โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห้ามเด็ดขาด! ทำความรู้จัก ‘Blackout Challenge’ ไวรัล TikTok ที่ทำคนตายแล้ว

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ส.ค. 2565 เวลา 23.46 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2565 เวลา 23.46 น. • The Bangkok Insight

ทำความรู้จัก "Blackout Challenge" ไวรัลดัง บน Tiktok ที่อันตรายอย่างมาก ทำคนเสียชีวิตมาแล้วกว่า 80 ราย รวมถึงเด็กชายชาวอังกฤษ วัย 12 ปี ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังอยู่ในอาการโคม่ามาร่วม 4 เดือน

ชาเลนจ์นี้ กำลังเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงTiktok ที่แม้ว่าจะมีรายงานผู้เสียชีวิตจากชาเลนจ์นี้ไปแล้วกว่า 80 ราย แต่ก็ยังมีเด็ก ๆ หลายคน ที่ยังอยากท้าทายกับเรื่องนี้อยู่

Blackout Challenge

Blackout Challenge คืออะไร

ชาเลนจ์ที่กำลังโด่งดังในโซเชียลหลาย ๆ แพลตฟอร์ม โดยเฉพาะ TikTok กับการให้ผู้ทำชาเลนจ์นั้น รัดคอตัวเองจนสำลัก และหมดสติลงในที่สุด มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "choking challenge"

วิธีการของชาเลนจ์นี้อาจจะใช้เข็มขัด เชือก หรือใช้แขนของผู้อื่นรัดคอ เพื่อกันไม่ให้ผู้เล่นได้รับอากาศ ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมอง เป็นผลทำให้หมดสติลง ซึ่งชาเลนจ์ดังกล่าวถูกศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ออกคำเตือนมาแล้วในปี 2561 แต่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งบน TikTok

ข้อมูลในปี 2561 พบเด็กกว่า 82 คนในสหรัฐ เสียชีวิตจากการทำคอนเทนต์นี้ โดยส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 3-13 ปี จนทำให้หน่วยงนที่เกี่ยวข้องต้องให้ผู้ปกครอง ได้ออกรายการผลข้างเคียงและอาการที่ต้องระวังได้แก่

  • ดวงตาแดงก่ำ
  • รอยคอ
  • ปวดหัว
  • ทำตัวสับสนหลังจากอยู่คนเดียว

Blackout Challenge

เปิดสาเหตุชาเลนจ์อันตายถึงตาย

ดร.นิค ฟลินน์ ผู้ปฏิบัติงานทั่วไปในเมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์ อธิบายถึงอันตรายในการทำชาเลนจ์มรณะนี้ นั่นก็คือ การขาดออกซิเจนเหมือนกับเวลาที่มีคนจมน้ำ สำลัก หรือหัวใจหยุดเต้น

"ถ้าคุณมีออกซิเจนในสมองต่ำเกิน 3 นาที คุณอาจได้รับความเสียหายจากสมอง และถ้าคุณมีออกซิเจนในสมองต่ำเป็นเวลามากกว่า 5 นาที อาจทำให้เสียชีวิตได้"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...