โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เป็นพ่อก็อยู่บ้าน-เลี้ยงลูกได้” เมื่อเทรนด์การเป็นคุณพ่อยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็น “ช้างเท้าหน้า” เสมอไป

Mission To The Moon

เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2566 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

หมดยุคของคุณพ่อช้างเท้าหน้า ทำงานหาเงินเป็นเสาหลักของบ้านแล้ว
เพราะมีผลสำรวจออกมาว่าคุณพ่อสมัยนี้จำนวนไม่น้อย ก็หันมาอยู่บ้านเพื่อเลี้ยงลูกมากขึ้น!
.
เมื่อถึงยุคที่ผู้หญิงมีโอกาสในการทำงานนอกบ้านมากขึ้นและมีเงินเดือนที่สูงขึ้น แนวโน้มของคุณพ่อที่ตัดสินใจลดเวลาทำงานและกลับมาอยู่บ้านเพื่อดูแลลูกก็มีมากขึ้น โดยผลสำรวจล่าสุดจาก Pew Research Center ที่พบว่า คุณพ่อจำนวนมากหันมาอยู่บ้านเพื่อดูแลลูกๆ โดยมีคุณพ่อที่อยู่บ้านเพิ่มขึ้นจาก 4% ในปี 1989 เป็น 7% ในปี 2016 ส่งผลให้เมื่อคิดจากสัดส่วนผู้ปกครองที่อยู่บ้านแล้ว ก็มีสัดส่วนของคุณพ่อถึง 17% ในปี 2016 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 10% ในปี 1989
.
นอกจากนี้ในกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียล (อายุ 20 ถึง 35 ปี) ก็พบว่ามีคุณพ่อถึง 6% ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอยู่บ้านกับลูกๆ เทียบกับกลุ่มคนรุ่น Gen X ที่อยู่บ้านกับลูกๆ เพียง 3% เท่านั้น และที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือ คุณพ่อในศตวรรษที่ 21 หันมาทำงานบ้านมากถึงสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง เทียบกับคุณพ่อในอดีตที่ทำงานบ้านเพียงสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง และมีโอกาสที่ชั่วโมงการทำงานบ้านจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน
.
อะไรคือสาเหตุของแนวโน้มคุณพ่อทำงานบ้านที่เพิ่มมากขึ้น และทำให้การเป็น “พ่อ” ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่การเป็น “เสาหลักของบ้าน” อีกต่อไป?
.
.
สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป บทบาทของ “คุณพ่อ” ก็เปลี่ยนแปลง
.
ถ้าลองย้อนเวลากลับไปในอดีตสักช่วงก่อนปี 2520 ที่ผ่านมา เราจะพบว่าคุณพ่อของเรามักจะทำหน้าที่เป็นผู้ที่หาเลี้ยงให้กับครอบครัว ส่วนคุณแม่ก็จะอยู่บ้านเลี้ยงลูก หรืออาจจะมีบางบ้านที่คุณแม่ทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่การทำงานบ้านในสายตาของคนไทยก็ยังเป็นหน้าที่หลักของผู้หญิงที่ต้องดูแลงานในบ้าน เหมือนกับสำนวนสุภาษิตที่แยกไว้อย่างชัดเจนว่า “ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง”
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเข้ามาของอุตสาหกรรมและการขยายตัวของเมืองไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ผู้หญิงได้รับการศึกษาและมีทางเลือกของอาชีพมากกว่าเมื่อก่อนส่งผลกระทบให้บทบาทของผู้หญิงในโลกเศรษฐกิจมีมากขึ้น เมื่อผู้หญิงมีอำนาจทางการเงินที่เพิ่มขึ้นทำให้บทบาทของผู้ชายที่ต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวเป็นสิ่งที่จำเป็นน้อยลงและคุณพ่อในปัจจุบันเริ่มมีบทบาทที่แตกต่างจากคุณพ่อในยุคก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด
.
.
ทัศนคติในการเลี้ยงดูเด็กเปลี่ยนไป พ่อมีแนวโน้มในการเลี้ยงดูลูกได้ดีเช่นเดียวกัน
.
ในอดีต เราจะพบเห็นประโยคที่กล่าวไว้ว่า “แม่ดูแลลูกได้ดีที่สุด” หรือ “แม่มีสายสัมพันธ์ที่ทำให้เข้าใจลูกได้ดีกว่าพ่อ” จึงทำให้บทบาทในการเลี้ยงดูลูกตกเป็นของคุณแม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
ตรงกันข้ามกับในยุคนี้ เมื่อสภาพเศรษฐกิจเข้ามาทำให้ผู้ชายเข้ามามีบทบาทในการเลี้ยงลูกมากขึ้น เราจึงเห็นการวิจัยมากมายที่ศึกษาถึงแนวโน้มการเลี้ยงดูลูกของคุณพ่อที่สามารถทำได้ดีไม่แพ้คุณแม่ เช่นการวิจัยจากมหาวิทยาลัยลีดส์ ที่เปิดเผยว่าเด็กๆ ที่คุณพ่อใช้เวลาในการอ่านหนังสือและเล่นกับพวกเขาจะมีความสำเร็จทางการศึกษาเพิ่มขึ้น "เล็กน้อยแต่มีนัยยะสำคัญ"
.
นอกจากนี้ก็ยังมีการศึกษาที่จัดทำโดยสถาบันสุขภาพเด็กและการพัฒนามนุษย์แห่งชาติ (NICHD) ที่พบว่ามีสาเหตุทางทัศนคติอีกหลายอย่างที่ทำให้คุณพ่อมีแนวโน้มที่จะกลับมาอยู่บ้านเลี้ยงลูกมากขึ้น เช่น
.
[ ] คุณพ่อในยุคนี้เลือกที่จะโหมงานน้อยลง ต้องการ Work-Family Balance มากขึ้น
[ ] มีการปรับตัวทางจิตวิทยาในทางบวกกว่าเมื่อก่อน เช่น มีความนับถือตนเองในฐานะพ่อมากขึ้น มีความมั่นใจในศักยภาพของตัวเองในการเลี้ยงดูลูกมากขึ้น สามารถรับมือกับภาวะของการเป็นผู้ใหญ่ได้ดี
[ ] คุณแม่มีหน้าที่การงานที่ดีและไม่ต้องการลาออกเพื่อมาดูแลลูก
[ ] คุณแม่มีรายได้ที่เยอะและสามารถดูแลทั้งครอบครัวได้ ก็จะมีการตกลงกันเพื่อให้คุณพ่อทำหน้าที่ภายในบ้านแทน
[ ] นอกจากนี้ การที่ลูกเป็นเด็กผู้ชายก็มีผลให้คุณพ่อกลับมาอยู่บ้านเพื่อดูแลลูกมากขึ้นด้วย
.
เมื่อสภาพเศรษฐกิจและทัศนคติของยุคสมัยนี้เปลี่ยนไป ผู้หญิงสามารถทำงานนอกบ้านได้ดีและผู้ชายก็สามารถทำงานบ้านได้ไม่แพ้ผู้หญิง การที่ผู้ชายกลับมาอยู่บ้านเลี้ยงลูกก็เป็นอีกบทบาทที่หลายครอบครัวเลือก เพื่อไม่เพียงแต่ช่วยกันแบ่งเบาภาระกันและกัน แต่ยังเป็นวิธีที่ทำให้ครอบครัวสามารถมีรายได้ที่ดีโดยที่ลูกยังคงใกล้ชิดกับผู้ปกครองโดยที่ไม่ต้องหาบุคคลที่สามที่จะช่วยมาดูแลแทน
.
อย่างไรก็ตาม บทความนี้คงไม่สามารถบอกได้ว่าการเป็นคุณพ่อที่ดีหรือถูกต้องที่สุดนั้นเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่อยากฝากก็คือบทบาทหน้าที่ในครอบครัวนั้นไม่มีถูกหรือผิด ตราบใดที่คุณพ่อและคุณแม่มีการพูดคุยตกลงกัน รวมถึงสามารถทำหน้าร่วมกันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ เข้ามาบ้างแต่ก็มั่นใจได้ว่าเราจะสามารถเป็นครอบครัวที่มีความสุขได้อย่างแน่นอน
.
และเราขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อและคุณแม่ทุกคนนะ
.
.
อ้างอิง
- The Changing Role of the Modern Day Father : American Psychological Association - https://bit.ly/47XUp3y
- 8 facts about American dads : GRETCHEN LIVINGSTON AND KIM PARKER, Pew Research Center - https://pewrsr.ch/47Cc2X5
- Fathers have ‘unique effect’ on children’s educational outcomes, study finds : Sally Weale Education correspondent, The Guardian - https://bit.ly/47NAFQo
.
#trend
#ModernDad
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...