โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดวิวัฒนาการ หนุ่ม 18 เคี้ยวหมากฝรั่งตลอด 8 ปี จากใบหน้าไข่ อึ้งเป็นหน้าเหลี่ยม

Khaosod

อัพเดต 25 ธ.ค. 2567 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2567 เวลา 11.43 น.

เปิดวิวัฒนาการหนุ่ม 18 เคี้ยวหมากฝรั่งตลอด 8 ปี จากใบหน้าไข่ กลายเป็นคนหน้าเหลี่ยม เผยหมดเงินซื้อไปเกือบ 2 ล้าน

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ชายวัย 18 ปีชื่อ แซ่จาง จากมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน อัดคลิปวิวัฒนาการความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าจากใบหน้ารูปไข่ กลายเป็นใบหน้าเหลี่ยม หลังกินหมากฝรั่งมาตลอด 8 ปี เผยหมดเงินไปมากกว่า 1.9 ล้านบาท

ภาพประกอบ

มีวิดีโอเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตในจีน เผยเรื่องราวของชายแซ่จาง วัย 18 ปีที่รู้สึกเสียใจกับตนเอง หลังเขาชอบเคี้ยวหมากฝรั่งทุกวันตลอด 8 ปี เสียเงินไปมากกว่า 400,000 หยวนหรือราว 1.9 ล้านบาท นอกจากหมดเงินไปมากแล้ว นายจางพบว่าใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นใบหน้าสี่เหลี่ยมอีก

นายจางเผยว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งนานเกินไป ส่งผลต่อชีวิตของเขา เขาจึงตัดสินใจเลิกใช้ประสบการณ์และมโนธรรมของตัวเองให้คำแนะนำว่า "คนชอบกินก็ควรกินน้อยลง และคนที่กินน้อยก็ไม่ควรพยายามที่จะกิน"

ภาพประกอบ

ภายหลังวิดีโอของจางถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตหลายคนอุทานว่า "ฉันคิดว่ามันเป็นเอฟเฟกต์พิเศษ แต่พระเจ้า มันเป็นเรื่องจริง" "แค่กินหมากก็ราคา 400,000 ฉันรวยมาก" และ "คุณจะเลิกไหม ดูสิ" เขายังคงเคี้ยววิดีโออยู่" "เขาเป็นคนตรงไปตรงมาจริงๆ"

ภาพประกอบ

ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายห้ามการบริโภคหมากฝรั่งในประเทศ แต่หมากฝรั่งบางยี่ห้อมีส่วนผสมของอะรีโคลีน อะรีโคลีน และสารก่อมะเร็งอื่นๆ ซึ่งอาจสามารถส่งผลทำลายเยื่อบุในช่องปาก โดยอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและอาจก่อให้เกิดมะเร็งในช่องปากได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดวิวัฒนาการ หนุ่ม 18 เคี้ยวหมากฝรั่งตลอด 8 ปี จากใบหน้าไข่ อึ้งเป็นหน้าเหลี่ยม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...