SPALI ผุดคอมมูนิตี้ เปิด 2 โครงการใหม่
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 13.50 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 04.22 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - SPALI เปิดตัว Community Living Hub รังสิต คลอง 3 บนพื้นที่กว่า 287 ไร่ ตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ด้วยบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด Romantic Charm Series พร้อม โรงเรียนนานาชาติ SISB เชื่อมต่อคอมมูนิตี้ครบวงจร พร้อมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท รองรับทุกช่วงชีวิตของครอบครัว ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ
ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า บริษัทฯ เห็นศักยภาพของทำเลรังสิตอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในทำเลที่ศุภาลัยพัฒนาโครงการมากถึง 30 โครงการ ครอบคลุมหลายเซกเมนต์ ทำให้เข้าใจทั้งดีมานด์และพฤติกรรมของลูกค้าในพื้นที่ การเติบโตของประชากรในโซนรังสิตส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มองหาพื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์และสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีในระยะยาว
การพัฒนา Community Living Hub บนพื้นที่กว่า 287 ไร่ครั้งนี้ ไฮไลต์สำคัญคือการนำแบบบ้าน Romantic Charm Series เข้ามาใช้ครั้งแรกในทำเลรังสิต คลอง 3 ออกแบบให้ตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ ทั้งด้านพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชันยืดหยุ่น และบรรยากาศบ้านอบอุ่นน่าอยู่ ขณะเดียวกันยังวางผังให้ โรงเรียนนานาชาติ SISB เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ เชื่อมต่อระหว่างสองโครงการที่อยู่อาศัย ได้แก่ ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3 และ ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ รังสิต คลอง 3 รองรับการใช้ชีวิตครอบครัวในระยะยาวอย่างแท้จริง
นางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย SPALI กล่าวเสริมว่า บริษัทฯ แบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เซกเมนต์หลัก เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลายในพื้นที่เดียวกัน โดยโครงการ ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3 มุ่งไปยังกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม ด้วยบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และความเป็นส่วนตัวสูง ขณะที่ ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ รังสิต คลอง 3 ตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดคุณภาพ ในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น
สำหรับเฟสแรก ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3 มีมูลค่าโครงการประมาณ 3,360 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 98 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว Romantic Charm Series 7 แบบ ขนาด 238–502 ตารางเมตร รองรับครอบครัว 271 ยูนิต ฟังก์ชัน 4–5 ห้องนอน 4–7 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2–4 คัน พร้อม Premium Luxury Clubhouse สองชั้น สระว่ายน้ำ Free-form และสวนสีเขียวเกือบ 4 ไร่ ติดตั้งระบบ Home Automation, Solar Rooftop และรองรับ EV Charger ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท
ขณะที่ ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ รังสิต คลอง 3 มีมูลค่า 1,790 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 57 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด Romantic Charm Series 310 ยูนิต ขนาด 141–210 ตารางเมตร ฟังก์ชัน 3–4 ห้องนอน 3–4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน พร้อมระบบ Home Automation และรักษาความปลอดภัย ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท
ทั้ง 2 โครงการมีการสร้าง สะพานข้ามคลองและ Gateway Entrance เชื่อมต่อโครงการกับถนนรังสิต-นครนายก เพิ่มความสะดวกสัญจรและสาธารณประโยชน์แก่ลูกบ้านและชุมชน ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โรงพยาบาลสินแพทย์ รังสิต และสนามบินดอนเมือง
นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB กล่าวว่า SISB มุ่งพัฒนาโรงเรียนนานาชาติที่เน้น Holistic Education Development ผสานหลักสูตร Singapore Curriculum และการเรียนแบบสามภาษา อังกฤษ–ไทย–จีน เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่ระดับนานาชาติ การตั้งโรงเรียน SISB แห่งที่ 7 ภายในคอมมูนิตี้ศุภาลัยถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและโอกาสทางการศึกษาให้กับครอบครัวในโซนรังสิต
*เล็งปรับขึ้นราคาขายตามต้นทุนพุ่ง
ดร.ประทีป กล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ SPALI ในช่วงที่เหลือของปีนี้ว่า จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบมายังต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับตัวขึ้นไปด้วย แต่ปัจจุบันบริษัทฯ ยังคงตรึงราคาขายเอาไว้ที่ระดับเดิมก่อน เนื่องจากมองสถานการณ์ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้นมา เป็นเรื่องชั่วคราว หรือระยะสั้นเท่านั้น หลังล่าสุด ทางสหรัฐฯ ได้มีการส่งสัญญาณเตรียมยุติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า สะท้อนสงครามในตะวันออกกลางใกล้จบ
แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ดังกล่าวยังคงยืดเยื้อ บริษัทฯ ก็เตรียมพิจารณาที่จะปรับราคาขายขึ้นในอนาคต เพื่อสะท้อนกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมา คาดว่าจะเห็นความชัดเจนดังกล่าวได้ภายหลังจากช่วงเทศกาลวันสงกรานต์เป็นต้นไป
ด้านแผนการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 2/2569 ยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่วางเอาไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยทั้งปี 2569 จะเปิดโครงการใหม่รวม 28 โครงการ มูลค่า 35,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ -ปริมณฑลและภูมิภาค
บริษัทฯ ยังคงเป้ายอดขายรวมในปี 2569 ทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียไว้ที่ 45,000 ล้านบาท แบ่งเป็น เป้ายอดขายในประเทศไทย 30,000 ล้านบาท และเป้ายอดขายจากประเทศออสเตรเลีย 15,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมทั้งสองประเทศที่ 37,500 ล้านบาท แบ่งเป็น เป้ารายได้ในประเทศไทย 27,000 ล้านบาท และเป้ารายได้จากประเทศออสเตรเลียประมาณ 10,500 ล้านบาท