คอนโดไทยเจอพิษซีโร่โควิด 'จีน' บอกเลิกสัญญา 'ต่างชาติ' ไล่ช้อปโรงแรมราคาถูก
คอนโดไทยเจอพิษซีโร่โควิด ‘จีน’ บอกเลิกสัญญา ‘ต่างชาติ’ ไล่ช้อปโรงแรมราคาถูก
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีประเทศจีนเริ่มมีปัญหาตลาดอสังหาริมทรัพย์และมีการปฏิเสธจะจ่ายค่าผ่อนบ้าน ว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย ทำให้มีแรงจูงใจมาซื้อน้อยลง เมื่อเทียบกับช่วง 3-4 ปี เป็นยุคทองคอนโดมิเนียมคนจีนมาซื้อเป็นจำนวนมาก
เพราะราคาอสังหาฯที่จีนแพงกว่าไทยมาก และช่วงเกิดโควิด-19 และมีการล็อกดาวน์ประเทศมานาน ทำให้รายได้ของคนลดลง โดยในส่วนของเพอร์เฟคตั้งแต่ปลายปี 2564 มีคนจีนที่ซื้อคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ระดับราคา 3-4 ล้านบาท หยุดผ่อนและยกเลิกสัญญาแล้ว 1-2%
“ผลจากเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องมีต่างชาติมาซื้อคอนโดเราที่หัวหินมากขึ้น หลังโควิดทำให้เงียบไป 2 ปี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มยุโรปทั้งตะวันตกและสแกนดิเนียเวีย ส่วนคนจีนน้อยลงเพราะยังปิดประเทศ” นายวงศกรณ์กล่าว
นายวงศกรณ์กล่าวว่า สำหรับในครึ่งปีหลังคาดว่ากำลังซื้อตลาดอสังหาฯจะชะลอตัวลงเนื่องจากยังมีปัจจัยที่ยังเป็นข้อกังวลต่อผู้ซื้อ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งหากดอกเบี้ยปรับขึ้นจะกระทบทั้งผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่ทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการสูงขึ้น จะต้องบริหารสต๊อกให้ดี โฟกัสแบบบ้านที่ขายดีเพื่อลดต้นทุน รวมถึงกระทบต้นทุนการเงินจากการออกหุ้นกู้ ซึ่งในเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ บริษัทจะออกหุ้นกู้ 1,000 ล้านบาท หนีไม่พ้นจะได้รับผลกระทบ ส่วนผลกระทบต่อลูกค้าหากเป็นลูกค้าเก่าจะกระทบต่อค่าผ่อนบ้านเพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกค้าใหม่จะชะลอการตัดสินใจซื้อ
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า กรณีที่ประเทศจีนเริ่มเห็นการหยุดผ่อนบ้านแล้วนั้น เข้าใจว่าเกิดจากโควิด ปิดประเทศ ทำให้เกิดภาวะหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกันทุกประเทศรวมถึงไทยด้วย อย่างไรก็ตาม อาจจะส่งผลต่อตลาดอสังหาฯของไทยในแง่ของการชะลอโอน โดยในส่วนของออริจิ้นมีคนจีนยกเลิกการซื้อขายแล้วประมาณ 15% นับจากเกิดโควิด แต่ไม่ค่อยน่าห่วง เพราะลูกค้าจีนจะวางเงินดาวน์สูง 25% แม้จะยกเลิกยังมีกำไร
นายพีระพงศ์กล่าวว่า ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มขาขึ้นมีผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯบ้างแต่ไม่น่ากังวลมากในส่วนของผู้ประกอบการ เพราะโครงการเมื่อสร้างเสร็จจะมีดอกเบี้ยไม่เกิน 2% เช่น คอนโด ราคา 1 ล้านบาท ต้นทุนเพิ่มไม่เกิน 20,000 บาท แต่จะส่งผลกระทบต่อคนผ่อนบ้านอยู่แล้ว สำหรับเงินบาทที่อ่อนค่า ทำให้ต่างชาติมาซื้ออสังหาฯในไทยมากขึ้น เช่น กลุ่มยุโรป กลุ่มตะวันออกกลาง แต่ยังไม่มาก เพราะลูกค้าหลักของไทยยังเป็นคนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มีทั้งซื้ออยู่อาศัยและปล่อยเช่า
“ขณะเดียวกัน เห็นต่างชาติเป็นกลุ่มทุนรายกลางและรายใหญ่ เช่น กลุ่มสิงคโปร์มาซื้อโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กของไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยง เช่น ภูเก็ต พัทยา หลังธุรกิจโรงแรมเริ่มฟื้นจากโควิด ซื้อช่วงนี้จะได้ราคาถูก รอซื้อปีหน้าราคาจะสูงขึ้น ซึ่งออริจิ้นในปีนี้จะเร่งปิดดีลซื้อโรงแรมอีก 2-3 แห่งที่พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ มูลค่าประมาณ 1,000-3,000 ล้านบาท มาเพิ่มในพอร์ต รองรับการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว” นายพีระพงศ์กล่าว
นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวว่า ปีนี้ตลาดโรงแรมเริ่มดีขึ้น แต่ไม่ดีทุกระดับราคา ส่วนใหญ่เป็นโรงแรม 4-5 ดาว จะเรียกลูกค้าได้มากกว่า เพราะค่าห้องพักยังถูก แต่โรงแรมในเมืองท่องเที่ยวยังต้องพึ่งพาต่างชาติ เช่น ลูกค้าจีนที่ยังปิดประเทศและในช่วงโควิดมีโรงแรมปิดการบริการไป มีกลุ่มทุนไทยและต่างชาติมาซื้อโรงแรมกันจำนวนมาก เช่น พัทยา ภูเก็ต และกดราคาซื้อลง 50% ทำให้โรงแรมขนาดใหญ่ยังไม่ยอมขายเพราะได้ราคาที่ไม่ดี มีเฉพาะรายเล็กที่ยอมขาย
“กำลังซื้อต่างชาติต่ออสังหาฯไทย ต้องคนจีนกลับมา คาดว่าใช้เวลา 1-2 ปี เพราะต้องรอให้เขาเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ และตอนนี้ประเทศจีนเองจากมาตรการซีโร่โควิดทำให้เศรษฐชะลอตัว ตลาดอสังหาฯเริ่มมีปัญหา ผู้ประกอบการหยุดสร้าง คนซื้อไม่จ่ายค่างวด ส่วนใหญ่ที่ซื้อและโอนกรรมสิทธิ์คอนโดจะเป็นคนที่อยู่ในไทยอยู่แล้ว จึงอยากให้ดีเวลลอปเปอร์อสังหาฯมองกำลังซื้อคนไทยเป็นหลักจนกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ” นายสุรเชษฐกล่าว