เปิดภาพประวัติศาสตร์! นักบินอวกาศอาร์ทิมิส 2 ส่งภาพถ่าย “ดวงจันทร์” ระยะใกล้กลับสู่โลก เผยความมหัศจรรย์ของด้านไกลที่หาดูได้ยาก
NASA เผยแพร่ภาพถ่ายอันน่าตื่นตาตื่นใจจากภารกิจอาร์ทิมิส 2 (Artemis II) ซึ่งบันทึกโดยนักบินอวกาศขณะโคจรรอบดวงจันทร์ เผยให้เห็นรายละเอียดของพื้นผิวดวงจันทร์ในมุมมองที่มนุษย์ไม่ได้สัมผัสมานานหลายทศวรรษ รวมถึงปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในอวกาศที่หาชมได้ยากยิ่ง
วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569 องค์การนาซาได้เปิดเผยภาพถ่ายที่ถูกส่งตรงมาจากยานอวกาศโอไรออน (Orion) ระหว่างที่ยานกำลังปฏิบัติภารกิจบินเฉียดดวงจันทร์ (Lunar Flyby) นานกว่า 7 ชั่วโมงในบริเวณด้านไกลของดวงจันทร์ (Moon's Far Side) โดยนักบินอวกาศได้ใช้กล้องประสิทธิภาพสูงบันทึกภาพและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไว้มากกว่าพันภาพในระหว่างการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้
ดร. นิกกี้ ฟ็อกซ์ ผู้ช่วยผู้บริหารกองอำนวยการภารกิจวิทยาศาสตร์ สำนักงานใหญ่ของนาซา กล่าวว่า ภาพถ่ายเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีความงดงามอย่างไร้ที่ติ แต่ยังเต็มไปด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลัง และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการกลับไปสู่ห้วงอวกาศลึกของมนุษยชาติอีกครั้ง
รายละเอียดที่น่าสนใจในภาพชุดนี้ประกอบด้วยภาพของ "หลุมอุกกาบาต" (Impact Craters) ขนาดใหญ่ ร่องรอยของลาวาโบราณ และรอยแตกบนพื้นผิวที่แสดงถึงวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพบริเวณขอบด้านตะวันออกของแอ่งเซาท์โพล-เอตเคน (South Pole-Aitken basin) ซึ่งเป็นแอ่งกระแทกที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดบนดวงจันทร์
นอกจากนี้ นักบินอวกาศยังสามารถบันทึกภาพขณะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงจากมุมมองในอวกาศ ซึ่งดวงจันทร์ได้บดบังดวงอาทิตย์จนมิด เผยให้เห็น "โคโรนา" (Corona) หรือชั้นบรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ที่เปล่งประกายเป็นรัศมีรอบดวงจันทร์อย่างชัดเจน โดยปรากฏการณ์นี้กินเวลานานถึง 54 นาที ซึ่งนานกว่าที่สังเกตเห็นได้จากบนโลกมาก
อีกหนึ่งภาพที่สร้างความประทับใจคือภาพ "โลกลับขอบฟ้า" (Earthset) และ "โลกขึ้นเหนือขอบฟ้า" (Earthrise) โดยเป็นภาพขณะที่โลกค่อย ๆ ลับขอบฟ้าของดวงจันทร์ไป ในภาพปรากฏให้เห็นทวีปออสเตรเลียและแถบโอเชียเนียท่ามกลางหมู่เมฆสีขาวตัดกับสีน้ำเงินเข้มของมหาสมุทร ซึ่งถูกบันทึกไว้เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่ยานโอไรออนจะเคลื่อนที่เข้าสู่เขตอับสัญญาณทางด้านหลังของดวงจันทร์นานประมาณ 40 นาที
ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการณ์ในครั้งนี้ รวมถึงรายงานการพุ่งชนของสะเก็ดดาว (Meteoroid impact flashes) จำนวน 6 ครั้งที่นักบินอวกาศตรวจพบทางด้านมืดของดวงจันทร์ จะถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับภาพถ่ายเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและธรณีวิทยาของดวงจันทร์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปัจจุบันเหล่านักบินอวกาศกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางข้ามระยะทางไกลเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่โลก โดยมีกำหนดการเดินทางถึงโลกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการสิ้นสุดภารกิจทดสอบเพื่อปูทางไปสู่การส่งมนุษย์ไปเหยียบลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ในภารกิจอาร์ทิมิส 3 ต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง: NASA
- NASA’s Artemis II Crew Beams Official Moon Flyby Photos to Earth