โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก ‘พิทยา วรปัญญาสกุล’ ว่าที่ CEO คนใหม่ หญิงแกร่งแห่ง KTC

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ต.ค. 2566 เวลา 15.21 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2566 เวลา 00.44 น. • The Bangkok Insight

ทำความรู้จัก "พิทยา วรปัญญาสกุล" ว่าที่ CEO คนใหม่ หญิงแกร่งแห่ง KTC กับความภูมิใจครั้งสำคัญของชีวิต และ "ระเฑียร ศรีมงคล" ไอดอลที่ปลูกฝังการทำงาน

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2566 บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติแต่งตั้ง นางพิทยา วรปัญญาสกุล ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) แทนนายระเฑียร ศรีมงคล ที่จะครบกำหนดการขยายเวลาเกษียณอายุในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

พิทยา วรปัญญาสกุล

ชื่อของ "พิทยา วรปัญญาสกุล" ถูกกล่าวขานอย่างมากในช่วงผ่านมา หลังบอร์ด KTC มีมติแต่งตั้งดังกล่าว ชื่อนี้ไม่ใช่ความฟลุ๊ค หรือพลิกโผใด ๆ แต่ชื่อ "พิทยา วรปัญญาสกุล" ได้รับการการันตีอย่างหนักแน่นจาก "คุณระเฑียร" ว่ามีคุณสมบัติเต็มเปี่ยมในการนั่งเก้าอี้ CEO คนใหม่

วันนี้ The Bangkok Insight ได้มีโอกาสทำความรู้จัก "พิทยา วรปัญญาสกุล" ว่าที่ CEO คนใหม่ของ KTC ในดินแดน 2 ทวีปแห่งอารยธรรมอย่าง "ตุรกี" บรรยากาศสบาย ๆ ตลอดเวลาที่ได้นั่งคุยกัน ทำให้เราไม่แปลกใจว่าทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จเช่นในทุกวันนี้

"พิทยา วรปัญญาสกุล" ถือเป็นลูกหม้อคนสำคัญของ KTC ที่ทำงานมายาวนานถึง 26 ปี และมีบทบาทสำคัญในการร่วมผลักดันให้ KTC เติบโตอย่างยั่งยืนเช่นในปัจุบัน

พิทยา วรปัญญาสกุล

"พิทยา" เล่าว่า หลังจากเรียนจบบริหารธุรกิจการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัยแห่งฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เริ่มเข้าทำงานในสายธุรกิจโรงแรม เมื่อทำไประยะหนึ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่ จึงผันตัวไปทำงานที่ "อเมริกัน เอ็กซ์เพรส" ซึ่งเป็นธุรกิจบัตรเครดิต เมื่อได้ทําแล้วก็ประทับใจและมุ่งมั่นทำงานในสายนี้มาตลอด จนประมาณปี 2540 ก็ได้เข้ามาทำงานที่ KTC ในตำแหน่งเป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงาน Credit Card ก่อนมารับผิดชอบในสายงาน ธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค จนเป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส กลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กรในปัจจุบัน

"สไตล์การทำงานของพี่ พี่จะเป็นคนไม่ดุ แต่เป็นคนที่ชอบสอนงานให้คนได้เรียนรู้ พี่เป็นคนเชื่อเรื่องของการเรียนรู้ พี่ว่าเวลาคนเราทําอะไรใหม่ ๆ มันดูเหมือนจะยาก แต่ว่าการที่เราเจอเรื่องใหม่ เราได้เรียนรู้ สิ่งที่ยากมันก็ง่ายขึ้น พี่เป็นคนที่ไม่ได้เก่งเรื่องตัวเลข แต่พอเราคิดว่ามันเป็นเรื่องท้าทาย เราต้องเรียนรู้ เราต้องหาความรู้ จะนั่งเฉย ๆ แล้วหวังว่าจะให้รู้มันไม่ได้ ฟังอย่างเดียวก็ไม่ได้ มันก็ต้องอ่าน แล้วมันก็ต้องได้ลองทํา แล้วก็ได้ลองคิด" พิทยา วรปัญญาสกุล กล่าว

ดังนั้น แม้ว่าจะไม่ได้จบการตลาดโดยตรง เพราะเราจบด้านบริหารมา ทุกอย่างจนถึงวันนี้มันก็มาจากประสบการณ์ ตําราก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่วิธีการทํางาน วิธีที่เราเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว ก็เป็นเรื่องสําคัญ

พิทยา วรปัญญาสกุล

วันที่บอร์ดเลือกให้เป็น CEO

จริง ๆ เฉย ๆ เลย ไม่ได้ดีใจ แต่เป็นความภูมิใจมากกว่า ไม่ได้ดีใจเพราะไม่เคยคิดว่าจะเป็น CEO แต่ภูมิใจว่า ที่เราทํางานมาบอร์ดเขาเห็น เขาเห็นคุณค่าในตัวเรา เขาไว้วางใจเรา อันนั้นเป็นความภูมิใจ พี่คิดว่าสิ่งที่ "คุณระเฑียร" ย้ำเสมอว่า KTC เป็นองค์กรที่แข็งแรง ด้วยความที่เราเป็น Learning Organization มา เราให้น้อง ๆ ได้มีโอกาสแสดงฝีมือกันมาตลอดอยู่แล้ว เราพัฒนาความรู้ เราพยายามจะพัฒนาเรื่องทักษะในการทํางาน

"เมื่อ "คุณระเฑียร" วางรากฐานไว้แข็งแรงมาก ดังนั้นคนที่จะมาเป็น CEO ต่อต้องเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร และสามารถที่ทํางานร่วมกันกับทุกคนอย่างสอดคล้อง พี่คิดว่าพี่อาจจะเหมาะที่จะเป็น CEO ของ KTC แต่พี่คงอาจจะไม่เหมาะที่เป็น CEO ขององค์กรอื่น พี่คิดว่าที่บอร์ด และคุณระเฑียร ได้มอบหมายให้พี่ดูแลต่อ เขาก็คงเห็นจุดแข็งของเรา ในการที่เราจะสามารถนําพา KTC ให้โตต่อไปได้ด้วยการให้ทุกคนทํางานอย่างสอดคล้องกัน ให้เราสืบสานต่อเรื่องราวดี ๆ อย่างเรื่องของการเป็น Learning Organization อย่างเรื่องความกล้าที่จะทําในสิ่งที่ถูกต้อง ทําในสิ่งที่เราคิดว่ามันดี ไม่ใช่ดีกับตัวเรา ไม่ได้ดีกับองค์กร แต่ต้องดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ทั้งผู้ถือหุ้น สังคม พันธมิตรของเราทุกคน นั่นคือวิธีที่เราถูกสอนมา" พิทยา กล่าว

พิทยา วรปัญญาสกุล

IDOL คนสำคัญในการทำงาน

จากที่ได้ทำงานมา "คุณระเฑียร" เป็น CEO ที่เป็นเหมือนอาจารย์สอน เป็นทั้งอาจารย์ และเป็นเจ้านายที่ประทับใจมาก เป็นไอดอลคนหนึ่ง เป็นไอดอลตัวจริงที่ไม่ใช่เป็นดารา เป็นเซเลป หรือเป็นนักการเมือง แต่เป็นคนตัวเป็น ๆ ที่เราเห็นได้ สัมผัสได้ "คุณระเฑียร" พยายามที่จะฝึกฝนเรา ให้เราเรียนรู้ตลอดเวลา "คุณระเฑียร" บอกว่า คนเราเนี่ยอาจจะมีข้อเสียอย่างหนึ่ง พอเรียนจบแล้วก็จะหยุด จะบอกว่าไม่ต้องเรียนอะไรเพิ่มเติมแล้วแต่ไม่ใช่!!

"คุณระเฑียร" จะบอกว่า เราหยุดที่จะเรียนรู้เมื่อเราจบจากโรงเรียนไป เราอ่านหนังสือ เราก็อ่านไปเล่นไป แต่เมื่ออยู่ในองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และไม่ใช่เรียนรู้อย่างเดียว คือเรียนรู้แล้วต้องแบ่งปัน ดังนั้น การที่เราจะอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเนี่ย เราต้องคิดว่าเราได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนั้นยังไงบ้าง แล้วเราก็จะเอาความรู้เหล่านั้นมาใช้กับงานของเรายังไง นอกจากนั้นเราต้องแบ่งปันความรู้นั้นให้กับเพื่อนของเรา ให้กับลูกน้องของเรา มันก็เลยเป็นสิ่งที่ทําให้ยิ่งซึมซับเข้าไปอีก

แต่นั่นไม่ใช่แปลว่า ต่อจากนี้เราจะไม่มีความสําราญให้ตัวเราเอง เรายังอ่านหนังสืออย่างอื่นได้ พี่คิดว่า ตราบใดที่เรายังเป็นคนทํางานอยู่ เราต้องบาลานซ์ชีวิตให้มันมีทั้งความสนุก และความจริงจัง

พิทยา วรปัญญาสกุล

1 มกราคม 2567 อยากบอกอะไรกับคนชื่อ "พิทยา วรปัญญาสกุล"

ณ วันที่ได้เป็น CEO วันแรก คงต้องบอกตัวเองว่าเราได้รับความรับผิดชอบอันใหม่นี้ แล้วก็เป็นภาระความรับผิดชอบที่มาจากความไว้วางใจ คงต้องทําให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาทุกวันที่ทำงานใน KTC ไม่มีวันไหนที่ไม่ทําดีที่สุด คิดว่าทุก ๆ คนเนี่ย ไม่ว่าจะอยู่ในตําแหน่งไหนก็ตาม ต้องทําดีอยู่เสมอ ดังนั้น ภาระหน้าที่วันนี้มันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่เคยทํามา ก็จะพยายามที่จะไม่ทําให้ทุกคนผิดหวังในสิ่งที่คาดหวังจากตัวเรา จะนําพาให้ KTC โตต่อไปได้นะคะ และก็จะไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าวันนั้นจะเป็น CEO แล้วก็ตาม ก็ยังไม่หยุดที่จะเรียนรู้

พิทยา วรปัญญาสกุล

KTC ในวันที่ 1 มกราคม 2568 จะเป็นอย่างไร

อีกปีหนึ่งถัดจากนั้น ก็หวังว่า KTC จะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงแข็งแรงกว่าวันนี้ จริง ๆ ต้องเอ่ยถึง "คุณระเฑียร" เสมอเพราะว่าเรื่องดี ๆ ที่ "คุณระเฑียร" ปลูกฝังเรามันเหมือนเรื่องที่ให้เราคอยเตือนตัวเองเสมอ สอนให้เรานึกถึงเรื่องในแต่ละวัน จริง ๆ ทุกวันเนี่ย เรากลับไป เราก็ต้องคิดว่าวันนี้เราทําอะไรมา มีอะไรที่เราทําได้ดี มีอะไรที่เราทําผิดพลาด มีอะไรที่เราจะแก้ไขตัวเอง ยิ่งเราอยู่ในตําแหน่งที่สูงขึ้น เรื่องแบบนี้ยิ่งเป็นเรื่องที่จําเป็น เราต้องทบทวนสิ่งที่เราทํา แล้วก็คิดถึงสิ่งที่เราจะแก้ไข แล้วถ้าเราทําแบบนี้ทุกวัน ชีวิตของเราก็จะดีขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...