“เศรษฐกิจจีน” Q1 โต 5% เหนือคาด ส่งออกพยุงระบบ แต่แรงกดดันพลังงานฉุดแนวโน้ม
“เศรษฐกิจจีน” Q1 โต 5% เหนือคาดแต่ดีมานด์ในประเทศยังอ่อน ขณะที่ต้นทุนพลังงานพุ่งจากสงครามอิหร่านเริ่มกดดันการค้า การผลิต และแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะถัดไป
วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 09.13 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัวแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการส่งออกที่เติบโตอย่างโดดเด่น แม้ว่าความต้องการภายในประเทศยังคงซบเซา ขณะเดียวกันความเสี่ยงจากสงครามอิหร่านที่ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น กำลังกลายเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มการเติบโตในระยะถัดไป
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม ขยายตัว 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน เร่งตัวขึ้นจาก 4.5% ในไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 4.8%
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 4.5–5% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 สะท้อนความกังวลต่ออุปสงค์ที่ชะลอตัว และความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐที่ยังคงยืดเยื้อ
สำนักงานสถิติฯ ระบุว่า สภาพแวดล้อมภายนอกมีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น พร้อมเตือนถึงความไม่สมดุลที่รุนแรงระหว่างภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง กับอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ
ในด้านการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเขตเมือง ซึ่งรวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มขึ้นเพียง 1.7% ในไตรมาสแรก ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1.9% โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงหดตัวแรงถึง 11.2%
ขณะที่การบริโภคภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ยอดค้าปลีกในเดือนมีนาคมขยายตัวเพียง 1.7% ชะลอลงจาก 2.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.3%
ภาคการผลิตยังคงเป็นแรงพยุงเศรษฐกิจ โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 5.7% สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 5.5% แม้จะชะลอลงจาก 6.3% ในเดือนก่อนหน้า
ด้านตลาดแรงงาน อัตราการว่างงานในเขตเมืองเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.4% ในเดือนมีนาคม จาก 5.3% ในเดือนกุมภาพันธ์
ทั้งนี้ จีนในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกสูง กำลังเผชิญความเปราะบางจากแรงกระแทกด้านพลังงาน โดยราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเริ่มส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น การค้าชะลอตัว และแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
แม้การส่งออกในไตรมาสแรกจะเติบโตถึง 14.7% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2565 แต่ในเดือนมีนาคม การเติบโตของการส่งออกชะลอลงเหลือเพียง 2.5% จาก 21.8% ในช่วงสองเดือนแรกของปี สะท้อนผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน
ขณะเดียวกัน ราคาหน้าโรงงานของจีน (factory-gate prices) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคมเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี บ่งชี้ว่าต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ภาคการผลิต ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรของภาคธุรกิจที่บางอยู่แล้วในระยะต่อไป
อ้างอิง : cnbc.com