โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทคนิคโปะบ้านแบบไหน ช่วยประหยัดดอกเบี้ย และปิดหนี้ได้เร็วที่สุด ?

Thairath Money

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

การมี "บ้าน" เป็นของตัวเอง คือ ความฝัน แต่ "หนี้บ้าน" ที่ยาวนานกว่า 20-30 ปี อาจเป็นฝันร้ายหากเราไม่มีการวางแผนที่ดี ซึ่งเคล็ดลับที่เหล่ากูรูการเงินแนะนำเสมอคือ "การโปะบ้าน" หรือการชำระเงินเกินกว่าค่างวดที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้เงินส่วนเกินนั้นพุ่งตรงไป "ลดเงินต้น" ให้เหลือน้อยลงอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากดอกเบี้ยบ้านคิดคำนวณแบบ "ลดต้นลดดอก" (Effective Rate) ยิ่งเราลดต้นได้เร็วเท่าไหร่ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดไปก็จะยิ่งลดลงตามไปด้วย

บทความนี้ Thairath Money ชวนมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่า ระหว่าง "โปะเพิ่มทุกเดือน" กับ "โปะเงินก้อนรายปี" แบบไหนจะช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่ากัน?

เปิดเคสตัวอย่าง: ผ่อนปกติ vs โปะเพิ่ม

สมมติว่าคุณกู้ซื้อบ้านในวงเงิน 3,500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.00% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา โดยมีค่างวดปกติที่ต้องชำระ 21,000 บาทต่องวด (รวม 286 งวด)

ทำไม "โปะทุกเดือน" ถึงชนะ?

จากตารางจะเห็นว่า แม้จะใช้จำนวนเงินรวมต่อปีเท่ากันคือ 36,000 บาท แต่การ โปะเพิ่มเดือนละ 3,000 บาท (แบบ B) สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่าการโปะปีละครั้งถึง 25,546 บาท และยังทำให้หนี้หมดเร็วกว่าเดิมอีกประมาณ 2 งวด

เหตุผลก็คือ เมื่อเราโปะทุกเดือน เงินต้นจะทยอยลดลงทันทีในทุกงวด ส่งผลให้การคำนวณดอกเบี้ยในเดือนถัดไปลดลงอย่างต่อเนื่อง

สูตร: (เงินต้นคงเหลือ X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันในเดือน) / 365)

ต่างจากการโปะรายปีที่เงินต้นจะลดลงฮวบเดียวตอนปลายปี ทำให้เสียโอกาสในการลดดอกเบี้ยระหว่างเดือนไป

วิธีไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

1. โปะทุกเดือน (ชำระเกินทุกงวด)

  • เหมาะกับ: คนที่มีรายได้ประจำมั่นคง มีวินัยการออมสูง และมีเงินเหลือใช้ในแต่ละเดือน
  • ข้อดี: ประหยัดดอกเบี้ยได้มากที่สุด วางแผนรายจ่ายได้คงที่ และสร้างนิสัยทางการเงินที่ดี

2. โปะเงินก้อนรายปี

  • เหมาะกับ: คนที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือได้รับเงินก้อนใหญ่เป็นช่วงเวลา เช่น เงินโบนัส หรือค่าคอมมิชชัน
  • ข้อดี: มีความยืดหยุ่นสูง หากเดือนไหนมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินก็ไม่ต้องฝืนโปะ และสามารถสะสมเงินไว้ก่อนเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม

3 เช็กลิสต์ก่อนเริ่มโปะบ้าน

อย่างไรก็ดี ก่อนจะนำเงินไปโปะบ้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรสำรวจความพร้อมดังนี้

  • เช็กสภาพคล่อง: มั่นใจว่าไม่มีหนี้ดอกเบี้ยสูงอื่นๆ (เช่น หนี้บัตรเครดิต) และมี "เงินสำรองฉุกเฉิน" เพียงพอแล้ว
  • คำนวณสัดส่วน: ยอดผ่อน + ยอดโปะ รวมกันแล้ว ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ เพื่อไม่ให้กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
  • เลือกวันโปะให้ถูก: ควรโปะใน "วันเดียวกับที่ธนาคารตัดรอบบัญชี" เพื่อให้เงินทั้งหมดไปหักเงินต้นแบบเน้นๆ โดยไม่ถูกหักไปเป็นดอกเบี้ยรายวันสะสม

ทั้งนี้ หากเรามีวินัยและมีรายได้คงที่ การโปะเพิ่มทุกเดือนคือวิธีที่คุ้มค่าที่สุด แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน การ "เริ่มโปะ" ตั้งแต่วันนี้ ย่อมดีกว่าการผ่อนจ่ายตามขั้นต่ำไปเรื่อยๆ แน่นอน

ที่มาข้อมูล: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทคนิคโปะบ้านแบบไหน ช่วยประหยัดดอกเบี้ย และปิดหนี้ได้เร็วที่สุด ?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...