โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“รัสเซีย-ยูเครน” เตรียมยกระดับสงคราม ขณะความสนใจโลกหันไปที่อิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 14.09 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 07.09 น.

"รัสเซีย-ยูเครน" เตรียมยกระดับสงคราม ขณะที่การเจรจาสันติภาพหยุดชะงักและความสนใจของสหรัฐรวมถึงชาติตะวันตกหันไปที่สงครามในตะวันออกกลาง

วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 13.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สถานการณ์สงครามรัสเซีย–ยูเครนยังคงยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 5 โดยล่าสุดกองทัพรัสเซียกำลังถูกกองทัพยูเครนผลักดันออกจากเมืองคูเปียนสก์ (Kupyansk) ในยูเครนตะวันออก ซึ่งถือเป็นความเสียหายทางยุทธศาสตร์เชิงภาพลักษณ์สำหรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เนื่องจากก่อนหน้านี้รัสเซียเคยประกาศยึดเมืองดังกล่าวได้สำเร็จ

เมืองคูเปียนสก์ เป็นศูนย์กลางทางรถไฟสำคัญในภาคตะวันออกของยูเครน และแม้ความสูญเสียครั้งนี้จะเป็นเพียงความเสียเปรียบทางยุทธวิธี ไม่ใช่เชิงยุทธศาสตร์ แต่ก็สะท้อนว่ารัสเซียยังห่างไกลจากเป้าหมายหลักในการยึดพื้นที่ยูเครนตะวันออกทั้งหมด

ปัจจุบันแนวหน้าการสู้รบยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน โดยรัสเซียสามารถยึดพื้นที่ได้เพียงเล็กน้อย ขณะที่ยูเครนก็สามารถผลักดันกองทัพรัสเซียในบางพื้นที่ แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถทะลวงแนวป้องกันของอีกฝ่ายได้อย่างเด็ดขาด

อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดนาโตในยุโรป ระบุว่า การสู้รบในปัจจุบันมีเป้าหมายสำคัญคือการตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงและกำลังเสริมของฝ่ายตรงข้ามในระยะลึกหลายร้อยกิโลเมตร เพราะฝ่ายที่ควบคุมการส่งกำลังได้จะสามารถบีบให้อีกฝ่ายอ่อนแรงได้ในระยะยาว

ในขณะเดียวกัน ความหวังในการเจรจาสันติภาพก็ลดลง เนื่องจากความสนใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐถูกดึงไปที่สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้การเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนที่สหรัฐเป็นตัวกลางหยุดชะงัก และยังไม่มีสัญญาณว่าจะกลับมาเจรจาได้ในเร็ว ๆ นี้

แหล่งข่าว ระบุว่า กองทัพรัสเซียกำลังเตรียมการรุกครั้งใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยยูเครนคาดว่ารัสเซียอาจโจมตีเมืองสำคัญในภูมิภาคโดเนตสก์ เช่น Slovyansk และ Kramatorsk อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่ารัสเซียอาจยังไม่มีกำลังเพียงพอที่จะยึดเมืองเหล่านี้ได้

ยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่ายในขณะนี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน รัสเซียต้องการยึดภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด (ลูฮันสก์และโดเนตสก์) เพื่อใช้เป็นอำนาจต่อรองในการเจรจาสันติภาพ และยูเครนพยายามทำให้ทหารรัสเซียเสียชีวิตหรือบาดเจ็บมากกว่าที่รัสเซียสามารถรับสมัครทหารใหม่ได้ เพื่อทำให้กองทัพรัสเซียอ่อนกำลังในระยะยาว

ยูเครนตั้งเป้าให้รัสเซียสูญเสียทหารประมาณ 50,000 นายต่อเดือน ขณะที่รัสเซียสามารถรับสมัครทหารใหม่ได้ประมาณ 35,000–40,000 นายต่อเดือน แม้ยูเครนยังไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระบุว่ารัสเซียรับสมัครทหารได้ประมาณ 45,000 คนต่อเดือน และยูเครนได้สังหารหรือทำให้ทหารรัสเซียบาดเจ็บเกือบ 100,000 นายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

ในด้านเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลางกลับช่วยให้รัสเซียมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้รัสเซียมีเงินสนับสนุนสงครามมากขึ้น ขณะที่ยูเครนต้องเผชิญความเสี่ยงที่สหรัฐจะลดการสนับสนุนอาวุธ เนื่องจากสหรัฐต้องใช้ทรัพยากรกับสงครามในตะวันออกกลาง

ในเวลาเดียวกัน ยูเครนพยายามตอบโต้รัสเซียด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในรัสเซีย โดยในปี 2568 ยูเครนโจมตีทางอากาศในรัสเซียมากกว่า 23,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าจากปีก่อนหน้า และยังพยายามโจมตีท่าเรือส่งออกน้ำมันของรัสเซียเพื่อทำลายรายได้จากการส่งออกพลังงาน

นักวิเคราะห์ มองว่า แม้รัสเซียจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน แต่กองทัพยูเครนได้ปรับตัวและใช้โดรนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ยังสามารถรักษาแนวป้องกันได้ และสงครามอาจยืดเยื้อไปอีก 1–2 ปี หากไม่มีข้อตกลงสันติภาพ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...