โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แม่ค้าตลาดน้ำเปิดใจทั้งน้ำตา เผยเครียดทำประเทศเสียชื่อเสียง ยืนยันไม่ได้โกง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 09.32 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(23 ม.ค.68) จากกรณีคลิปไวรัลวิจารณ์สนั่นไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อนักท่องเที่ยวชาวบรูไน ออกมาทำคลิปเตือนภัย แชร์ประสบการณ์มาเที่ยวไทย แต่เจอแม่ค้าโกงเงิน รูดบัตรเดบิตไปกว่า 80,000 บาท แนะนำข้อสังเกต และสิ่งที่ควรเตรียมตัว เมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ

นักท่องเที่ยวชาวบรูไน รายนี้ได้โพสต์คลิปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งวันเกิดเหตุคือวันที่ 2 มกราคม 2568 เขาได้ตัดสินใจไปตลาดน้ำแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งมีค่าบริการ 160 ดอลลาร์บรูไน (แปลงเป็นเงินไทยราว 4,000 บาท) ต่อคน สำหรับแพ็คเกจที่รวมการนั่งเรือส่วนตัว , ขี่ช้าง และถ่ายรูปกับเสือ นักท่องเที่ยวยอมรับว่าเป็นความผิดของตนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดในแพลตฟอร์มอื่น ๆ ล่วงหน้าเหมือนที่ทำตามปกติ

เมื่อถึงเวลาชำระเงิน เขาก็ใช้บัตรเดบิตจ่าย ซึ่งปกติก็ใช้บัตรนี้ในการใช้จ่ายที่ประเทศไทยอยู่แล้วหลังจากยื่นบัตรให้แม่ค้ารูด เพื่อชำระเงินแล้วเขาสังเกตจำนวนเงินว่า มีเลข 0 เพิ่มมาอีก 1 ตัว คือนักท่องเที่ยวรายนี้ ถูกเรียกเก็บเงินไป 83,460.00 บาท จากเดิมที่ควรจะเป็น คือ 8,346.00 บาท ซึ่งในตอนแรก แม่ค้ารายนี้ดูไม่ยอมรับว่าจำนวนเงินมีข้อผิดพลาด จนกระทั่งนักท่องเที่ยวพยายามโต้เถียง พร้อมยื่นใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน แจ้งว่าจำนวนเงินนั้นมีข้อผิดพลาดจริง ๆ สุดท้ายทางแม่ค้ายอมรับและแจ้งว่าจะคืนเงินให้นักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน ทางนักท่องเที่ยวก็โทรหาธนาคารในบรูไนเพื่อชี้แจงธุรกรรมดังกล่าว

ในตอนแรก แต่แม่ค้ารายนี้ดูไม่ยอมรับว่าจำนวนเงินมีข้อผิดพลาด จนกระทั่งนักท่องเที่ยวพยายามโต้เถียง พร้อมยื่นใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน แจ้งว่าจำนวนเงินนั้นมีข้อผิดพลาดจริงสุดท้ายทางแม่ค้ายอมรับและแจ้งว่าจะคืนเงินให้นักท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากติดต่อธนาคารทั้งในฝั่งประเทศบรูไนและในประเทศไทย ทราบว่าต้องใช้เวลาประมาณ 14 วันในการคืนเงิน

ล่าสุด คุณเบนซ์ พรชัย ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ เดินทางลงพื้นที่ไปยัง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี บริเวณคลองที่ 30 ได้พบกับ นางวรรณา อายุ 54 ปี แม่ค้าที่กดเงินผิด เปิดใจพร้อมน้ำตากับทีมข่าวเวิร์คพอยท์บอกว่า ตนรู้สึกเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ตนเองไม่ได้โกงลูกค้อย่างที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ตนกดเลขศูนย์เกินไปหนึ่งตัวจริงๆ ส่วนประเด็นที่ข่าวออกไปบอกว่าร้านขายแพ็คเกจเที่ยวด้วย ส่วนนี้ไม่เป็นความจริง ร้านตนเป็นร้านขายของฝากที่รับเซอร์วิสรูดเกินสดให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

โดยจำนวนเงินที่นักท่องเที่ยวชาวบูรไนมารูดในวันเกิดเหตุคือยอด 7,800 บาท สำหรับลูกค้า 2 คน แบ่งเป็นค่าเรือ 4 ชั่วโมง ชั่วโมงแรก 2,000 บาท ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 1,000 บาท ถ่ายรูปคู่กับเสือ 1,200 บาท ขี่ช้าง 700 บาท รวมเป็น 7,800 บาท โดยที่ร้านจะมีบวกเพิ่มค่าเซอร์วิสอีก 7% สรุปยอดรวมทั้งหมด 8,346 บาท เมื่อกดศูนย์เกินไป 1 ตัว จะเท่ากับ 83,460 บาท

ซึ่งหลังจากที่ตนเองกดยอดผิดแล้ว ตนเองก็รู้สึกตกใจและได้รีบเรียกให้ร้านค้าที่อยู่ข้างๆ มาช่วย และก็ได้โทรศัพท์หาลูกสาวเพื่อถามถึงวิธีแก้ไข จากนั้นพ่อค้าร้านข้างๆก็กดยกเลิกให้ โดยใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ธนาคารก็ยกเลิกให้ เมื่อยกเลิกเสร็จลูกค้าก็ขอโทรหาธนาคารเพื่อความแน่ใจ ว่าได้ยกเลิกแล้ว แม่ตนได้แต่พูดขอโทษลูกค้า 10-20 ครั้ง

สุดท้ายอยากขอโทษนักท่องเที่ยวชางบรูไนสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอโทษที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยรวมถึงตลาดดูไม่ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นางวรรณาได้ สาธิตขั้นตอนการกดยอดเงินกับเครื่องรูดบัตรให้ดู พร้อมอธิบายว่าวันนั้นตนกดผิดยังไง อีกทั้งยังโชว์สลิปหลักฐานที่มีการยกเลิก พร้อมคลิปเสียงที่คุยกับธนาคารให้นักข่าวดูอีกด้วย

ต่อมาทีมข่าวได้คุยกับ น.ส.วาสนา อายุ 36 ปี เจ้าของร้าน ได้ออกมาพูดในส่วนที่ร้านตนเองมีเอกสารใบขออนุญาติประกอบการให้บริการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ ถูกต้องตามกฏหมาย และพร้อมยืนยันว่าแม่ไม่ได้มีเจตนาจะโกงแต่อย่างใด

จากนั้นทีมข่าวได้ไปคุยกับ นายนุกูล อายุ 46 ปี พ่อค้าที่เข้ามาช่วย นางวรรณากดยอกเลิกเครื่องรูดบัตร โดย นายนุกูล ยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุ นางวรรณาไม่มีเจตนาจะโกงนักท่องเที่ยวจริงๆ พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุให้กับนักข่าวฟัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...