"วิโรจน์" เชื่อ คนสมัครใจเกณฑ์ทหารน้อย เหตุ ไม่ลงโทษจริงจังนายทหารทำร้ายกาย-ใจ
"วิโรจน์" เชื่อ คนสมัครใจเกณฑ์ทหารน้อย เหตุ ไม่ลงโทษจริงจังนายทหารทำร้ายกาย-ใจ ลั่น การทุจริตทำให้ถูกกฎหมายไม่ได้ หลัง ผบ.นรด. ผุดไอเดีย 'ไม่อยากเกณฑ์ทหารก็จ่ายเงิน'
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) ผุดไอเดียจ่ายเงินเข้ากองทุน แลกเกณฑ์ทหาร เพื่อนำเงินไปเพิ่มค่าตอบแทนให้คนสมัครใจ ว่า กรณีดังกล่าวนี้เป็นการเอาเงินจากคนที่ไม่อยากเกณฑ์ทหารไปเข้ากองทุน แล้วเอาเงินจากกองทุนดังกล่าวมาเพิ่มรายได้หรือเพิ่มเงินเดือนให้กับคนที่สมัครใจมาเป็นทหาร ตนมองว่า พล.ท.ทวีพูล พยายามที่จะสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหาและเพิ่มอัตราการสมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการ แต่ยังคิดในกรอบว่ากำลังพลต้องเท่าเดิม แต่สิ่งหนึ่งตนคิดว่าบันไดขั้นแรกที่เราต้องทำ คือ ทหารกองประจำการในแต่ละปีควรมีเท่าไหร่ ที่สอดรับกับบริบทของความมั่นคงของโลกยุคใหม่ สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของภัยความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป และอาจจะต้องคิดถึงการผสมผสานการใช้เทคโนโลยีป้องกันประเทศด้วย ว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ ตนเข้าใจว่าเคยมีการเสนอว่าน่าจะลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 50,000 คน แล้วผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีป้องกันประเทศที่ทันสมัยเข้ามาร่วมปฏิบัติการ เพื่อทำให้กำลังพลของเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และบรรลุภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ทุกวันนี้คนรวยที่ไม่อยากเกณฑ์ทหารยอมจ่ายเงิน แต่จะจ่ายใน 2 ขั้นตอนและเป็นการจ่ายแบบผิดกฎหมาย เป็นการคอรัปชั่น ซึ่งเป็นการจ่ายเงินให้กับสัสดีบางคน เพื่อแลกกับการไม่ต้องเกณฑ์ทหาร ซึ่งเคยมีการประเมินเอาไว้ว่าหากการจ่ายในแต่ละครั้งจะต้องใช้เงิน 50,000 บาท ในแต่ละปีจะมีคนที่ต้องจ่ายแบบนี้ประมาณ 2 พันล้านบาท และยังมีคนที่ลังเลไม่ยอมจ่ายในด่านแรกได้ใบแดงเข้ากรมแล้ว แต่อยากออกมาอยู่บ้านจึงต้องยกเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ให้ผู้ยังคับบัญชา ซึ่งมีการประเมินว่าในแต่ละปีมีการยกเงินต่างๆ เหล่านี้ให้นายประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่งรวม 2 ก้อนนี้ก็ประมาณ 4,000 ล้านบาท พล.ท.ทวีพูล จึงคิดว่าเอาเรื่องที่อยู่ใต้ดินที่ใครๆ ก็รู้ให้มาอยู่บนดิน ซึ่งตนมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิด เพราะการที่อยู่ใต้ดินนั้นไม่ใช่อบายมุข ไม่สามารถที่จะทำให้การโกงกิน การทุจริตคอรัปชั่น การรับสินบนเหล่านี้มาทำให้ถูกกฎหมายได้ ตนยืนยันว่าการทุจริตคอรัปชั่นจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้
ส่วนจะเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยหรือไม่นั้น นายวิโรจน์ เผยว่า ทุกวันนี้ความเหลื่อมล้ำ การทุจริตคอรัปชั่น เป็นเรื่องที่ลึกลับ ดำมืด ต้องแอบทำ แต่หากทำตามที่ พล.ท.ทวีพูล บอกนั้นก็จะเห็นชัด จากเดิมที่เคยพูดกันว่าคุกมีไว้ขังคนจน คราวนี้ในค่ายทหารก็มีเอาไว้สำหรับคนจนเหมือนกัน ซึ่งตนคิดว่าหน้าที่ในการป้องกันประเทศไม่ใช่หน้าที่ของคนจนหรือคนรวย แต่จริงๆ แล้วต้องคิดว่ามีความจำเป็นต้องใช้พลทหารเหล่านี้กี่นาย โดยตอนนี้ทหารเกณฑ์มีรายได้รวมกันเมื่อหักรายจ่ายต่างๆ แล้ว จะเหลือ 6,000-7,000 บาท ซึ่งรายได้ไม่แตกต่างกันมากนักกับบางอาชีพ แต่ทำไมถึงมีคนไม่อยากเป็นทหาร หรือไม่สามารถดึงดูดให้คนเพิ่มขึ้นจาก 30,000 เป็น 40,000-50,000 คนได้ เป็นเพราะเราสามารถคุ้มครองหรือให้หลักประกันในเรื่องของสวัสดิภาพของคนที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลทหาร เราไม่ได้จริงจังในการคุ้มครองชีวิตเขา เราไม่ได้การันตีว่าหากเขาถูกกระทำการอันใดหรือถูกวางอำนาจบาตรใหญ่จากผู้บังคับบัญชา ทำร้ายร่างกายหรือทารุณกรรมทางจิตใจแล้วจะมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.อุ้มหาย และดำเนินคดีกับผู้บังคับบัญชาอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยมีนายทหารระดับสูง หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ออกมาย้ำเรื่องนี้
เมื่อถามว่ารัฐบาลควรแก้ปัญหาคนไม่อยากเป็นทหารเกณฑ์อย่างไร นายวิโรจน์ ระบุว่า ตนคิดว่าเบื้องต้นคงต้องให้หลักประกันกัยพลทหารที่มาทำหน้าที่ทหารจริงๆ แต่ทุกวันนี้ยังเห็นการทำทารุณกรรมอยู่บ้าง แม้หลายคนบอกว่าส่วนน้อย การตายในค่ายทหารที่ปฏิบัติภารกิจปกป้องประเทศแล้วถูกอาวุธจากฝั่งตรงข้าม เราคงเสียใจแต่ก็เข้าใจได้ แต่กรณีที่ถูกทรมานทั้งกายและใจ ถูกกระทืบจากทหารที่ยศสูงกว่า ตนมองว่าแม้แต่รายเดียวก็ไม่ควรให้เกิดขึ้น ซ้ำร้ายเมื่อเกิดเหตุดังกล่าวกลับไม่เคยเห็นการลงโทษหรือดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำและผู้บังคับบัญชาของผู้กระทำอย่างจริงจัง ทั้งที่กฎหมายมีมาตราหนึ่งให้เอาผิดกับตัวผู้บังคับบัญชาได้ หากปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างสมควร แต่ก็ไม่เคยเห็นกระทรวงกลาโหมบังคับใช้บทบัญญัติอย่างจริงจัง จึงทำให้คนไม่อยากสมัครใจเป็นพลทหาร ตนเชื่อว่าเรื่องรายได้ก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นประการแรก