“ภูมิแพ้จมูก” คัดจมูก จามไม่หยุด ฝุ่น PM2.5 สาเหตุสำคัญต้องระวัง
เยื่อบุจมูกอักเสบ ที่มีอาการตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ไวเกิน หรืออธิบายง่าย ๆ ว่าทำงานต่อต้านต่อสารในสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวมากเกินไป เช่น กลิ่นฝุ่นควัน ละอองเกสรดอกไม้ แมลงสาบ อากาศที่เปลี่ยนแปลง เป็นต้น
สาเหตุของภูมิแพ้จมูก ปัจจัยกระตุ้นควรหลีกเลี่ยง
สารก่อภูมิแพ้ 3 กลุ่ม ที่พบบ่อยในผู้ป่วยภูมิแพ้จมูก
- สารสูดดมที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ เช่น ฝุ่น PM 2.5 ควัน ละอองมลพิษ ละอองเกสรดอกไม้ เชื้อรา แมลงสาบ รังแคสุนัขรังแคแมว หญ้า เป็นต้น
- อาหาร เช่นนมวัว ไข่ อาหารทะเล ถั่ว
- อากาศร้อนจัด เย็นจัด ความชื้น
จามไม่หยุด คัดจมูกเรื้อรัง สัญญาณ “ภูมิแพ้จมูก” เปิดวิธีรักษาหายขาด
เด็กเล็กอันตรายกว่า! แพทย์เตือน PM2.5 กระทบปอด กระตุ้นโรคหอบ-ภูมิแพ้กำเริบ
อาการภูมิแพ้จมูกที่พบบ่อย
อาการเหมือนไข้หวัด ได้แก่ คัดจมูก จาม น้ำมูกใส คันจมูก โดยผู้ป่วยมักจะ มีอาการ ทันทีหลังจากเจอสารที่แพ้ และหายไป อาการคงอยู่ นานสุด ไม่ถึง ครึ่งวัน ก็จะหายไปเอง แต่หากเป็นไข้หวัดที่เกิดจากการติดเชื้อแล้ว อาการดังกล่าวจะเป็น นานเกินวัน หรือคงอยู่ตลอดเวลา ในบางรายจะมีอาการนอกเหนือจากจมูกร่วมด้วยเช่นผื่นคันที่ผิวหนัง อาการตาอักเสบ มี เยื่อบุตาบวมแดง ท่อปรับแรงดันหูชั้นกลางบวม ที่ทำให้เกิดอาการแน่นหูหรือหูอื้อ หอบหืด
การวินิจฉัยโรคภูมิแพ้จมูก
- คัดจมูก
- จามบ่อย
- น้ำมูกใส
- คันจมูก
ผู้ป่วยอาจจะเป็นที่จมูกข้างเดียวหรือสลับข้างกันก็ได้ มักจะเป็นมากตอนเจอศาลภูมิแพ้เยอะหรืออากาศเย็น โดยเฉพาะช่วงตอนกลางคืน หรืออยู่ที่ห้องแอร์เย็น
ลักษณะอาการที่พบร่วม
ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะเด็กและผู้ใหญ่ อาจพบลักษณะเฉพาะ ได้แก่
- ขอบตาล่างคล้ำและบวม (Allergic shiner)
- เกิดจากการบวมของเยื่อบุจมูกและบริเวณท่อน้ำตา ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดรอบดวงตาลดลง
- รอยย่นบริเวณสันจมูก (Allergic salute)
- เกิดจากการคันจมูกและใช้มือถูหรือดันจมูกบ่อย ๆ จนเกิดรอยพับของผิวหนัง
เมื่อแพทย์ตรวจจมูกจะตรวจพบเยื่อบุจมูกบวม ทำให้เกิดอาการคัดจมูก และจะพบน้ำมูกใสในจมูก กรณี พี่ มีอาการภูมิแพ้ขึ้นตา แพทย์จะตรวจพบเยื่อบุตาขาวบวมแดง หากในรายที่รุนแรง จะส่งผลทำให้ท่อน้ำตาอักเสบจนเกิดการอุดตัน ทำให้น้ำตาไหลได้ นอกเหนือจาก ตาแล้วยังมีผลต่อท่อปรับแรงดันหูชั้นกลาง หรือท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) ที่อยู่ในด้านหลังโพรงจมูก หากท่อนี้มีอาการบวมอักเสบจะทำให้เกิดอาการแน่นในหู หรือปวดหูได้
อาการนอกเหนือจากนี้ หากมีน้ำมูกลงคอจะทำให้ ผู้ป่วยมีเสมหะลงคอและคันคอระคายคอไอได้ แต่ไม่ได้เป็นตลอดทั้งวันอาการจะเป็นเฉพาะเวลาเจอสารแพ้ หรืออากาศ เปลี่ยน อาการอื่น ๆ ที่ไม่จำเพาะเช่น ตื้อหรือหน้าผาก ระหว่างหัวคิ้ว เกิดจากการบวมของจมูก หรือ อาการอ่อนเพลีย นอกจากนี้ อาจมีอาการภูมิแพ้ร่วม อื่น ๆ ได้เช่นผื่นแพ้ของผิวหนังและหอบหืดรวมทั้งมีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว
แนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้จมูก
- หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้หรือกระตุ้นอาการ
- น้ำเกลือล้างจมูก เวลามีน้ำมูก
- ยาแก้แพ้ แบบรับประทาน
- ยาแก้แพ้แบบพ่นจมูก ชนิดสเตียรอยด์ในรายที่เป็นมาก เช่น ถี่เกิน 4 ครั้งต่อสัปดาห์
ควรให้แพทย์ประเมินตรวจร่างกายก่อนใช้ยา ยาลดบวมในโพรงจมูกแบบรับประทานหรือแบบพ่น เวลาคัดจมูกหรือหายใจไม่สะดวก ควรให้แพทย์ประเมินตรวจร่างกายก่อนใช้ยา
การดูแลตนเองและการป้องกันโรคภูมิแพ้จมูก
- หลีกเลี่ยงสารที่แพ้ หรือสิ่งที่คาดว่าแพ้เช่น อากาศเย็น ฝุ่นควัน
- เพิ่มภูมิต้านทานเช่น รับประทานผลไม้สดสะอาดอุดมไปด้วยวิตามิน มีสารต้านอะนุมูลอิสระ ,การออกกำลังกาย ,นอนหลับเพียงพออย่างน้อย 7 ชั่วโมงแบบหลับลึก โดยไม่ตื่นกลางดึก หรือนอนดึกเกิน 5 ทุ่ม
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
ติดเชื้อโพรงจมูกหรือหวัดได้ง่าย ความบวมอักเสบอาจทำให้ท่อปรับแรงดันหูชั้นกลางบวม เกิดหูอื้อ ได้ง่าย ข้อแนะนำจากแพทย์ ภูมิแพ้จมูก หากได้รับการรักษาที่ต่อเนื่องจะสามารถควบคุมอาการได้ จมูกคือด่านแรกของอากาศที่เข้าสู่ร่างกาย หากจมูกดีหายใจโล่งสบาย ร่างกายก็จะสดชื่นแข็งแรงไปด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3