โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อดีตผู้พิพากษา’ ชี้ คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็น ‘กฎหมายเฉพาะ’ เหนือ PDPA

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

3 เม.ย. 2569- นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง: เมื่อ "กฎหมายเฉพาะ" คือคำตอบเหนือ PDPA มีเนื้อหาดังนี้

จากกรณีที่ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อให้ตรวจสอบการจัดทำบัตรเลือกตั้ง สส. ที่มีเครื่องหมาย Barcode และ QR Code โดยอ้างว่าขัดต่อ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) นั้น หากพิจารณาตามหลักนิติศาสตร์แล้ว จะพบว่าข้อโต้แย้งดังกล่าวน่าจะมีประเด็นที่คลาดเคลื่อนต่อหลักการลำดับศักดิ์ของกฎหมายและขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ ดังนี้:

1.หลักกฎหมายเฉพาะย่อมยกเว้นกฎหมายทั่วไป (Lex specialis derogat legi generali):
หัวใจสำคัญของคดีนี้คือการจำแนกประเภทกฎหมาย พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรองรับภารกิจหลักตามรัฐธรรมนูญ มีสถานะเป็น "กฎหมายเฉพาะ" (Special Law) ที่กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้เป็นการเฉพาะ รวมถึงอำนาจของ กกต. ในการออกระเบียบข้อบังคับเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร

ในขณะที่ พ.ร.บ. PDPA เป็น "กฎหมายทั่วไป" (General Law) ที่ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลในสถานการณ์ปกติ ดังนั้น เมื่อมีการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจหลักที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้ มาตรฐานและกระบวนการตามกฎหมายเลือกตั้งย่อมมีผลใช้บังคับเหนือกว่าหลักเกณฑ์ทั่วไปของ PDPA

2. บัตรเลือกตั้ง "ไม่ใช่" ฐานข้อมูลส่วนบุคคลในเชิงประมวลผล
การที่บัตรเลือกตั้งมีรหัสเชื่อมโยงกับต้นขั้ว ไม่ได้หมายความว่า กกต. กำลังจัดทำฐานข้อมูล (Database) เพื่อประมวลผลความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชนตามนัยของ PDPA แต่บัตรเลือกตั้งที่ผ่านการลงคะแนนแล้วมีสถานะเป็น "เอกสารทางราชการ" และ "วัตถุพยาน" ในกระบวนการเลือกตั้ง
• การเข้าถึงข้อมูล: การจะเปิดดูบัตรหรือตรวจสอบความเชื่อมโยงทำไม่ได้โดยอิสระ แต่ต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายเลือกตั้งหรือคำสั่งศาลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
• การเก็บรักษา: มีระเบียบเฉพาะของ กกต. ที่กำหนดระยะเวลาและวิธีการทำลายไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองการลงคะแนนเสียงโดยเฉพาะ

3. สคส. ไม่มีอำนาจเหนือองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ
ตามรัฐธรรมนูญไทย การตรวจสอบปัญหาว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่ เป็นอำนาจเด็ดขาดของศาลรัฐธรรมนูญ และการตรวจสอบปัญหาว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ เป็นอำนาจของ ศาลฎีกา (แผนกคดีเลือกตั้ง)
การที่ศูนย์นิติศาสตร์ฯ ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ขอให้ใช้อำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงการขอให้ใช้มาตรการยึด อายัด หรือลบทำลายต้นขั้วบัตรเลือกตั้งนั้น นอกจากจะผิดฝาผิดตัวแล้ว ยังเป็นการสร้างสภาวะ "อำนาจซ้อนอำนาจ" ที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการดำเนินการใดๆ ต่อพยานหลักฐานในคดีเลือกตั้งต้องอยู่ภายใต้เขตอำนาจศาล ไม่ใช่อำนาจของคณะกรรมการในระดับ พ.ร.บ. ทั่วไป
บทสรุป

การนำเทคโนโลยี Barcode หรือ QR Code มาใช้บนบัตรเลือกตั้ง แม้จะสร้างความกังวลในเชิงความเป็นส่วนตัว แต่เมื่อพิจารณาภายใต้หลัก Lex specialis และอำนาจตาม พ.ร.ป. เลือกตั้งฯ กกต. ย่อมมีอำนาจกระทำได้เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของการเลือกตั้ง (ป้องกันบัตรเขย่ง/บัตรปลอม) โดยมีกลไกตรวจสอบความชอบธรรมผ่านศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกา ซึ่งเป็นเขตอำนาจที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) มิอาจก้าวล่วงได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...