โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตาตลาดน้ำมันปีมังกร ปีแห่งการ “ควบรวม 3 คู่พลังงาน”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ม.ค. 2567 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2567 เวลา 07.28 น.

ในปี 2566 นับได้ว่าเป็นปีแห่งการควบรวมธุรกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ไทย-เทศ จากสถานการณ์การแข่งขันในธุรกิจที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ทำให้บริษัทน้ำมันรายใหญ่ต้องสร้างความแข็งแกร่ง เพื่อรักษาการเติบโต และสร้างโอกาสในการทำธุรกิจอย่างรวดเร็ว ด้วยการเข้าซื้อและควบรวมกิจการ

บางจาก-เอสโซ่ทิ้งทวนปี’66

โดยคู่ที่ปิดดีลสำเร็จก่อนสิ้นปี 2566 คือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ เอสโซ่ จาก ExxonMobil Asia Holdings Pte. Ltd. สำเร็จด้วยมูลค่าดีล 55,000 ล้านบาท

ได้สินทรัพย์โรงกลั่นเอสโซ่ที่ศรีราชา ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นโรงกลั่นบางจากศรีราชา 155,000 บาร์เรลต่อวัน มาช่วยเพิ่มกำลังการกลั่นให้กับโรงกลั่นบางจากพระโขนงเดิม รวมเป็น 278,000 บาร์เรลต่อวัน

ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกน้ำมันอยู่ที่ 28% บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 30% ให้ได้ภายในปี 2573 มีแผนจะเปลี่ยน BSRC หรือเอสโซ่เดิมเป็นบางจากให้เสร็จกลางปี 2567 ครบทั่วประเทศ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีสถานี 2,221 สถานีบริการ และทยอยเพิ่มเป็น 2,500 สถานีในปี 2573 ส่วนธุรกิจ Nonoil ได้มีการขยายร้านอินทนิลเพิ่มขึ้นปีละ 140 สาขา รวมเป็น 2,000 สาขาในปี 2573

ซึ่งการควบรวมนี้จะช่วยให้รายได้บางจากปี 2567 ขยับเป็น 5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ปิดไป 3.6 หมื่นล้านบาท และสูงสุดในรอบ 40 ปีนับจากเปิดดำเนินธุรกิจมา

“ไซโนเปค-ซัสโก้” รักข้ามชาติ

ไม่นับรวมคู่แต่งงานใหม่อย่าง “บริษัท ไซโนเปค ซัสโก้ จำกัด” บริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO ถือหุ้น 51% กับบริษัท ไซโนเปค (ฮ่องกง) 49% ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ SINOPEC Group ยักษ์พลังงานจีน เปิดตัวสถานีบริการน้ำมันสัญชาติไทย-จีน สาขาแรก ถนนรัชดาภิเษก ภายใต้แบรนด์ “SINOPEC SUSCO” อย่างเป็นทางการเมื่อ 25 ตุลาคม 2566 พร้อมปักหมุดอีก 5 สาขา ในปีเดียวกัน

สำหรับดีลคู่นี้เริ่มาตั้งแต่ปลายปี 2565 ที่ประชุมคณะกรรมการ SUSCO เห็นชอบให้จำหน่ายหุ้นของ บริษัท ซัสโก้ ดีลเลอร์ส จำกัด หรือ SDA ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสัดส่วน 49% ให้แก่ ไซโนเปค (ฮ่องกง) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติฮ่องกง

ประกอบด้วย หุ้นสามัญจำนวน 45,863,430 หุ้น คิดเป็น 48% และหุ้นบุริมสิทธิจำนวน 955,488 หุ้น คิดเป็น 1% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด รวมเป็นเงินจากการจำหน่ายทั้งสิ้น 34 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,100-1,200 ล้านบาท

ทั้งยังได้ปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดย SDA เพิ่มทุนจดทะเบียนโดยการออกหุ้นบุริมสิทธิ, ให้บริษัทรับซื้อสินทรัพย์ของสถานีบริการน้ำมัน 14 สถานี ซึ่งดำเนินการภายใต้ SDA และให้ SDA เช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 10 แปลง เป็นระยะเวลา 20 ปี คิดเป็นค่าเช่ารวมประมาณ 278.40 ล้านบาท

“SPRC-คาลเท็กซ์” รับปีมังกร

และคู่ล่าสุดที่เพิ่งปิดดีลสำเร็จรับศักราชปีมังกรคือ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ซึ่ง นายโรเบิร์ต โดบริค กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPRC เพิ่งประกาศเสร็จสิ้นการทำธุรกรรมกับ Chevron Asia Pacific Holdings Limited (CAPHL) ในการเข้าซื้อธุรกิจการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” มูลค่า 5,500 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างเสริมห่วงโซ่คุณค่าให้กับ SPRC ในฐานะโรงกลั่นและทำตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยอย่างครบวงจร

สำหรับ SPRC ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตด้านอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่สำคัญในประเทศไทย เป็นหนึ่งในผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมคุณภาพสูง และประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมันชั้นนำในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

โดยโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทเป็นแบบที่มีหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน และมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบสูงถึง 175,000 บาร์เรลต่อวัน ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ได้แก่ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วเกรดพิเศษและธรรมดา น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และน้ำมันเตา

ส่วนบริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (Star Fuels Marketing Limited หรือ SFL) เป็นบริษัทในเครือบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) และเป็นผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง

ภายใต้ชื่อคาลเท็กซ์ในประเทศไทย SFL เดิมเป็นส่วนหนึ่งของเชฟรอน และได้ซื้อธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงจากบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2491

หลังจากปิดดีล SPRC ไม่เพียงจะบริหารโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบสูงถึง 175,000 บาร์เรลต่อวัน แต่ยังจะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ คาลเท็กซ์ เทครอน ยังคงจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพภายใต้แบรนด์ คาลเท็กซ์ และเทครอน

ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจและอยู่เคียงคู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 75 ปี ผ่านสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ประมาณ 450 แห่งทั่วประเทศ และยังได้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ค้าส่งมากกว่า 200 ราย

ในภาคส่วนธุรกิจการพาณิชย์ อุตสาหกรรม ยานยนต์ และพาณิชย์นาวี บริษัทจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหลากหลายชนิด อาทิ น้ำมันดีเซลเกรดธรรมดาและเกรดพรีเมี่ยม น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม และน้ำมันอากาศยาน

และการเข้าซื้อธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้ ยังรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อันได้แก่ สัดส่วนการถือครองหุ้น 9.91% ในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด สัดส่วนการถือหุ้น 2.51% ในบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) การลงทุนในบริษัทเอกชนที่ถือครองที่ดินแปลงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และคลังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลาและสุราษฎร์ธานี

สำหรับประเทศไทย การควบรวมกิจการของทั้ง 3 คู่ครั้งนี้เป็นการ “ลดจำนวนผู้เล่น” ในตลาด จากเดิมมี 7-8 ราย เหลือ 5-6 ราย เกิดภาพการเปลี่ยนมือผู้ถือครองส่วนแบ่งตลาดน้ำมันบ้านเรา แม้ว่าภาพอันดับจะไม่เปลี่ยน เบอร์ 1 ยังเป็น ปตท. แต่เบอร์รองลงมาจะไล่ตามติดชนิดหายใจรดต้นคอ ทั้งบางจากบวกเอสโซ่ พีทีจี เชลล์ คาลเท็กซ์ และน้องเล็กอย่าง ไซโนเปค ซัสโก้ ซึ่งท้ายสุดต้องมาดูว่าหลังจากการลดจำนวนผู้เล่นในตลาดแล้วจะมีผลต่อการแข่งขันในตลาดน้ำมันและผู้ใช้บริการมากน้อยเพียงใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตาตลาดน้ำมันปีมังกร ปีแห่งการ “ควบรวม 3 คู่พลังงาน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...