โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปีใหม่ 2568 คนไทยใช้จ่ายเพื่อตัวเองมากสุดในรอบ 10 ปี

Reporter Journey

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 16.18 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • Reporter Journey

SUMMARY : ปีใหม่ 2568 คนไทยมีพฤติกรรมใช้จ่ายเพื่อตัวเองมากสุดในรอบ 10 ปี เกือบครึ่งซื้อของฟุ่มเฟือยเป็นรางวัลให้ตัวเองเฉลี่ย 15,863 บาท ซื้อของแพงขึ้น เยอะชิ้นขึ้น สะท้อนปีที่ผ่านมาคนไทยเครียด ขอให้รางวัลตัวเองก่อน ดันมูลค่าใช้จ่ายช่วงปีใหม่สูงขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้แตะ 109,313 ล้านบาท

บรรยากาศวันขึ้นปีใหม่ที่พึ่งผ่านพ้นไปยังคงคุกกรุ่นในประเทศไทย แม้กำลังจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของปี 2568 แล้วก็ตาม เชื่อว่าหลายคนจับจ่ายใช้เงินไปกับการซื้อของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองอย่างเต็มที่ แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ใช้เงินเยอะ แต่จากข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าคุณไม่ต้องรู้สึกผิดใด ๆ เพราะในเทศกาลปีใหม่นี้คนไทยกว่า 63% หันมาใช้จ่ายเพื่อตัวเองมากขึ้น ให้รางวัลตัวเองมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเกือบครึ่ง (47.82%) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อตัวเองเฉลี่ยถึง 15,863 บาท!

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ทำการสำรวจในหัวข้อ ‘พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่’ กับกลุ่มตัวอย่างชาวไทยทุก Generation ทุกจังหวัด รวมแล้ว 1,300 คน

ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าเมื่อย้อนดูสถิติตั้งแต่ปี 2563 (ย้อนหลัง 5 ปี) จะพบว่าคนไทยรักตัวเองมากขึ้น หันมาซื้อของขวัญและจับจ่ายสำหรับตนเองมากขึ้น

-ปี 2566 คนไทยใช้จ่ายสำหรับตัวเอง 29.6%
-ปี 2566 คนไทยใช้จ่ายสำหรับตัวเอง 29.6%
-ปี 2567 คนไทยใช้จ่ายสำหรับตัวเอง 41.0%
-ช่วงเข้าปี 2568 คนไทยใช้จ่ายสำหรับตัวเอง 63.3%

ซึ่งสัดส่วนคนไทยที่ให้รางวัลตัวเองนี้นับเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี เรื่องนี้คิดได้หลายมุม มุมหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่าปีที่ผ่านมาคงเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับคนไทยจริง ๆ พอเข้าสู่ช่วงปีใหม่คนไทยจึงหันมาให้รางวัลตัวเองกันอย่างเต็มที่ โดยช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา คนไทยใช้จ่ายสำหรับเสื้อผ้า,รองเท้า งานสังสรรค์ มากขึ้น แต่ที่มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ #คนไทยใช้เงินไปกับการทำบุญทางศาสนา มากขึ้นเกือบ 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

เมื่อซื้อของขวัญให้ตัวเองแล้ว คนไทยก็ไม่ลืมที่จะพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกัน เช่นนั้นแล้ว คนไทยซื้อของเป็นรางวัลให้ตัวเองเฉลี่ยกี่บาท ? ผู้ตอบแบบสอบถามไม่ว่าจะคนรุ่นไหน อยู่จังหวัดอะไร กว่า 47.82% ซื้อ #สินค้าฟุ่มเฟือย ให้ตัวเองเฉลี่ย 15,863 บาท และ 15.35% ซื้อสินค้าประเภทสินค้าคงทน 5,092 บาท และอีกราว ๆ 11.6% ใช้เงินไปกับการสังสรรค์ 3,866 บาท

โดยรายการอื่น ๆ ที่คนไทยใช้เงินสำหรับตวเองเป็นดังนี้

-ถ้าท่องเที่ยว จะมีการใช้เงินเฉลี่ย 11,031 บาท (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว)
-ถ้าซื้อเสื้อผ้ารองเท้า จะมีการใช้เงินเฉลี่ย 1,345 บาท (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว)
-ถ้าทำบุญ จะมีการใช้เงินเฉลี่ย 1,093 บาท (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว)
-ถ้าซื้อสุรา/ไวน์ จะมีการใช้เงินเฉลี่ย 1,718 บาท (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว)

(ไม่ว้าจะใช้เงินไปกับอะไรล้วนเป็นยอดที่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว)

นั่นแปลว่าถ้าคุณผู้อ่านคือหนึ่งในคนที่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา #นำเงินออม มาใช้กับการให้รางวัลตัวเองซื้อของที่อยากได้ไปเป็นหมื่น สังสรรค์ไปอีกหลายพัน และอาจจะเริ่มรู้สึกผิด และเริ่มกังวลที่เดือนมกราคมจะยาวนานถึง 5 สัปดาห์กว่าเงินเดือนจะออก ก็สบายใจได้ เพราะมีคนไทยเกือบครึ่งประเทศเผชิญสถานการณ์นี้ไปพร้อม ๆ กับคุณ และคนไทยกว่า 45% ก็นำเงินออมมาใช้กับการนี้โดยเฉพาะ

เงินออมที่หมดไปกับช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยเต็มใจที่จะให้รางวัลตัวเองมากขึ้นจริง ๆ โดย 91.8% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าตนมีมูลค่าการมูลค่าการใช้จ่ายเพื่อสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่มีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น แต่ #จำนวนชิ้น ของสินค้าที่ซื้อช่วงปีใหม่ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

กล่าวได้ว่า ในปีนี้ “ทั้งในแง่ของมูลค่าและจำนวนชิ้นที่ซื้อ” ต่างเพิ่มขึ้น คนไทยให้ของขวัญตัวเองแพงขึ้น เยอะชิ้นขึ้น ซึ่งพฤติกรรมนี้เองก็สะท้อนผ่านมูลค่าใช้จ่ายของคนไทยในช่วงปีใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกปี

-ปีใหม่ 2565 คนไทยมีการใช้จ่าย 85,796 ล้านบาท
-ปีใหม่ 2566 คนไทยมีการใช้จ่าย 103,039 ล้านบาท
-ปีใหม่ 2567 คนไทยมีการใช้จ่าย 105,924 ล้านบาท
-และในปีใหม่นี้ คาดการณ์มูลค่าใช้จ่ายราว ๆ 109,313 ล้านบาท

ถึงแม้เศรษฐกิจไทยจะยังไม่ฟื้นตัวดีมากนัก หนี้ครัวเรือนไทยยังไม่มีท่าทีว่าจะบรรเทา แต่พอเข้าช่วงปีใหม่คนไทยก็พร้อมให้รางวัลตัวเองและครอบครัวเสมอ ทว่าก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ในปี 2567 ที่พึ่งผ่านพ้นมาเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ทำให้คนไทยเครียด กังวล ตกอยู่บนความไม่แน่นอน มีข่าวร้ายให้พบเห็นบ่อยครั้งมากกว่าข่าวดี เรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นคือเราผ่านพ้นปีเก่ามาแล้ว วันหยุดยาวที่ผ่านพ้นมาช่วยเติมพลังกายพลังใจให้คนไทยไม่มากก็น้อย ปีนี้อาจจะมีความยากลำบากเกิดขึ้นอีกกับเศรษฐกิจไทย เช่นนั้นจะมีช่วงเวลาไหนดีที่สุดในการตั้งหลัก วางแผนสำหรับวันข้างหน้า เท่ากับช่วงเวลานี้

และอย่าลืมเดือน ‘มกราาาาาคม’ มี 5 สัปดาห์รออยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...