24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
>> หลวงพ่อ นั่งซ้อนท้ายจักรยานยนต์ จีวรพันกับติดกับโซ่สเตอร์ รถพลิกคว่ำบาดเจ็บทั้งคู่ จ.นครสวรรค์
07.55 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ สภ.พยุหะคีรี รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ กลางถนนสายเอเซีย ฝั่งขาขึ้นมุ่งหน้า จ.พิษณุโลก บริเวณเลยทางกลับรถคลังแสง 3 ประมาณ 300 เมตร ในพื้นที่ ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่กลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายเป็นฆราวาส 1 ราย และพระภิกษุสงฆ์ 1 รูป ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลพยุหะคีรี
เบื้องต้น พบจีวรพระสงฆ์ เข้าไปพันกับติดกับโซ่สเตอร์ของรถจักรยานยนต์ อาจจะทำให้รถเกิดการเสียหลักและพลิกคว่ำ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง
>> ไฟไหม้ เพิงพักไม้ที่จัดเก็บวัสดุก่อสร้าง ใกล้แคมป์คนงานก่อสร้าง จนท.ฉีดน้ำเพลิงสงบ ไร้ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จ.สมุทรสาคร
09.40 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ภายในซอยเหล็กเส้น ไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 10 ตำบลสวนหลวงอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร จึงแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยบริการประชาชนสวนหลวง พร้อม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลสวนหลวง เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย ตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังไหม้ ลักษณะเป็นเพิงไม้เก็บเครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้าง เสียหายวอดทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลสวนหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่บรรเทาสารภัย ระดมฉีดน้ำ จนสามารถควบคุม และเพลิงจึงสงบในเวลาต่อมา
จากการสอบถาม ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า บริเวณจุดเกิดเหตุ เป็นเพิงไม้ เพื่อจัดเก็บอุปกรณ์ก่อสร้างของทางหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งขนาดเกิดเพลิงไหม้ ไม่มีคนอยู่ เห็นแค่เพียง กลุ่มควันที่โพยพุ่งขึ้นจากบริเวณตรงกลาง
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบว่าไม่มีผู้อยู่อาศัยประตูปิดล็อค ภายในมีอุปกรณ์ก่อสร้าง ท่อพลาสติกครอบสายไฟ และอุปกรณ์ก่อสร้างอีกหลายรายการ ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย คาดว่าค่าเสียหาย ประมาณ 100,000 บาท จึงเก็บรวบรวมหลักฐาน และจะประสานเชิญเจ้าของ ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.กระทุ่มแบน ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุ ต้นเพลิงที่แท้จริงต่อไป
>> หนุ่มเมียนมา ขี่จักรยานยนต์ลื่นกองทรายรถล้ม จังหวะเดียวกับรถพ่วงขับขนาบข้าง ถูกล้อหลังทับศีรษะ เสียชีวิตกลางถนนบางนาตราด
10.21 น. อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์กับรถพ่วง และมีผู้เสียชีวิต ถนนเทพรัตน (บางนาตราด) ฝั่งขาออก ในช่องทางคู่ขนาน ช่วงหลัก กม.ที่ 18 ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ-แดง ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา เป็นผู้ชาย อายุ 34 ปี ชาวสัญชาติเมียนมา สภาพที่ศีรษะถูกล้อรถบรรทุกทับ และห่างออกไป พบรถพ่วง ฮีโน่ สีเขียว ป้ายทะเบียน สมุทรปราการ จอดชิดไหล่ทาง ตรวจสอบที่ล้อหลังฝั่งซ้ายของหางพ่วง พบคราบเลือดและเศษมันสมองของคนตายติดล้ออยู่
เบื้องต้น คาดว่า ผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์บริเวณไหล่ทางด้านซ้าย แล้วรถเกิดการลื่นกองทรายแล้วพลิกคว่ำ คนขับล้มลงเป็นจังหวะเดียวกับรถพ่วงขับมาตามทาง ล้อหลังลูกพ่วงทับเข้าศีรษะพอดี เสียชีวิต
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี พร้อมด้วยแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำร่างส่งชันสูตรสถาบันนิติเวชรามาฯ และจะทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้บ้านเนอร์สซิ่งโฮม ย่านพุทธมณฑลสาย 2 เสียหายวอดทั้งห้อง
11.24 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ เนอร์สซิ่งโฮม ซอยพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 21/1 ถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีตชั้นเดียว ประกอบกิจการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่เตารีด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทวีวัฒนา
>> จับแฮกเกอร์จีน เจาะระบบขโมย Source Code เกมชื่อดัง
11.39 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ควบคุมตัว ผู้ชาย อายุ 34 ปี สัญชาติจีน เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) คือ มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศออกหมายจับ โดยจับกุมตัวได้ที่อาคาร ย่านถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร
ภายหลังจากศูนย์ความร่วมมือและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายล้านช้าง - แม่โขง ประสานข้อมูลกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ส่งข้อมูลผู้ต้องหาข้ามชาติ ตามหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในความผิดฐาน “เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน พบว่า ชายชาวจีนคนดังกล่าว โปรแกรมเมอร์รายนี้ ใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในทางที่ผิด แฮกเข้าถึงฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ของค่ายเกมยักษ์ใหญ่เพื่อโจรกรรม และนำโครงสร้างสำคัญนำไปสร้างเกมเลียนแบบ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับต้นฉบับ และยังจัดตั้งบริษัทบังหน้า เปิดบัญชีชำระเงินออนไลน์เพื่อเรียกเก็บเงินจากผู้เล่นที่หลงเชื่อ โดยเน้นการตัดราคาไอเทมในเกมให้ถูกกว่าปกติเพื่อจูงใจให้ลูกค้าหันมาใช้บริการของตนเอง สร้างความเสียหายแก่ผู้พัฒนาตัวจริงอย่างแสนสาหัส ประเมินมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 ล้านหยวน หรือประมาณ 9 ล้านบาทไทย ก่อนจะซ่อนตัวเงียบภายใต้เงานักท่องเที่ยวในประเทศไทย
หลังจับกุมตัวได้เจ้าหน้าที่ไทยดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์การพำนักในราชอาณาจักร และควบคุมตัวนำส่ง สตม. เพื่อเตรียมผลักดันกลับไปรับโทษตามกฎหมายที่ประเทศจีนต่อไป
>> ตำรวจคุมตัว อดีตลูกเขยปืนโหด ทำแผนที่เกิดเหตุ หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์
13.00 น. พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า คุมตัว นายชอ (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี อดีตลูกเขยโหด ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงพ่อตา น้องเมียเสียชีวิต และยิงแม่ยายได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้ามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ท่ามกลางญาติและเพื่อนฝูงของผู้เสียชีวิตนับร้อยคนที่มาเฝ้ารอดูการทำแผนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลัง วางกำลัง 50 นาย คอยควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นในระหว่างการทำแผน แต่เนื่องจากกลุ่มญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิตอยู่ในอารมณ์โมโหอย่างหนัก จึงได้ฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หมายจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ตัวผู้ก่อเหตุ ทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบคุมตัวนายชยันต์ขึ้นรถออกไปจากบริเวณบ้านที่เกิดเหตุทันที
โดย นายสม อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นตาของน้องเมียที่เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ก่อนจะเกิดเหตุ นายชอ เคยเข้ามาปรึกษาปัญหากับตนหลายครั้ง ซึ่งตนก็เคยเตือนสติไม่ให้ใช้ความรุนแรง นายชอ ก็รับปากอย่างดี ว่าจะพยายามคุยกันอย่างสงบไม่ใช้ความรุนแรง ทำให้ตนและครอบครัวของผู้เสียชีวิตตายใจ ไม่ทันได้ระวัง คิดว่าในวันเกิดเหตุ นายชอ ะเข้ามาคุยเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่ทันทีที่มาถึง นายชอ ได้ควักอาวุธปืนขึ้นมาก่อเหตุทันที ซึ่งพฤติกรรมการลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ ถือว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุมาก
ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายชอ ออกจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปยัง บริเวณภูเขาที่หนีขึ้นไปซ่อนตัว ก่อนจะลงมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทิ้งอาวุธปืนไว้บริเวณจุดดังกล่าว
>> ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่ง โรงงานปลากระป๋องไม่ตรงปก หยุดกิจการชั่วคราว
14.56 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีปลากระป๋องไม่ตรงปก ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานฯ ที่ตำบลกาหลง อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุดได้รับรายงานจาก นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แจ้งว่า จากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า โรงงานดังกล่าวมีระบบการบำบัดน้ำเสียไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จึงได้สั่งให้บริษัทหยุดประกอบกิจการชั่วคราวแล้ว เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขสถานที่ผลิตให้ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP)
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีความผิดในกรณีใช้ปลาชนิดอื่นแทนหลาแมคเคอเรลตามที่แสดงบนฉลาก ที่เข้าข่ายการผลิตอาหารปลอม ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท รวมถึงการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้า มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถปรับปรุงสถานที่และกระบวนการผลิตให้ถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐาน จะมีการตรวจสอบอีกครั้งจนกว่าจะผ่านเกณฑ์เชิงคุณภาพ จึงจะสามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง
>> รถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง หญิงคนขับบาดเจ็บ ส่วนผู้โดยสารเป็นหญิงตั้งครรภ์ ไปเสียชีวิตที่ รพ.
14.59 น. อาสาสมัครจุดบริการสว่างเมธาบ้านดุง ร่วมกับ สมาคมกู้ภัยศรีสุทโธบ้านดุง ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถกระบะชนต้นไม้ข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บ ริมถนนหน้าวัดธาตุทอง บ้านวังทอง ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ นิสสัน นาวาร่า สีแดง ป้ายทะเบียน ลักษณะเสียหลักชนกับต้นไม้ข้าง ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้หญิง 2 ราย โดยเป็นคนขับ มีแผลตามร่างกายรู้สึกตัวดี ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นผู้โดยสาร และเป็นหญิงตั้งครรภ์ท้องแก่ อาการสาหัส อาสาสมัครให้การช่วยเหลือ และนำส่ง รพ.บ้านดุง และรับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ.
เบื้องต้น สอบถามคนขับรถ ได้เดินทางมาจากหนองสระปลา จะมุ่งหน้าไปคำชะโนด คนขับเกิดหลับใน ทำให้รถเสียหลักชนกับต้นไม้ดังกล่าว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น อยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดุง
>> บุกรวบคาโต๊ะ สาวเมียนมา แฝงเป็นนายหน้าจัดหาแรงงานเถื่อน ย่านลาดกระบัง
16.06 น. กรมการจัดหางาน บุกจับกุมชาวเมียนมาทำงานเป็นนายหน้าจัดหางานเถื่อน ในพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด
ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน รับข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าว และนายจ้างสถานประกอบการ ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น ล่าสุดวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งเบาะแส พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมากำลังติดต่อว่าจ้างนายหน้าซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเดียวกัน เพื่อจัดหางานหรือหานายจ้างรายใหม่ให้ เนื่องจากอยู่ระหว่างหางานทำในประเทศไทย
จากการตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตทำงาน พบหญิงสัญชาติเมียนมา 1 ราย มีใบอนุญาตทำงาน ในตำแหน่งกรรมกร แต่มาทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหางานให้แก่แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทย เข้าข่ายเป็นการทำงานเสมียนพนักงานหรือเลขานุการ ซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลฉลองกรุงดำเนินคดีในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อหา “จัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ต่อไป
>> จนท.ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมร้าง จ.ตราด หลังนักท่องเที่ยวจองห้องพักในแอปฯ แต่มาถึงปิดเงียบ พบเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย
16.25 น. นายวีระศักดิ์ คงเปี้ยว ปลัดอาวุโสอำเภอคลองใหญ่ พร้อมด้วย นายไพวัลย์ ชลาลัย นายก อบต.ไม้รูด, นายสวัสดิ์ วงษ์จำปี รองนายก อบต.ไม้รูด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรม ในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด หลังมีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด ร้องเรียนว่า จองห้องพักผ่านแอปพลิเคชัน แต่เมื่อเดินทางมาถึงกลับพบว่าโรงแรมปิดเงียบคล้ายถูกทิ้งร้าง
จากการตรวจสอบภายในพื้นที่ พบอาคารที่พักยังคงอยู่ แต่ไม่มีพนักงานหรือผู้ดูแลประจำ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบเอกสารกับทางอำเภอคลองใหญ่ พบว่า ผู้เช่าสถานที่ดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติ อายุ 57 ปี พร้อมภรรยา เป็นชาวบราซิล ซึ่งเป็นผู้เช่าถูกต้องตามกฎหมายและมีคนไทยร่วมเป็นกรรมการบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทที่ดำเนินกิจการใช้ชื่อบริษัทไม้แห่งหนึ่ง ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี และได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างที่พักอาศัยกับ อบต.ไม้รูด ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567
ด้าน รองนายก อบต.ไม้รูด เปิดเผยว่า โรงแรมแห่งนี้เช่าที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 4 แปลง ภายใต้เจ้าของที่ดินรายเดียวจากจังหวัดชลบุรี โดยทำสัญญาเช่าเป็นระยะเวลา 10 ปี แต่ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ผู้เช่ามีอาการป่วย จึงเดินทางกลับประเทศบราซิล ทำให้ทรัพย์สินและเครื่องใช้ภายในถูกทยอยจำหน่ายออกไป เหลือเพียงตัวอาคารที่พัก
อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้ประกอบการยังไม่ได้ดำเนินการยกเลิกข้อมูลโรงแรมออกจากแอปพลิเคชันจองห้องพักออนไลน์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวยังสามารถทำรายการจองได้ตามปกติ จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการจองโรงแรมแห่งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายและความเข้าใจผิดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
>> รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม
16.53 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดถูกยกระดับเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยขับเคลื่อนมาตรการแบบครบวงจร ทั้งป้องกัน ปราบปราม บำบัด และฟื้นฟู ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386
ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สะท้อนความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม โดยพบว่าสามารถดำเนินคดียาเสพติดได้กว่า 150,000 คดี ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 796 ล้านเม็ด และไอซ์ประมาณ 25 ตัน รวมถึงขยายผลทลายเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ 139 เครือข่าย พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 9,156 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในมิติด้านสังคม โดยนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแล้วกว่า 79,000 ราย และดำเนินกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนมากกว่า 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการเข้าสู่วงจรยาเสพติดในระยะยาว (ข้อมูล ณ 23 เมษายน 2569)
นอกจากนี้ รัฐบาลยังยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามชาติ ผ่านการทำงานเชิงรุกด้านการข่าวและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการบูรณาการของหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งขับเคลื่อนงานทั้งด้านการข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะความร่วมมือไทย-สปป. ลาว ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเป้าหมายกว่า 40 รายในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความสำเร็จของการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม
>> พายุฤดูร้อน พัดถล่มหนองวัวซอ ต้นมะพร้าวล้มทับกระท่อมหลังบ้าน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จ.อุดรธานี
17.00 น. สำนักงาน ปภ.จังหวัดอุดรธานี รายงานเหตุวาตภัยจากพายุฤดูร้อน ส่งผลกระทบในพื้นที่ บ้านห้วยไร่ ตำบลอูบมุง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ได้รับผลกระทบ 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน
โดยพบว่า มีบ้านเรือนประชาชน 1 หลังถูกพายุพัด และทำให้ต้นมะพร้าว ล้มทับกระท่อมนาหลังบ้าน และมีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย
ด้านการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ทางอำเภอ และ อปท. อยู่ระหว่างการเร่งสำรวจความเสียหาย และให้ความข่วยเหลือตามระเบียบต่อไป
>> ตำรวจ ปคบ. ทลายขบวนการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ตรวจยึดของกลางอุปกรณ์การผลิต รวมกว่า 6,890 ชิ้น
17.19 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปคบ. วันนี้มีการแถลงข่าวร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย หลังบุกเข้าเป้าหมาย 3 จุด คือ บ้านในพื้นที่ อ.โคกขาม และ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และบริษัทขนส่งเอกชน ใน จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลางที่ตรวจยึดได้ ชุดจั๊มสูทสีแดงและดำ 5 ตัว, หน้ากาก, ถังเปล่าที่ไม่มีน้ำยา, น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเปลี่ยนหัว 1,460 หัว, กล่องสำหรับใส่บุหรี่ไฟฟ้า 490 ชิ้น, แบตเตอรี่สำหรับใส่บุหรี่ไฟฟ้า ,เครื่องซีนกล่องใส่บุหรี่ไฟฟ้า, เครื่องปั๊มอัดบุหรี่ไฟฟ้า, ซองสำหรับบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า และกล่องพัสดุบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมส่งให้ลูกค้า รวมของกลางที่ได้จากการตรวจยึด เป็นบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์การผลิตบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 20 รายการ มูลค่าค่าปรับ ประมาณ 12 ล้านบาท
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าทางสื่อออนไลน์ ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งโฆษณาการผลิตและจำหน่ายสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า โดยไม่ได้เกรงกลัวกฎหมาย ตำรวจจึงทำการล่อซื้อและมีการจัดส่งสินค้าผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนจริง ทราบถึงที่อยู่ของกลุ่มเครือข่ายจนขอศาลเพื่ออนุมัติหมายจับ
หลังตรวจค้นจับกุม หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์การผลิตจริง โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ เช่น ผู้ทำหน้าที่จัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชน ผู้ต้องหายังให้ข้อมูลอีกว่าเคยรับสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว จากนายทุนชาวจีน เพื่อนำไปจำหน่ายกับลูกค้าทั่วไปผ่านโซเชี่ยลมีเดีย โดยต่อมานายทุนชาวจีนได้เลิกกิจการ และมอบสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์การผลิตให้กับตน จึงได้นำมาทำการผลิตและลักลอบจำหน่ายต่อ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาและควบคุมตัวส่งดำเนินคดี
>> “อนุทิน” หารือ “ฮุน มาเนต” เดินหน้าสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา
18.00 น. ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ นายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายอนุทิน ได้แถลงข่าวเรียงตามลำดับตัวอักษร เริ่มจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ต่อด้วยนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ที่ริเริ่มจัดการประชุมครั้งสำคัญนี้
พร้อมเปิดเผยว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอย่างสร้างสรรค์และมุ่งมองไปข้างหน้า โดยการหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา และมีความหมาย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันร่วมกันถึงความมุ่งมั่นต่อการเจรจาและการรักษาสันติภาพ ถึงเวลาที่ทั้งสองประเทศจะร่วมกันมองไปข้างหน้าและเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจ ความสุจริตใจ และความมุ่งมั่นร่วมกันในการก้าวข้ามความท้าทาย
โดย นายอนุทิน ย้ำว่าไทยและกัมพูชาจำเป็นต้องเดินหน้าไปด้วยกันอย่างค่อยเป็นค่อยไปในทิศทางเดียวกัน ในระหว่างการดำเนินการ ทั้งสองฝ่ายควรสื่อสารกันโดยตรงมากขึ้นในทุกระดับ เพื่อช่วยลดช่องว่างของความเข้าใจ และร่วมกันแสวงหาแนวทางขยายความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
ส่วนประเด็นเรื่องเขตแดนทางบกและทางทะเล นายอนุทิน ได้เสนอแนวทางในการหารือ เพื่อเดินหน้าจัดการกับประเด็นดังกล่าว บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี การหารือในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาค ยืนยันว่าไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวม
>> 2 นทท.จีน ขับเก๋งชนแท่งแบริเออร์ กั้นทางงานก่อสร้างผิวจราจร รถพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า และคนงานบาดเจ็บสาหัส จ.ชลบุรี
22.36 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งชนแท่นแบริเออร์ก่อสร้าง ก่อนพลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนสาย 36 ฝั่งมุ่งหน้าระยอง ตรงข้ามสนามพีระเซอร์กิต ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานอาสาสมัครกู้ภัย พร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่างและรถส่องสว่างเร่งเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งหรู ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E300 สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่บริเวณไหล่ทางริมป่าหญ้า สภาพรถพังเสียหายอย่างหนัก ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ 2 ราย ทราบต่อมา คนขับ เป็นผู้ชาย อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะมีแผลฉีกขาด ส่วนแฟนสาวชาวจีนซึ่งนั่งโดยสารมาด้วยติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันนำตัวออกมาอย่างทุลักทุเล โดยหญิงสาวมีอาการปวดร้าวบริเวณแผ่นหลังและร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนเร่งนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือ ชายไทย อายุ 45 ปี คนงานก่อสร้างถนน ซึ่งถูกเฉี่ยวชนระหว่างปฏิบัติงาน ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้
จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นช่วงที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างผิวจราจร เลนขวาสุดมีการตั้งแท่นแบริเออร์แบ่งช่องทางไว้ โดยแท่นแบริเออร์ถูกชนกระจัดกระจายเป็นทางยาวกว่า 80 เมตร ขณะที่บริเวณดังกล่าวมีแสงสว่างค่อนข้างน้อย และเป็นเส้นทางหลักที่มีรถใช้สัญจรจำนวนมากในช่วงเวลากลางคืน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ได้เข้าตรวจสอบและบันทึกภาพในที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบร่องรอยการชนอย่างละเอียด รวมถึงจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
23.35 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 334 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศ