เทคนิคโปะบ้านแบบไหน ช่วยประหยัดดอกเบี้ย และปิดหนี้ได้เร็วที่สุด ?
การมี "บ้าน" เป็นของตัวเอง คือ ความฝัน แต่ "หนี้บ้าน" ที่ยาวนานกว่า 20-30 ปี อาจเป็นฝันร้ายหากเราไม่มีการวางแผนที่ดี ซึ่งเคล็ดลับที่เหล่ากูรูการเงินแนะนำเสมอคือ "การโปะบ้าน" หรือการชำระเงินเกินกว่าค่างวดที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้เงินส่วนเกินนั้นพุ่งตรงไป "ลดเงินต้น" ให้เหลือน้อยลงอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากดอกเบี้ยบ้านคิดคำนวณแบบ "ลดต้นลดดอก" (Effective Rate) ยิ่งเราลดต้นได้เร็วเท่าไหร่ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดไปก็จะยิ่งลดลงตามไปด้วย
บทความนี้ Thairath Money ชวนมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่า ระหว่าง "โปะเพิ่มทุกเดือน" กับ "โปะเงินก้อนรายปี" แบบไหนจะช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่ากัน?
เปิดเคสตัวอย่าง: ผ่อนปกติ vs โปะเพิ่ม
สมมติว่าคุณกู้ซื้อบ้านในวงเงิน 3,500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.00% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา โดยมีค่างวดปกติที่ต้องชำระ 21,000 บาทต่องวด (รวม 286 งวด)
ทำไม "โปะทุกเดือน" ถึงชนะ?
จากตารางจะเห็นว่า แม้จะใช้จำนวนเงินรวมต่อปีเท่ากันคือ 36,000 บาท แต่การ โปะเพิ่มเดือนละ 3,000 บาท (แบบ B) สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่าการโปะปีละครั้งถึง 25,546 บาท และยังทำให้หนี้หมดเร็วกว่าเดิมอีกประมาณ 2 งวด
เหตุผลก็คือ เมื่อเราโปะทุกเดือน เงินต้นจะทยอยลดลงทันทีในทุกงวด ส่งผลให้การคำนวณดอกเบี้ยในเดือนถัดไปลดลงอย่างต่อเนื่อง
สูตร: (เงินต้นคงเหลือ X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันในเดือน) / 365)
ต่างจากการโปะรายปีที่เงินต้นจะลดลงฮวบเดียวตอนปลายปี ทำให้เสียโอกาสในการลดดอกเบี้ยระหว่างเดือนไป
วิธีไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
1. โปะทุกเดือน (ชำระเกินทุกงวด)
- เหมาะกับ: คนที่มีรายได้ประจำมั่นคง มีวินัยการออมสูง และมีเงินเหลือใช้ในแต่ละเดือน
- ข้อดี: ประหยัดดอกเบี้ยได้มากที่สุด วางแผนรายจ่ายได้คงที่ และสร้างนิสัยทางการเงินที่ดี
2. โปะเงินก้อนรายปี
- เหมาะกับ: คนที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือได้รับเงินก้อนใหญ่เป็นช่วงเวลา เช่น เงินโบนัส หรือค่าคอมมิชชัน
- ข้อดี: มีความยืดหยุ่นสูง หากเดือนไหนมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินก็ไม่ต้องฝืนโปะ และสามารถสะสมเงินไว้ก่อนเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม
3 เช็กลิสต์ก่อนเริ่มโปะบ้าน
อย่างไรก็ดี ก่อนจะนำเงินไปโปะบ้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรสำรวจความพร้อมดังนี้
- เช็กสภาพคล่อง: มั่นใจว่าไม่มีหนี้ดอกเบี้ยสูงอื่นๆ (เช่น หนี้บัตรเครดิต) และมี "เงินสำรองฉุกเฉิน" เพียงพอแล้ว
- คำนวณสัดส่วน: ยอดผ่อน + ยอดโปะ รวมกันแล้ว ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ เพื่อไม่ให้กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
- เลือกวันโปะให้ถูก: ควรโปะใน "วันเดียวกับที่ธนาคารตัดรอบบัญชี" เพื่อให้เงินทั้งหมดไปหักเงินต้นแบบเน้นๆ โดยไม่ถูกหักไปเป็นดอกเบี้ยรายวันสะสม
ทั้งนี้ หากเรามีวินัยและมีรายได้คงที่ การโปะเพิ่มทุกเดือนคือวิธีที่คุ้มค่าที่สุด แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน การ "เริ่มโปะ" ตั้งแต่วันนี้ ย่อมดีกว่าการผ่อนจ่ายตามขั้นต่ำไปเรื่อยๆ แน่นอน
ที่มาข้อมูล: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทคนิคโปะบ้านแบบไหน ช่วยประหยัดดอกเบี้ย และปิดหนี้ได้เร็วที่สุด ?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- โค้งสุดท้ายลดหย่อนภาษี 2568 พลาด 10 เรื่องใหญ่ เสียสิทธิ์ทันที แม้ตั้งใจวางแผนมาทั้งปี
- เทคนิคโปะบ้านแบบไหน ช่วยประหยัดดอกเบี้ย และปิดหนี้ได้เร็วที่สุด ?
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath