โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นการบินอ่วมต้นทุนพุ่ง สงครามยืดเยื้อ ‘AAV-THAI’ กระทบหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 00.51 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 00.51 น.

ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่อเค้าว่าจะยืดเยื้อยาวนานมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์กัน การเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งสหรัฐกับ อิหร่านยังไม่มีความลงตัว แน่นอนว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน รวมถึงจะฟาดชิ่งเศรษฐกิจไทยแบบเต็ม ๆ ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำสุดในอาเซียน ขณะเดียวกันภาคธุรกิจจะเผชิญผลกระทบมากน้อยแตกต่างกันไป อย่างอุตสาหกรรมการบิน แน่นอนว่าเจอผลกระทบเต็ม ๆ จากสถานการณ์ราคาน้ำมัน

อุตสาหกรรมการบินโลกเสี่ยงสูง

โดย “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ระบุว่า เหตุการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินโลกอย่างมาก โดยในช่วงเดือน มี.ค.-มิ.ย. 2569 แผนการบินของสายการบินระหว่างประเทศทั่วโลกถูกปรับลดลงแล้วมากกว่า 1.5 แสนเที่ยวบิน เมื่อเทียบกับแผนการบินของสายการบินในช่วงก่อนเกิดสงคราม

ทั้งนี้ มองไปข้างหน้าอุตสาหกรรมการบินของโลกยังเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่อง จากต้นทุนทางธุรกิจที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นรอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของต้นทุนสายการบิน ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นกว่า 129% เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2568 โดยราคาแตะระดับ 209 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยดังกล่าวผลักดันให้ดัชนีราคาตั๋วเครื่องบินปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 58% จากเส้นทางยุโรปมาไทยในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งส่งผลกระทบความต้องการเดินทางท่องเที่ยว

นอกจากนี้หากวิกฤตฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย ความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินในบางประเทศสูงขึ้น อาจกระทบปริมาณเที่ยวบินทั่วโลกลดลงเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจการบิน

THAI ลดเที่ยวบินเดือน พ.ค.

ล่าสุดมีรายงานว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือTHAI ได้มีแผนปรับลดความถี่การให้บริการในหลายเส้นทางบินในเครือข่ายเส้นทางบินของการบินไทย ในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ ทั้งเส้นทางภายในประเทศ ในภูมิภาคอาเซียน เอเชีย และยุโรป โดยเป็นผลจากปัจจัยด้านต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการการเดินทางของผู้โดยสารที่ชะลอตัวในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว (ข้อมูล ณ วันที่ 16 เมษายน 2569)

AAV อ่วมสุด-THAI รองลงมา

“นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย)” ชี้ว่า ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแรงกดดันดังกล่าวกระทบโดยตรงต่อกลุ่มสายการบิน ซึ่งมีต้นทุนน้ำมันเป็นสัดส่วนหลักของการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ หากพิจารณาความอ่อนไหว (Sensitivity) ต่อราคาน้ำมัน พบว่า บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนน้ำมันค่อนข้างสูง และดำเนินธุรกิจในรูปแบบสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost airline) ขณะที่ บมจ.การบินไทย (THAI) ซึ่งเป็นสายการบินแบบฟูลเซอร์วิส จะได้รับผลกระทบรองลงมา ตามปริมาณการใช้น้ำมัน

ส่วน บมจ.บางกอกแอร์เวย์ส (BA) ถือว่าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากมีรายได้จากธุรกิจอื่นเข้ามาช่วยพยุงสัดส่วนรายได้รวม

“หลัก ๆ เลยที่กระทบก็จะเป็นเรื่องของน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของกลุ่มสายการบิน ถ้าเรียงตาม Sensitivity ต่อราคาน้ำมัน AAV จะได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ THAI และน้อยที่สุดคือ BA”

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 แม้ยังไม่มีตัวเลขเบื้องต้นที่ชัดเจน แต่ภาพรวมคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) คาดว่า BA จะเป็นสายการบินเพียงรายเดียวที่มีโอกาสเติบโต

โดยปัจจัยสนับสนุนของ BA มาจากการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะการลดขนาดฝูงบิน จากเดิมที่มีการเช่าเครื่องบินเพิ่ม แต่ในปีนี้ไม่มีการเพิ่ม และยังมีการคืนเครื่องบินเช่า 1 ลำ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายลดลง ประกอบกับเส้นทางหลักอย่างสมุยยังคงมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง

“ไตรมาส 1 เป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ทำให้ภาพรวมทั้งกลุ่มน่าจะดีขึ้น QOQ แต่ในมุม YOY เราคิดว่า BA น่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ยังเติบโตได้”

ขึ้นค่าตั๋วส่งผ่านต้นทุนได้ไม่หมด

สำหรับราคาตั๋วโดยสารที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น “นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า” มองว่าเป็นผลจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ส่งผลให้สายการบินทยอยปรับราคาตั๋วเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แม้จะสามารถผลักภาระบางส่วนไปยังผู้โดยสารผ่านค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel surcharge) ได้ แต่ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดได้ จึงยังคงต้องแบกรับภาระบางส่วนไว้เอง

ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาตั๋วเป็นภาพรวมของทั้งอุตสาหกรรม แต่ระดับการปรับขึ้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละสายการบิน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุนและกลยุทธ์การบริหารราคาของแต่ละราย

นอกจากนี้การบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยพบว่า BA และ THAI มีการทำประกันความเสี่ยงน้ำมัน (Hedging) ในสัดส่วนประมาณ 30-50% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั้งปี ขณะที่ AAV มีการทำเฮดจิ้งเช่นกัน แต่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้มีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาน้ำมันมากกว่า

ปัญหายืดเยื้อฉุดกำไร Q2

สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า “นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า” ชี้ว่า หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงยืดเยื้อ และราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง คาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 2/2569 ทั้งในด้านอุปสงค์การท่องเที่ยวที่อาจชะลอตัว และต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง

“ไตรมาส 1 อาจจะยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจน เพราะเกิดขึ้นเพียง 1 เดือน แต่ไตรมาส 2 จะเห็นภาพชัดขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ น้ำมันยังสูง อาจกระทบทั้งรายได้และต้นทุน บางสายการบินอาจถึงขั้นขาดทุนได้” นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้ากล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นการบินอ่วมต้นทุนพุ่ง สงครามยืดเยื้อ ‘AAV-THAI’ กระทบหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...