ใครจะคิดนี่คือชีวิตคนมีเงินเก็บกว่า 100 ล้าน !!!
ใครจะคิดนี่คือชีวิตคนมีเงินเก็บกว่า 100 ล้าน !!!
อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปกฉันใด ก็อย่าตัดสินใคร จากสิ่งที่เห็นภายนอกฉันนั้น เรื่องราวชีวิตของ เจฟฟรีย์ โฮลต์ ชายชราวัย 82 ปีในเมืองฮินส์เดล รัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐอเมริกา ช่วยยืนยันข้อคิดนี้ได้อย่างดี เพราะหากดูจากการใช้ชีวิตของโฮลต์ตามสายตาของผู้พบเห็นแล้ว คงไม่มีใครคิดว่า ชายชราที่พักอยู่ในบ้านชั้นเดียวแบบเคลื่อนย้ายได้ ภายในบ้านแทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ไม่มีทีวี เตียงนอนที่ตั้งอยู่ ขาเตียงก็ทรุดจะมีเงินเก็บถึง 3.8 ล้านดอลลาร์ หรือราว 133 ล้านบาท
เอพี รายงานเรื่องราวของ เจฟฟรีย์ โฮลต์ หลังจากชายชราที่ชาวบ้านคุ้นตา กับภาพที่โฮลต์ชอบขับรถตัดหญ้าไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ หรือไม่ก็จอดรถตัดหญ้านั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนรถตามริมถนน หรือไม่ก็นั่งดูรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 พร้อมพินัยกรรมยกเงินเก็บทั้งหมดกว่า 133 ล้านให้แก่เมืองฮินส์เดล เมืองเล็กๆที่มีประชากรราว 4,200 คน ที่โฮลต์ใช้ชีวิตอยู่มานานหลายสิบปี แทบไม่เคยออกจากเมืองไปไหน นำไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา สาธารณสุข สันทนาการ และวัฒนธรรม
“ผมไม่คิดว่าจะมีใครคิดว่าเขาจะประสบความสำเร็จถึงขนาดนั้น ผมรู้ว่าเขามีญาติไม่มาก แต่ถึงกระนั้นการยกเงินทั้งหมดให้แก่เมืองที่เขาอาศัยอยู่ มันคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ “ สตีฟ ดิโอริโอ ประธานคณะกรรมการเมืองฮินส์เดล ซึ่งเคยโบกมือทักทายโฮลต์เวลาขับรถผ่านบางครั้ง บอกความรู้สึก
ขณะที่ เอ็ดวิน สมิธ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติของรัฐนิวแฮมป์เชียร์ เพื่อนสนิทและผู้ดำเนินการเรื่องมรดกของโฮลต์ บอกกับเอพีว่า“ดูเหมือนเขาจะมีสิ่งที่เขาต้องการ แต่เขาไม่ต้องการอะไรมาก “
สมิธเล่าว่า เขาเพิ่งรู้ว่าเพื่อนรักมีเงินเก็บเข้าขั้นเศรษฐีเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา หลังจากโฮลต์ ซึ่งระยะหลังมีปัญหาสุขภาพ เคลื่อนไหวร่างกายลำบาก หลังจากล้มป่วยเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดทางสมองเล่าว่าเงินที่เขานำไปลงทุนต่อยอด ให้ผลตอบแทนดีกว่าที่คิด และเขาไม่แน่ใจว่าจะจัดการอย่างไรกับเงินเหล่านั้นดี สมิธจึงแนะนำไปว่า ให้นึกถึงเมืองฮินส์เดลที่ใช้ชีวิตอยู่ ” แต่ผมก็ช็อก เมื่อรู้ว่าเงินทั้งหมดถูกยกให้เมืองฮินส์เดล “
สมิธเล่าว่า เขารู้ว่าเพื่อนรักมีความสนใจหลายอย่าง อย่างเช่นชอบสะสมโมเดลรถ และชุดรถไฟที่มีอยู่หลายร้อยคัน ชอบสะสมหนังสือประวัติศาสตร์ และสนใจศึกษาหาความรู้เรื่องการลงทุน ซึ่งโฮลต์เคยมาเล่าให้ฟังว่า เงินที่นำไปลงทุนให้ผลตอบแทนดีเกินคาด
อลิสัน โฮลต์ น้องสาววัย 81 ของโฮลต์เล่าว่า เธอรู้ว่าพี่ชายนำเงินไปลงทุนให้งอกเงย และจะไม่ยอมลงทุนที่เสี่ยงต่อการขาดทุนเด็ดขาด เพราะการลงทุนมีความหมาย ความสำคัญต่อพ่อของพวกเขามาก
“เจฟฟรีย์มีความบกพร่องเรื่องการเรียนรู้ เขาเป็นโรคดิสเล็กเซีย (Dyslexia ภาวะผิดปกติทางด้านการอ่าน และการเรียนรู้ภาษา ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีความยากลำบากในการแยกแยะเสียงที่ได้ยิน ) แต่เขาจะเก่งมากเมื่อเป็นการเขียน หรือการสะกดคำ เขารู้สึกล้มเหลว พ่อของเราเป็นศาตราจารย์ ฉันจึงคิดว่าเจฟฟรีย์อาจรู้สึกว่าทำให้พ่อผิดหวัง แต่การเก็บเงินอาจเป็นวิธีทำให้เขารู้สึกประสบความสำเร็จ”