่เจ้าเดิมอย่าง GoPro หลังจากนั้น เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคที่ทุกอย่างเป็นคอนเทนต์ แบรนด์ก็หันไปปูทางสู่การผลิตกล้องขนาดเล็ก รองรับตลาดที่คลิปสั้นเกลื่อนเมือง
บทความนี้ Thairath Money คอลัมน์ How to Make Money จะไปเจาะลึกเส้นทางและทำความรู้จักกับ JK Liu และ Insta360 ที่เกิดจากไอเดียของนักศึกษาคนหนึ่งในมหาวิทยาลัย จนกลายเป็นที่หนึ่งครองตลาดกล้องพาโนรามา และเบียดมาเป็นที่ 2 ในตลาดกล้องแอคชัน แบรนด์ที่เริ่มก่อตั้งมาได้เพียง 10 กว่าปี แต่กำลังมีแผนใหญ่จะล้มยักษ์ แบรนด์สุดแกร่งจากจีนที่ตอนนี้ขยายตลาดไปทั่วโลกแล้ว
รู้จักอัจฉริยะต้นคิด Insta360
ก่อนจะไปเล่าถึง Insta360 อยากจะพาไปทำความรู้จักกับ JK Liu ก่อน เขาเกิดเมื่อปี 1991 และเติบโตขึ้นมาในประเทศจีน ด้วยแพชชั่นและความชื่นชอบในการเขียนโปรแกรม เขาเริ่มเรียนเขียนโค้ดด้วยตัวเองตอนอายุราว 12 ปี และยังสามารถคว้าแชมป์จากการแข่งขันการผลิตผลงานคอมพิวเตอร์ระดับชาติของจีน ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
เส้นทางการเรียนของเขาก็ไม่ธรรมดา ด้วยความที่เขาเป็นเด็กอัจฉริยะและสามารถสร้างผลงานได้ในระดับชาติ ในปี 2010 เขาได้รับคะแนนพิเศษ +20 คะแนน เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาเลือกเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยหนานจิง ในสถาบันที่สอนด้านซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ โดยเขาเลือกเรียนในด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์
ในช่วงที่เขาศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย JK Liu สามารถสร้างผลงานได้มากมายจนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จากความสามารถและความสนใจในการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม โดยหนึ่งในนั้นคือ โปรเจกต์ “Standard Face” ที่เขานำภาพถ่ายของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกว่า 7,000 ภาพ มาประมวลผลเพื่อสร้าง “ใบหน้ามาตรฐาน” ของแต่ละคณะและแต่ละสาขา (ซึ่งอันนี้ผู้เขียนเองก็ไม่มั่นใจเรื่องความเป็นส่วนตัวของบ้านเขาในยุคนั้น) ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เขาได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ จนได้รับฉายาว่าเป็น “Standard Face Guy”
วีรกรรมอีกอย่างที่ทำให้เขาได้รับความสนใจขึ้นมาคือ เขาสามารถถอดรหัสหมายเลขโทรศัพท์ของ Zhou Hongyi ประธานบริษัท Qihoo 360 ได้สำเร็จ โดยอาศัยการวิเคราะห์เสียงจากปุ่มกดโทรศัพท์ จนความสามารถดังกล่าวไปเข้าตา Kai-Fu Lee ประธานของ Innovation Works และผู้เขียนหนังสือ AI 2041 จนออกมายื่นข้อเสนอชวน JK Liu เข้าร่วมงานกับเขาอย่างเปิดเผย
แต่ Kai-Fu Lee ก็ต้องรับคำปฏิเสธ เพราะ JK Liu เลือกที่จะเดินหน้าในเส้นทางของตัวเอง คือการเป็นนักกิจกรรมคนสำคัญที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการอย่างเต็มตัวในอนาคต
ในปี 2013 เขาได้ก่อตั้ง “Elite School Live” โครงการที่สนับสนุนให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน อย่างเช่น มหาวิทยาลัยชิงหฺวา มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง และมหาวิทยาลัยหนานจิง สามารถไลฟ์ได้อย่างราบรื่น โดยโครงการนี้มุ่งเน้นให้บริการไลฟ์สตรีมวิดีโอแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การถ่ายทำวิดีโอ การตัดต่อ ไปจนถึงการถ่ายทอดสด ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ล้ำหน้าในช่วงเวลานั้น
ในช่วงเวลาดังกล่าว เขาสามารถพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตัวเองไปแล้วมากกว่า 30 รายการ และภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี JK Liu สามารถสร้างและนำทีมงานที่มีสมาชิกมากกว่า 20 คน จัดไลฟ์สตรีมไปแล้วมากกว่า 200 ครั้ง ครอบคลุม 6 เมืองหลักใน 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศจีน จนสามารถขยายไปสู่ภาคองค์กร ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มที่เรียกว่า “V Live”
กำเนิด Insta360
จุดเริ่มต้นของ Insta360 มาจากความบังเอิญที่ JK Liu ได้ไปทดลองใช้งาน Google Cardboard แว่นแบบประหยัดที่ Google ทำขึ้นมาจากกระดาษแข็งมารวมกับเลนส์ ใช้งานแนวเดียวกับแว่น VR ทำให้เห็นภาพและวิดีโอได้แบบพาโนรามา 360 องศา และประสบการณ์แบบใหม่นั้นก็ทำให้เขาว้าว ราวกับเข้าไปอยู่ในภาพนั้นจริง
ในช่วงเวลานั้น ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Samsung และ Ricoh ได้เริ่มเปิดตัวกล้องพาโนรามาออกสู่ตลาดแล้ว แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังมีข้อจำกัด คือ ผู้ใช้งานต้องเชื่อมต่อกล้องเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่าน WiFi จากนั้นจึงส่งภาพเข้าไปยังโทรศัพท์เพื่อทำการประมวลผลให้ระบบต่อภาพเข้าด้วยกัน ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะได้ภาพแบบพาโนรามาที่สมบูรณ์
JK Liu มองเห็นทันทีว่านี่คือ Pain Point ที่ต้องการแก้ไข เขาเชื่อว่ากล้องพาโนรามาในอุดมคติควรสามารถ ถ่ายแล้วได้ผลลัพธ์ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนหรือเสียเวลา เขาจึงตัดสินใจ Pivot ธุรกิจครั้งใหญ่ เปลี่ยนทิศทางพาบริษัทไลฟ์ที่มีอยู่ในมือไปสู่การพัฒนา “กล้อง VR พาโนรามา” อย่างจริงจัง และเริ่มต้นสำรวจโอกาสในตลาดใหม่ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นนี้
เขานำบริษัทไประดมทุนต่อเนื่อง กระทั่งปี 2015 การระดมทุนรอบ Series A ก็ทำให้เขาสามารถออกผลิตภัณฑ์และก่อตั้ง “Insta360” ขึ้นมาได้อย่างเป็นทางการ นับเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทเทคโนโลยีด้านภาพ 360 องศาที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับโลกในเวลาต่อมา
และจุดเปลี่ยนแรกของบริษัทก็เกิดขึ้นในปี 2016 เมื่อได้เปิดตัว Insta360 Nano กล้องพาโนรามาที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบอิสระ และสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ iPhone เพื่อใช้งานเป็นอุปกรณ์เสริมได้ โปรดักต์นี้เข้ามาแก้ปัญหาเดิมของกล้องพาโนรามา โดยผู้ใช้สามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอและได้ภาพแบบ 360 องศาอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อน
หลังการเปิดตัว รายได้ของบริษัทพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีรายได้ต่อเดือนทะยานแตะระดับ 20 ล้านหยวน แถมยังได้รับยกย่องในงาน CES ปีนั้นว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่ง โดย Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple กล่าวชื่นชม
แต่หลังจากนั้นไม่นาน รายได้กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เนื่องจากตลาดตอนนั้นยังไม่เข้าใจการใช้งานกล้องพาโนรามา และการใช้งานยังไม่แพร่หลาย แต่ JK Liu ก็ไม่ท้อ ในปี 2017 บริษัทได้เปิดตัวสินค้าตัวใหม่ Insta360 ONE Series กล้องแอ็กชันแบบพาโนรามา มาบุกตลาดการทำคอนเทนต์แนวเอ็กซ์ตรีมเทียบชั้นกับ GoPro จนสินค้าชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้งาน
กลายเป็น Little Giant
ภายใต้การนำของ JK Liu แบรนด์ Insta360 สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและชาญฉลาด ในปี 2018 แบรนด์ได้เปิดตัวกล้องแอ็กชันพาโนรามาซีรีส์ X ออกมาต่อเนื่อง จนสามารถทำผลงานเหนือกว่าคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Samsung จากเกาหลีใต้ และ Ricoh จากญี่ปุ่น จนสามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านยอดจัดส่งกล้องพาโนรามา ขณะเดียวกัน ในตลาดกล้องแอ็กชัน ก็สามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยตามหลังเพียง GoPro เท่านั้น
ซึ่งเมื่อผ่านไปเพียง 4 ปีนับจากเปิดตัว Insta360 ออกมา แบรนด์สามารถขยายตลาดวางขายออฟไลน์ในกว่า 4,000 ร้านค้า และเป็นพาร์ทเนอร์กับ Apple วางจำหน่ายในกว่า 500 สาขาทั่วโลก และในฝั่งออนไลน์ก็สามารถกระจายสินค้าออกไปในตัวแทนจำหน่ายอีกว่า 100 ราย อีกทั้งยังสามารถระดมทุนเพิ่มได้มูลค่าหลายร้อยล้านหยวน
กระทั่งเปิดอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ความนิยมกล้องแบรนด์นี้ทะยานขึ้นไม่หยุด นั่นคือ ในปี 2019 ที่ได้เปิดตัว Insta360 GO กล้องขนาดเล็กระดับปลายนิ้วโป้ง ที่มีน้ำหนักเพียง 18.3 กรัม สามารถติดบนตัวผู้ใช้เป็นมุมแบบ POV ได้ และกล้องรุ่นนี้ก็ถูกยกให้เป็นราชาแห่งกล้อง เครื่องมือวิดีโอสั้นยุคใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมครีเอเตอร์ในยุคโซเชียล
อีกหนึ่งจุดเด่นของบริษัทนี้คือ การทุ่มให้กับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยในปี 2021 ทาง JK Liu ได้เดินหน้าเพิ่มด้วยกลยุทธ์ล้อมตลาดด้วยความแตกต่าง เพื่อต่อกรในตลาด Action Camera โดยไม่เพียงแข่งขันแบบตรง ๆ แต่เลือกขยายไปยังตลาดภาพถ่ายและวิดีโอรูปแบบใหม่ ๆ ควบคู่กันไป
เป้าหมายของกลยุทธ์นี้คือการทำให้ Insta360 สามารถครอบคลุมการใช้งานทุกระยะเลนส์ และทุกสถานการณ์ ทุกกิจกรรมของการถ่ายภาพและวิดีโอได้อย่างครบวงจร จนสามารถล้มการผูกขาดของกล้องแอ็กชันจากตลาดญี่ปุ่น ยุโรปและสหรัฐอเมริกาลงได้ ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลกในแง่ส่วนแบ่งตลาดกล้องแอ็กชัน
ซึ่งในแต่ละปีนอกจากจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาแล้ว Insta360 ยังลงทุนหนักในการพัฒนาและวิจัยต่อเนื่อง โดยในปี 2022 เพียงปีเดียว บริษัทออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาเพิ่มใน 3 ซีรีส์ ทุ่มเงินให้งาน R&D กว่า 256 ล้านหยวน แต่ท้ายที่สุดก็สามารถทำรายได้รวมทะลุ 2,000 ล้านหยวน
ต่อมาในปี 2023 บุคลากรฝั่ง R&D คิดเป็นครึ่งหนึ่งขององค์กร บริษัทถือครองสิทธิบัตรที่ได้รับการอนุมัติแล้วทั้งในและต่างประเทศรวม 238 รายการ และยังได้รับการยกย่องให้เป็นองค์กร “Little Giant” ระดับประเทศของจีน ซึ่งหมายถึงบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีนวัตกรรมสูง และมีศักยภาพในการเติบโต ซึ่งปีเดียวกันนี้ Insta360 ยังสามารถทำรายได้จากต่างประเทศได้มากถึง 80% ของรายได้ทั้งหมด กลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตรวดเร็ว และดังไกลไปทั่วโลก
จนในปี 2025 ที่ผ่านมา ความสำเร็จครั้งสำคัญก็มาถึง เมื่อ Insta360 ภายใต้บริษัท Arashi Vision เข้าตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของบริษัทพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 74,185 ล้านหยวน ส่วน JK Liu ในฐานะผู้นำคนสำคัญของบริษัท ก็ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีเต็มตัว ด้วยความมั่งคั่งกว่า 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน
ที่มา: Forbes [1][2], Baidu, Insta360
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : JK Liu ผู้ก่อตั้ง Insta360 แบรนด์กล้องจากจีน กลายเป็นมหาเศรษฐี เพราะ Content Creator ล้นเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 เม.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท
- ราคาทองวันนี้ 3 เมษายน 2569 ล่าสุด ราคาปรับเพิ่ม 500 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 73,000 บาท
- ยอมรับ“วิกฤติพลังงาน”รุนแรงที่สุด ดึงกำไรโรงกลั่นอุ้มประชาชน-เหล็กสุดอั้นขึ้น 15%
- ร้านอาหารในห้างหวั่นใจ
- มุมมองส่งออกไทยในปี 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนระลอกใหม่
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath