ธอส. Next Chapter Beyond Housing Bank
“ผมมีโจทย์สำคัญคือ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป จะทำอย่างไรให้คนไทยมีบ้านได้ง่ายขึ้น ด้วย ดิจิทัล ดาต้า และสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการนำ Generative AI, DATA และ Digital Transformation ยกระดับการทำงานทุกมิติ และยังรักษาบ้านไว้ได้ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนบทบาทในการช่วยประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศให้ชัดเจนยิ่งขึ้น”
ในวันที่บริบทของเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป สถาบันการเงินต่างระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายใต้การนำของ ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ลำดับที่ 15 โดยความเห็นชอบของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 กำลังก้าวเข้าสู่ Next Chapter หรือบทบาทใหม่ที่ไม่ใช่เพียงแค่การปล่อยสินเชื่อบ้าน แต่เป็นการยกระดับมากกว่าการกู้ คือ เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน
ดร.มหัทธนะ ให้สัมภาษณ์พิเศษการเงินธนาคาร ว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของการเข้ารับตำแหน่งต้องเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น ทั้งจากสภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การแข่งขันระหว่างสถาบันการเงิน และบริบทของเศรษฐกิจที่มีปัจจัยมากมาย ดังนั้น จึงตั้งโจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้คนไทยไม่เพียงแค่มีบ้านแต่ยังสามารถรักษาบ้านไว้ได้
"ผมเติบโตมากับงานราชการ เพราะอยากทำงานที่สร้าง Impact ต่อประเทศ ดังนั้น ผมจึงเข้ามารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ธอส. เพราะมองว่า ธอส. เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่เน้นเรื่องที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจ ผมมีโจทย์สำคัญคือ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปจะทำอย่างไรให้คนไทยมีบ้านได้ง่ายขึ้น และยังรักษาบ้านไว้ได้ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนบทบาทในการช่วยประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศให้ชัดเจนยิ่งขึ้น”
Beyond Housing Bank
เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน
ดร.มหัทธนะกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ ธอส. ในปี 2569 คือ การเป็นองค์กรที่ช่วยประคับประคอง (Stabilizer) ภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ พร้อมเป็นศูนย์กลางในโครงสร้างพื้นฐาน (Ecosystem) ด้านที่อยู่อาศัย
ดังนั้น ธอส.พร้อมต่อยอดบทบาทองค์กรสู่ Beyond Housing Bank ที่เป็นมากกว่าธนาคาร โดยไม่ได้มุ่งเพียงการปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้าน แต่ ธอส.จะเป็นเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างลูกค้า ตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน จึงเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion ด้วยการยกระดับการทำงานทุกมิติผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ได้แก่
- เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home ทำทันที ให้มีบ้าน ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร-ยื่นกู้-ประเมินราคาหลักทรัพย์-อนุมัติ-จดจำนอง ได้เร็วขึ้น โดยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการลูกค้าแบบ End – to – End ภายใต้แนวคิด Faster Easier Limitless เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด
- เสาหลักที่ 2 Smart Growth ผ่าน Asset Quality Management บริหารสินทรัพย์เพื่อให้ ธอส. เติบโตอย่างมีคุณภาพ ช่วยทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้น ด้วยการใช้ Digital, Data Driven & Innovation การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ตรงจุด ป้องกัน NPL การใช้ระบบ NPA Visualization บริหารจัดการทรัพย์ NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เสาหลักที่ 3 Customer Obsession เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล ทำให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแบบ Hyper - Personalization โดยใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์ตัวตนลูกค้าเพื่อส่งมอบบริการที่ “รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา” สร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า
- เสาหลักที่ 4 Digital Transformation เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัย (Modernize) ลดขั้นตอนการทำงาน (Lean Process) นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ (Automation) และ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใน ทั้งการตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ การประเมินความเสี่ยง การดักจับธุรกรรมที่ผิดปกติและระงับบัญชีได้ทันท่วงที และมีความปลอดภัย (Secure) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
- เสาหลักที่ 5 People First ภายใต้แนวคิด Empower People คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืนเพิ่มความสุขและศักยภาพพนักงานเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า มุ่งพัฒนาองค์กรจากภายใน เพื่อเตรียมคนให้พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่ ด้วยการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นผู้นำในโครงการต่างๆ มากขึ้น
“แนวคิดของ Beyond Housing Bank มาจากการที่ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ลูกค้าอยู่กับเราต่อคือต้องทำมากกว่าการปล่อยกู้ เราต้องเป็นเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน ดูแลตั้งแต่ให้ความรู้ทางการเงิน เตรียมความพร้อมก่อนยื่นกู้ จนธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อและดูแล ประคับประคองให้ลูกค้าสามารถรักษาบ้านของตัวเองได้ นอกจากนี้ ในฐานะที่เราเป็นแบงก์รัฐที่มีภารกิจเฉพาะด้าน เราต้องเป็นศูนย์กลางของเรื่องที่อยู่อาศัย ในอนาคตใครคิดถึงเรื่องบ้านต้องมาหา ธอส.”
ขับเคลื่อนด้วย Data และ AI
ออกแบบผลิตภัณฑ์ตรงใจลูกค้า
ดร.มหัทธนะกล่าวว่า ธอส.พร้อมยกระดับองค์กรด้วย Data-Driven Organization โดยใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่ เช่น ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ และข้อมูลเทรนด์ทางการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่วิเคราะห์จากพฤติกรรมการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการ ประกอบกับข้อมูลความต้องการความคาดหวังของลูกค้า และใช้ AI มาผสมผสานในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจลูกค้า
ขณะเดียวกัน จะใช้ Digital, Data Driven & Innovation มาวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ตรงจุด ป้องกันปัญหา NPL, การใช้ระบบ NPA Visualization บริหารจัดการทรัพย์ NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การพัฒนาการบริหารจัดการลูกค้ากลุ่ม SM และ NPL ในเชิงลึก โดยมี Dashboard ที่มี Predictive Analysis เพื่อป้องกันการเลื่อนชั้นหนี้ และแก้ไขปัญหาหนี้เสียอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ NPL อย่างยั่งยืน เพื่อจำหน่ายทรัพย์ NPA ของธนาคารอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ธอส.ยังจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น จากการมีแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสะสมพอยท์จากการใช้บริการและนำไปแลกสิทธิประโยชน์กับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ ซึ่ง ธอส. กำลังขยายเครือข่ายนี้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ธอส. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยง (Connect) ลูกค้าไปยังกลุ่มพันธมิตร เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่หลากหลายมากขึ้น
“ในสภาวะที่การปฏิเสธสินเชื่อ หรือ Rejection Rate ในตลาดสูงขึ้น บทบาทของ ธอส. ชัดขึ้น โดยเข้าไปดูแลพันธมิตรเหล่านี้ และร่วมกันออกแบบบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้า เพื่อให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”
ธอส.ยังมีโครงการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ หรืออาชีพอิสระ เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะการแสดงรายได้ โดยได้มีการพัฒนาระบบ Alternative Credit Scoring เพื่อช่วยให้กลุ่มผู้ไม่มีรายได้ประจำหรืออาชีพอิสระ สามารถเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้ง่ายขึ้น โดยใช้ข้อมูลอื่นๆ มาประกอบการพิจารณาแทนเกณฑ์รายได้แบบเดิม
“ตอนนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพัฒนา Ari-Score ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ของประชาชนไว้ด้วยกัน ดังนั้น ในอนาคตอาจจะมีการนำ Ari-Score มาร่วมกับ Credit Scoring ของ ธอส. เพื่อทำให้การให้สินเชื่อของ ธอส. แม่นยำขึ้น เพราะตอนนี้โจทย์ของทุกแบงก์คือ ต้องมาหาว่าของดีอยู่ตรงไหน ซึ่งด้วยเทคโนโลยีที่เรามีและความสัมพันธ์ของพนักงานที่สาขากับลูกค้าเราเชื่อว่าเราทำได้”
ดร.มหัทธนะกล่าวต่อว่า แม้ ธอส.จะมุ่งไปในแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล แต่การให้บริการผ่านสาขายังมีความสำคัญ เนื่องจากลูกค้าของ ธอส. ส่วนใหญ่ยังใช้บริการผ่านสาขาเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ธอส.จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น
“ธอส.มีผลิตภัณฑ์และบริการจำนวนมาก ดังนั้น จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจลูกค้า ในอนาคตเราจะสามารถรู้ได้เลยว่าลูกค้าต้องการผลิตภัณฑ์ตัวไหนเพื่อให้สาขาสามารถนำระบบการแนะนำไปเสนอให้ลูกค้าได้ทันที เช่น การออกแบบเงินงวดที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เหมือนกับการซื้อของออนไลน์แล้วร้านแนะนำสินค้าที่เหมาะกับเราได้เลย”
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ธอส.มีสาขาที่ครอบคลุมและเพียงพอต่อการให้บริการลูกค้าในทุกจังหวัด แต่ ธอส. จะยกระดับช่องทางดิจิทัลเพื่อให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในอนาคตอาจมีโครงการ ธอส. สัญจร ที่นอกจากให้ความรู้ประชาชนแล้วยังสามารถนำผลิตภัณฑ์ออกไปขายให้กับลูกค้าได้อีกด้วย
เดินหน้าบทบาทแบงก์รัฐ
ช่วยพยุงเศรษฐกิจผ่านอสังหาฯ
ดร.มหัทธนะกล่าวว่า ในปี 2568 แม้ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยภาพรวมจะติดลบ 5.8% แต่ภาพรวมสถานการณ์ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในเชิงไตรมาสต่อไตรมาส ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น (Quick Big Win) และมาตรการสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาทิ มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV โดย ธอส.สามารถปล่อยสินเชื่อได้ 247,241 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยเป้าหมายเดิมตั้งไว้ที่ 241,780 ล้านบาท
“สาเหตุที่เราปล่อยสินเชื่อได้สูงกว่าเป้าหมาย มาจากการที่เรามองว่า นอกจากจะทำให้คนไทยมีบ้านแล้วเราต้องพยุงตลาดที่อยู่อาศัยที่เป็นภาคส่วนที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ในฐานะที่เราเป็นแบงก์รัฐเราก็อยากเป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจพ้นจากวิกฤตได้ด้วยการเร่งปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย”
สำหรับปี 2569 มีการคาดการณ์ว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยในภาพรวมจะติดลบ 0.6% อย่างไรก็ตาม ด้วยภารกิจของ ธอส. ต้องพยายามไม่ให้สินเชื่อติดลบ เพื่อดูแลให้คนไทยมีบ้านและเพื่อพยุงเศรษฐกิจ โดยในปี 2569 ธอส.ตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 242,989 ล้านบาท
ทั้งนี้ ธอส.ต้องการสนับสนุนให้คนไทยทุกกลุ่มให้มีบ้านเป็นของตัวเองให้ได้ อย่างไรก็ตาม ภายใต้พันธกิจและกฎหมายของ ธอส. ได้รับมอบหมายให้ดูแลลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง โดยในปี 2569 มีเป้าหมายดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้มีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 65% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด สำหรับผู้ประกอบการ และภาคอสังหาริมทรัพย์ ธอส. ยังพร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อของ ธอส.
“นอกจากจะทำตามภารกิจแล้วเรายังอยากออกแบบพอร์ตสินเชื่อของเราให้ Healthy และยั่งยืน คำว่ายั่งยืนไม่ใช่เฉพาะธนาคารอย่างเดียว คือ ธอส. ต้องทำให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ลูกค้า ผู้ประกอบการ พนักงาน และ ภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศยั่งยืนด้วย”
เปลี่ยนคน ธอส. จาก Banker
สู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่เข้าใจลูกค้า
ดร.มหัทธนะกล่าวว่า สิ่งที่ต้องปรับตัวหลังจากเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธอส. คือ ต้องพยายามเดินช้าลง เพื่อให้อยู่ในจังหวะที่เหมาะสมกับองค์กร และขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้ อย่างไรก็ตาม เป็นโอกาสดีที่ก่อนหน้านี้ในช่วงเวลา 15 ปีที่ได้ทำงานที่กระทรวงการคลัง ได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐถึง 10 ปี ทำให้มีความเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นอย่างดี
“ผมเคยทำงานทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน ซึ่งสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐอยู่ตรงกลางระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน ดังนั้น เราต้องนำสิ่งที่ดีของทั้ง 2 หน่วยงานมาใช้คือดึงความรอบคอบและเป็นระบบของราชการ มาผสมผสานกับความคล่องตัว หรือ Agility และการกล้าทดลอง หรือ Learning by doing แบบเอกชนมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กร”
ทั้งนี้ จากการเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธอส. มุ่งหวังให้คน ธอส. ปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากการเป็นเพียง Banker สู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง โดยไม่ใช่แค่เอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง แต่ต้องเข้าใจพฤติกรรมและความคิดของลูกค้าอย่างแท้จริงเพื่อทำให้ลูกค้ายังอยู่กับ ธอส. ต่อไป
“ผมเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ 2 เดือน ผมสัมผัสได้ว่า คน ธอส. พร้อมเปิดรับและเปิดกว้างรับสิ่งใหม่ๆ พร้อมเรียนรู้ เดินไปข้างหน้า และมีความเชี่ยวชาญ คุ้นเคยกับเรื่องสินเชื่อบ้าน เพียงแต่ตอนนี้เราต้องทำให้พนักงานเข้าใจลูกค้าแบบใหม่ เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าว่า ควรเสนอผลิตภัณฑ์แบบไหน ตอนนี้ Customer Centric อาจจะไม่เพียงพอแล้ว ต้องเป็น Customer Obsession ต้องเข้าไปรู้ถึงความคิดของลูกค้าให้ได้”
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมีนาคม 2569 ฉบับที่ 527 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://ma.co.th/product-category/mb-shop/