โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สมาคมการค้าอุตสาหกรรมไมซ์ภาคอีสาน เสนอ 4 มาตรการฝ่าวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ

เดลินิวส์

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 0.25 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สมาคมการค้าอุตสาหกรรมไมซ์ภาคอีสาน ออกข้อเสนอเชิงนโยบายในหัวข้อ “วาระไมซ์อีสานฝ่าวิกฤต” ถึงรัฐบาล เร่งขับเคลื่อนมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ภาคอีสาน ท่ามกลางวิกฤติราคา พลังงานและเศรษฐกิจโลก

นายอภิชาติ สินธุมา นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไมซ์ภาคอีสาน กล่าวว่า จากสถาการณ์วิกฤตราคา พลังงานและเศรษฐกิจในปัจจุบัน ไมซ์อีสานต้องไม่รอให้วิกฤตนี้ผ่านไป แต่ต้องใช้วิกฤตเป็นตัวเร่งในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม จากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่ การสร้างมูลค่าด้วยความเชียวชาญ พลังงานต่ำ และการเชื่อมโยงภูมิภาค

ทั้งนี้สมาคมการค้าอุตสาหกรรมไมซ์ภาคอีสานเห็นว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่ไมซ์อีสานที่จะต้องรอให้ตลาดกลับมาเอง แต่เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายต้องเร่งเปลี่ยนเกม จากการพึ งพางบประมาณและการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การสร้างมูลค่าใหม่ อย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ความคุ้มค่าด้านพลังงาน และความยืดหยุ่นของภูมิภาค โดยสมาคมฯ เสนอ 4 แนวทางถึงรัฐบาล เร่งขับเคลื่อนมาตรการสําคัญดังนี้

1) QUICK WIN: พยุงต้นทุน และเร่งดีมานด์ไมซ์ในประเทศทันที ในระยะเร่งด่วน สมาคมฯ เสนอให้รัฐบาลออกแพ็กเกจกระตุ้นไมซ์ในประเทศสําหรับเมืองไมซ์ภาคอีสาน โดยเฉพาะ เช่น หมุนเวียนงบประชุม อบรม สัมมนา และศึกษาดูงานของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจสู่จังหวัดอีสานมากขึ้น ให้สิทธิประโยชน์ภาษีแก่ภาคเอกชนที่จัดประชุมในภูมิภาค สนับสนุนการเดินทาง แบบกลุ่ม และส่งเสริมรูปแบบงานที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น hybrid meeting, rail-first travel และการรวมหลายกิจกรรมไว้ในทริปเดียว ทั้งนี้เพราะจากฐานข้อมูลของสมาคมฯ พบว่า ตลาดไมซ์ใน ประเทศยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มและโอกาสที่หลายองค์กรเลือกจัดงานในประเทศหรือในภูมิภาคเดียวกันมากขึ้น ซึ้งเป็นจังหวะที่มาตรการกระตุ้นหรือฝั่งดีมานด์สามารถเห็นผลได้เร็ว

2) แผนระยะกลาง: ปั้น “เมืองไมซ์ เฉพาะทาง” ให้ชัด และขายด้วยจุดแข็งของอีสาน ภาคอีสานไม่ควรแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรแข่งขันด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เนื่องจากภาคอีสานมีศักยภาพจากวัฒนธรรม ประเพณี และสถานที่ท่องเที่ยว เป็นจุดแข็งที่จะรองรับธุรกิจไมซ์ สมาคมฯ เสนอให้กําหนดบทบาทเมืองอีสานแต่ละแห่งอย่างชัดเจน เช่น ไมซ์ด้านเกษตรอัจฉริยะ อาหาร และนวัตกรรมเกษตร เวลเนสและการแพทย์ พลังงานสะอาด โลจิสติกส์ การศึกษา กีฬา และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ TCEB Go ที่ให้ความสําคัญกับงานเฉพาะอุตสาหกรรม โดย เฉพาะ Wellness และ Smart Agriculture ซึ่งสะท้อนว่าเมืองในอีสานสามารถสร้างมูลค่าต่อหัวได้ หากวางตําแหน่งตลาดให้ถูกทาง

3) แผนระยะกลาง: เปิด “Mekong MICE Corridor” เชื่อมอีสานสู่อินโดจีน พร้อม “Mekong MICE Corridor” ด้านโลจิสติกส์และกฏระเบียบ เป็นแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมภาคอีสานของไทยกับประเทศอินโดจีน โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ และมาตรการ Fast Track ด้านกฎระเบียบ เพื่อผลักดันการประชุม นิทรรศการ และการท่องเทียวเชิงธุรกิจ (MICE) ให้ เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค สมาคมฯ เสนอให้ใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของอีสานเป็นจุดขายใหม่ โดยการเชื่อมขอนแก่น โคราช อุดรธานี หนองคาย นครพนม และอุบลราชธานี เข้ากับลาว เวียดนาม เพื่อพัฒนาเส้นทาง “Mekong MICE Corridor” สําหรับงานประชุม นิทรรศการ และการเจรจาธุรกิจข้ามพรมแดน ควบคู่กับการจัดทําระบบ One Stop Service สําหรับใบอนุญาต ขนส่งอุปกรณ์จัดงาน และการอํานวยความสะดวกแก่ผู้ร่วมงานต่างชาติ ปัจจุบันหนองคายมีศูนย์บริการค้าชายแดนเบ็ดเสร็จจุดเดียว ที่ บูรณาการ 8 หน่วยงานและใช้ระบบ Single Submission แล้ว ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นฐานบริการไมซ์ข้ามพรมแดนได้จริง และมุ่งลดอุปสรรคด้าน กฎหมายและระเบียบ

4) แผนระยะยาว: ลงทุน Green MICE + Data & AI เพื่อให้ผู้ประกอบการอีสานแข่งขันได้ในโลกใหม่ ในระยะยาว แนวคิด “ลงทุน Green MICE + Data & AI” สําหรับผู้ประกอบการอีสาน เป็นการผสมผสาน สองทิศทางสําคัญที่จะช่วยให้แข่งขันได้ในโลกใหม่ที่ทั้ง ยั่งยืน และ ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลงาน MICE ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของอีสานว่าเป็นศูนย์กลางการจัดงานที่ทันสมัยและยั่งยืน ผู้ประกอบการสามารถสร้าง โมเดลธุรกิจใหม่ เช่น แพลตฟอร์มข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ระบบติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของงาน, หรือการตลาดเชิงวัฒนธรรมที่ใช้ AI

ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนควรเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ไมซ์คาร์บอนต่ำอย่างจริงจัง ทั้งการยกระดับสถานที่จัดงาน ให้ประหยัดพลังงาน ส่งเสริมโซลาร์รูฟ ระบบขนส่งรับ-ส่งแบบ EV การจัดการขยะอาหาร และการวัด คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของทุกงาน ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นให้ใช้ข้อมูลและ AI ในการทําตลาด บริหารลูกค้า ตั้งราคา และประเมินผลตอบแทนของงาน ปัจจุบัน มีทั้งเครื่องมือคำนวณคาร์บอน เบื้องต้น ระบบ Zero Carbon ตลอดจนแพลตฟอร์มข้อมูลและเครืองมือวิเคราะห์ผลกระทบของงานอีเวนต์อยู่แล้ว ภาคอีสานจึงควรเร่งถ่ายทอดเครื่องมือเหล่านี้สู่ SMEs และผู้จัดงานระดับจังหวัดให้ใช้ได้จริงในวงกว้าง

อย่างไรก็ตามสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไมซ์ภาคอีสานย้ำว่า เป้าหมายของข้อเสนอครั้งนี้ไม่ใช่เพียง “ประคองธุรกิจให้ รอด” แต่ต้องใช้วิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจเป็นจุดเปลี่ยของโครงสร้างอุตสาหกรรมให้ไมซ์อีสานเติบโต บนฐานของความคุ้มค่าด้านพลังงาน ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การเชื่อมโยงเศรษฐกิจอินโดจีน และ มาตรฐานความยั่งยืน ที่สามารถสนับสนุนผลักดันให้ไทยสู่การเป็นผู้นําไมซ์ยั่งยืนของภูมิภาคได้ในอนาคต

ทั้งนี้เชื่อว่า หากรัฐบาล ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ผู้จัดงาน ชุมชนท้องถิ่น และประชาชนร่วมกันขับเคลื่อน 4 เรื่องนี้อย่างจริงจัง ภาคอีสานจะไม่เป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากวิกฤตโลกอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นฐานเศรษฐกิจไมซ์แห่งใหม่ที่แข็งแรง ยืดหยุ่น และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...