โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Synology ชี้ ซัมแวร์ไทยทะลุ 109,000 ครั้ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 164%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 16.46 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 09.46 น.

Synology ชี้สถิติแรนซัมแวร์ไทยทะลุ 109,000 ครั้ง สูงสุดในอาเซียน ภาคธุรกิจเผชิญภัยไซเบอร์พุ่ง 3,200 ครั้งต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 164% เร่งองค์กรปรับสู่ “Cyber Resilience” เพื่อความอยู่รอดในปี 2569

วันที่ 1 เมษายน 2569 - Synology เผยธุรกิจไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบการโจมตีมากกว่า 3,200 ครั้งต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 164% ท่ามกลางเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีมูลค่าแตะ 4.8 ล้านล้านบาท และเติบโตเร็วกว่าจีดีพีมากกว่าสองเท่า

สะท้อนให้เห็นถึงโจทย์สำคัญที่องค์กรต้องบริหารทั้ง“โอกาส” และ “ความเสี่ยง” ไปพร้อมกัน ขณะเดียวกัน สถิติแรนซัมแวร์ในประเทศไทยพุ่งทะลุ 109,000 ครั้ง สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้องค์กรต้องเร่งปรับกลยุทธ์จาก “การป้องกัน” ไปสู่ “การพร้อมรับมือและกู้คืน” โดยมีแนวโน้มการใช้งาน Hybrid–Multi Cloud และการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ ก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรยุคดิจิทัล

นายแอนโทนี่ หยาง หัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด หรือ Synology กล่าวว่าเมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่ปี 2569 ความต่อเนื่องทางธุรกิจไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้ระบบยังคงทำงานได้ แต่คือความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่สะดุด แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและเหตุการณ์ไม่คาดคิด ขณะที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภูมิภาคยังคงเร่งตัว ซึ่งแม้จะเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ แต่ก็เพิ่มระดับความเสี่ยงด้านไซเบอร์อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับประเทศไทย แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลที่คาดว่าจะมีมูลค่าแตะกว่า 4.8 ล้านล้านบาท และเติบโตเร็วกว่าภาพรวม GDP ของประเทศมากกว่าสองเท่า สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าระบบดิจิทัลกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและคลาวด์มาใช้ ส่งผลให้ข้อมูลและระบบงานกระจายอยู่ในหลายสภาพแวดล้อม เพิ่มความซับซ้อนทั้งด้านการบริหารจัดการและการปกป้องข้อมูล

โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า นอกจากการโจมตีเฉลี่ย 3,200 ครั้งต่อสัปดาห์แล้ว ประเทศไทยยังพบเหตุการณ์ไซเบอร์มากกว่า 1,000 กรณีในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 โดยภัยคุกคามหลักยังคงเป็นแรนซัมแวร์ การรั่วไหลของข้อมูล และการโจมตีผ่านข้อมูลรับรองผู้ใช้งาน

“ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของฝ่ายไอทีอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ” นายแอนโทนี่ กล่าวเสริม

ปรับกลยุทธ์องค์กร เมื่อ “การป้องกันอย่างเดียว” ไม่เพียงพอ

บทเรียนจากปี 2568 ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ในประเทศไทยช่วงปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดว่าภัยไซเบอร์ไม่ได้เป็นความเสี่ยงที่อยู่ไกลตัวอีกต่อไป โดยมีการตรวจพบเหตุการณ์แรนซัมแวร์มากกว่า 109,000 ครั้ง ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นความจริงที่องค์กรต้องยอมรับว่า สำหรับหลายองค์กรนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ต้องกลับมาทบทวนแนวทางการปกป้องข้อมูลอย่างจริงจัง

โดยรูปแบบการโจมตีมีความซับซ้อนมากขึ้น และเริ่มมุ่งเป้าไปยัง “ระบบสำรองข้อมูล” ซึ่งเคยเป็นแนวป้องกันสุดท้ายขององค์กร ในบริบทนี้ แนวทางสำรองข้อมูลแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจากองค์กรต้องดูแลข้อมูลที่กระจายอยู่ทั้งใน on-premises, คลาวด์ และ SaaS ส่งผลให้การบริหารจัดการและการกู้คืนมีความซับซ้อนมากขึ้นองค์กรจำนวนมากจึงเริ่มเปลี่ยนมุมมองจาก “การป้องกันทั้งหมด” ไปสู่ “การกู้คืนได้อย่างรวดเร็ว” ซึ่งกลายเป็นหัวใจของความยืดหยุ่นทางธุรกิจ (Cyber Resilience)

โครงสร้างข้อมูลยุคใหม่ รองรับ Hybrid–Multi Cloud

การเตรียมความพร้อมขององค์กรในปี 2569 จึงมุ่งไปที่การสร้างโครงสร้างข้อมูลที่ยืดหยุ่น รองรับสภาพแวดล้อมแบบ Hybrid และ Multi-Cloud ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ องค์กรต้องบริหารทั้งระบบภายใน เครื่องเสมือน แอปพลิเคชัน SaaS และคลาวด์สาธารณะ ทำให้ “การมองเห็นข้อมูลจากศูนย์กลาง” และการกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกันมีความสำคัญมากขึ้น

ขณะเดียวกัน “ความน่าเชื่อถือของข้อมูล” หรือ Data Integrity กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรับมือแรนซัมแวร์ โดยมีการนำเทคโนโลยี เช่น Immutable Storage การตรวจจับความผิดปกติ และการตรวจสอบข้อมูลอัตโนมัติ มาใช้เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสามารถกู้คืนและใช้งานได้จริง นอกจากนี้ ความสามารถในการขยายระบบ (Scalability) ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เพิ่มภาระในการบริหารจัดการ

ดัน Cyber Resilience สู่ความได้เปรียบทางธุรกิจ

Synology มองว่า ในเศรษฐกิจดิจิทัล “ข้อมูล” คือรากฐานของนวัตกรรม ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และประสบการณ์ลูกค้า องค์กรที่สามารถปกป้องและกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความเชื่อมั่นของลูกค้า

เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว โซลูชันอย่าง Synology ActiveProtect Appliance ได้รับการพัฒนาให้รวมความสามารถด้านการบริหารจัดการ การป้องกัน และการขยายระบบไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยลดความซับซ้อนและเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ให้กับองค์กร ในระยะยาว “Cyber Resilience” จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือด้านความปลอดภัย แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในยุคดิจิทัล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...