“นายกฯ สิงคโปร์” เตือนราคาพลังงานสูงอีกระยะ เอเชียรับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ตั้ง คกก.วิกฤตระดับรัฐมนตรี
"นายกฯ สิงคโปร์" เตือนราคาพลังงานสูงอีกระยะ เอเชียรับผลกระทบมากเป็นพิเศษ พร้อมตั้งคณะกรรมการวิกฤต-เตรียมมาตรการช่วยประชาชนและธุรกิจ
วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 16.35 น. เว็บไซต์ Asia One รายงานว่า ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เปิดเผยว่า รัฐบาลสิงคโปร์จะประกาศมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมและมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม สำหรับประชาชนและภาคธุรกิจในสัปดาห์หน้า หลังต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
นายกรัฐมนตรีกล่าวในวิดีโอแถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางเมื่อวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.) ว่า รัฐบาลจะบรรเทาผลกระทบระยะสั้นให้กับครัวเรือนและธุรกิจ โดยจะเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการที่มีอยู่ และเร่งนำบางมาตรการมาใช้เร็วขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม
นอกจากนี้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรง โดยจะประกาศรายละเอียดเมื่อรัฐสภาเปิดประชุมอีกครั้งในวันที่ 7 เมษายน
เตือนวิกฤตพลังงานอาจรุนแรง
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เตือนว่า ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีความรุนแรง และอาจส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจโลก แม้ว่าความพยายามทางการทูตจะประสบความสำเร็จ แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ได้รับความเสียหายจะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นฟู
เขาระบุว่าราคาพลังงานมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยเอเชียเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ เนื่องจากพลังงานจำนวนมากที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีปลายทางอยู่ในเอเชีย รวมถึงสิงคโปร์ด้วย
โดยสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังอาจเข้าสู่ช่วงที่ไม่แน่นอนและไม่เสถียรมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบความมั่นคงในภูมิภาคและเส้นทางพลังงานโลก ขณะนี้หลายอุตสาหกรรมทั่วโลกเริ่ม ดึงน้ำมันจากคลังสำรองและหาพลังงานทางเลือก แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ไม่สามารถชดเชยการขาดแคลนพลังงานระยะยาวได้
นายกรัฐมนตรีเตือนว่า หากแหล่งพลังงานและเส้นทางขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางยังถูกจำกัดเป็นเวลานาน โลกอาจเผชิญวิกฤตพลังงาน (global energy crunch) ซึ่งจะกระทบต่อชีวิตประจำวัน การผลิต และเศรษฐกิจทั่วโลก
สิงคโปร์ตั้งคณะกรรมการวิกฤตระดับชาติ
นายกรัฐมนตรีประกาศว่า ได้จัดตั้งคณะกรรมการวิกฤตระดับรัฐมนตรี (Homefront Crisis Ministerial Committee) เพื่อประสานการรับมือของประเทศ โดยมีรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้นำคณะกรรมการ
รัฐบาลกำลังปรับปรุงแผนฉุกเฉินด้านพลังงาน เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน เสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน ทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตร เช่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจำเป็นและอาหารยังสามารถนำเข้าได้ในช่วงวิกฤต
ขอประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน
นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ประชาชนและภาคธุรกิจช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยระบุว่า ความเข้มแข็งของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเพียงอย่างเดียว สำหรับธุรกิจควรปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่วนครัวเรือน ควรลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น แม้จะเป็นการกระทำเล็ก ๆ แต่เมื่อทำร่วมกันทั้งประเทศจะสร้างความแตกต่างได้
เขาย้ำว่า แม้สิงคโปร์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากวิกฤตโลกได้ แต่ประเทศมีแผน มีศักยภาพ และมีความพร้อมในการผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้
“สถานการณ์ยังไม่แน่นอน และเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ความเสี่ยงมีอยู่มาก และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดอาจยังไม่ผ่านพ้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะเผชิญมันไปด้วยกัน ในฐานะประชาชนชาติเดียวกัน และเราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
อ้างอิง : asiaone.com