โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ยึดอำนาจ แย่งพื้นที่" ฉากแรกของสงครามโลกครั้งใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว

The Better

อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 00.03 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2567 เวลา 10.01 น. • THE BETTER

สัปดาห์นี้มีเรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ที่เกาหลีใต้ ตามมาด้วยโรมาเนีย และจบลงแบบดุๆ ที่ซีเรีย

ที่เกาหลีใต้เกิดการ "ยึดอำนาจ" ด้วยการใช้กฎอัยการศึกโดยประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล ซึ่งจบลงในเวลาอันสั้นเพียง 3 ชั่วโมง นอกจากงานจะไม่ลุล่วงแล้ว เขายังถูกรัฐสภาดำพเนินการถดถอนจากตำแหน่ง

แต่แล้ว พรรค PPP ของเขาก็ช่วยเอาไว้ด้วย ด้วยการถอนตัวจากการประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ 200 เสียง และทำให้กระบวนการโหวตถอดถอนต้องล้มไปด้วย

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ "พวกเดียวกันคุ้มหัว" เท่านั้น ยังอาจมีมหาอำนาจภายนอกสั่งการมาให้คอยคุ้มครอง "ปฏิบัติการชิงพื้นที่" ในเกาหลีใต้อีกด้วย

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เบื้องลึกจริงๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้คือการแย่งชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออก

ก่อนหน้านี้ ผมตั้งข้อสังเกตว่าการประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล อาจได้รับแรงกดดันจากมหาอำนาจภายนอก แม้ว่ามันจะล้มเหลวก็ตาม แต่มันสะท้อนถึงความเร่งรีบในการยึดหัวหาดทางการเมืองระหว่างประเทศของฝ่ายตะวันตก เพื่อที่จะควบคุมสถานการณ์การเมืองในเกาหลีใต้เอาไว้

พรรคฝ่ายค้านก็เคยเผยว่า ยุน ซอก-ยอลต้องการจะยึดอำนาจเพื่อรับมือกับการที่เกาหลีเหนือส่งทหารไปช่วยยูเครน ซึ่งผมมองว่าเป็นส่วนต่อขยายของสงครามเกาหลี (ที่ยังไม่สิ้นสุดลง) ดังนั้น รัฐบาลเกาหลีใต้จะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อลงไปสู่สมรภูมิด้วย ถ้าไม่ส่งทหารไป ก็ต้อง Militarized ประเทศให้แกร่งขึ้น

ประเด็นนี้มีน้ำหนักมากขึ้น ถ้ามองไปที่ผู้นำฝ่ายค้านที่เป็นเสียงข้างมากในสภา คือ อี แจ-มยอง (Lee Jae-myung / 이재명) จากพรรคประชาธิปไตย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่าย "โปรจีน" และต่อต้านการเกี่ยวข้องกับยูเครน

อี แจ-มยอง คนนี้แหละที่จะอาจจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป หากรัฐสภาถอดถอน ยุน ซอก-ยอลจากตำแหน่ง (และประเคนข้อหาล้มล้างการปกครองให้ ซึ่งจะทำให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเสื่อมลงในทันที)

อี แจ-มยอง ถูกกล่าวหาว่า "โปรจีน" เพราะเคยกล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างแผ่นดินใหญ่กับไต้หวัน “เกี่ยวอะไรกับเรา?” และว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่องแคบไต้หวัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจีนและปัญหาภายในประเทศของไต้หวัน เรื่องนี้สำคัญกับเราอย่างไร”

และเขายังบอกว่า "ทำไมต้องคอยรังควานจีนอยู่เรื่อย” และเสนอว่าเกาหลีใต้ควรแค่ทำ “เซี่ยเซี่ย” (ขอบคุณ) ต่อจีนและแสดงความขอบคุณไต้หวันก็เพียงพอแล้ว “ทำไมต้องยุ่งวุ่นวายไปทุกหนทุกแห่ง”

โปรดทราบว่าเขาแสดงท่าทีโปรจีนตั้งแต่หาเสียงเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ และพรรคของเขาก็ได้เสียงข้างมากในสภาฯ

นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม "พลังงานภายนอก" จึงกังวลกับ อี แจ-มยอง เพราะนอกจจะสนับสนุนนโยบายรวมเกาหลีทั้งสองแบบสันติแล้ว (ส่วนยุน ซอก-ยอล ต่อต้านเกาหลีเหนือสุดลิ่มทิ่มประตู) เขายังญาติดีกับจีน ไม่ช่วยไต้หวัน และฝ่ายตรงข้ามยังโจมตีเขาว่า "ระบบเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปไตย คือระบบเศรษฐกิจแบบจีน"

ในกรณีของยูเครน อี แจ-มอยง ยังบอกว่า “เมื่อใดก็ตามที่เราเอนเอียงไปทางยูเครนและหันหลังให้กับรัสเซีย ความมั่นคงของคาบสมุทรเกาหลีจะแย่ลงมาก”

พูดสั้นๆ คือ ว่าที่ผู้นำใหม่ของเกาหลีใต้เอียงไปทางจีน ทำท่าจะช่วยรัสเซียทางอ้อม และไม่เอา "สงครามโลกครั้งที่ 3" ที่มีแนวโน้มจะทำให้คาบสมุทรเกาหลีเป็นสมรภูมิแนวหน้า
ดังนั้น ยุน ซอก-ยอล จึงต้องรีบทำการรวบอำนาจด้วยการประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งเปิดช่องให้ปิดปากและกำจัดฝ่ายค้าน โดยอ้างว่า "เพื่อกำจัดฝ่ายสนับสนุนเกาหลีเหนือ" แต่ที่จริงคือการกวาดล้างพวก "โปรจีน" ต่างหาก

แต่ ยุน ซอก-ยอล ไม่มีเสียงข้างมากในสภา ทั้งยังมีความนิยมที่ตกต่ำ สั้นๆ คือไม่มีแรงหนุนอะไรเลย "กลุ่มชุงอัม" หรือฝ่ายความมั่นคงที่เป็นเส้นสายของเขาที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการนี้ ก็มีคนไม่กี่คน

หลักการง่ายๆ ของการยึดอำนาจก็คือ ถ้าประชาชนไม่หนุนก็อย่าทำ หรือถ้าไม่มีกองทัพช่วยหนุนก็อย่าทำเช่นกัน

การยึดอำนาจในเกาหลีใต้สมัยก่อนต้องใช้ผู้บัญชาการทหารเก๋าๆ ทั้งนั้น แต่ยุน ซอก-ยอล เป็นแค่อัยการเก่า ส่วนความศรัทธาของประชาชนต่อเขานั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ในเมื่อ ยุน ซอก-ยอล ตัวเปล่าๆ ขนาดนี้แล้วเขาจะลงมือทำไปไมทำไม ถ้าไม่มีแรงกดกดันจากภายนอกให้ "กวาดล้างฝ่ายซ้าย ทำลายพวกโปรจีน" เพื่อควบคุมสถานการณ์ในเกาหลีใต้เอาไว้ ในช่วงที่ฝ่ายจีน-รัสเซียแกร่งมากขึ้นในการระดมพันธมิตร (โปรดดูความเคลื่อนไหวของ BRICS)

ที่น่าสนใจก็คือ ในวันที่เกิดความพยายามยึดอำนาจนั้น นักการเมืองกลุ่มต่อต้านจีน เช่น Luke de Pulford ซึ่งเป็นผู้อำนวยการบริหารพันธมิตรรัฐสภาเพื่อจีน อันเป็นพันธมิตรที่รวบรวม ส.ส. ในรัฐสภาทั่วโลกเพื่อต่อต้านจีนและหนุนไต้หวัน ได้ทวีตใน X ว่า

"สถานการณ์ในเกาหลีใต้นั้นอันตรายอย่างยิ่ง ประธานาธิบดีคนต่อไปที่มีแนวโน้มจะเป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจีนอย่างสุดโต่ง ผมเคยพบกับสมาชิกพรรคที่บอกว่า "พรรคประชาธิปไตยยอมรับหลักการจีนเดียวตามที่จีนประกาศ"

ต่อมาเขาชี้แจงว่า ที่ทวีตแบบนั้น ไม่ได้หมายความสนับสนุนการประกาศกฎอัยการศึก แต่ "ทวีตนี้ไม่ได้เป็นการรับรองกฎอัยการศึกที่บังคับใช้อยู่ แต่เป็นการแสดงความกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป"

อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าเขาแก้ตัวให้พ้นจากความยอกย้อนในฐานะที่เขาเป็นผู้นำ "นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย" แต่กลับดูเหมือนจะยอมให้ฝ่ายประชาธิปไตยยึดอำนาจ เพื่อวางแนวร่วมต้านจีนให้แกร่งขึ้น

โปรดอย่าลืมว่า "ฝ่ายโลกเสรี" คือสหรัฐฯ ปากก็บอกว่าสนับสนุนเสรีภาพ แต่ส่งเสริมการยึดอำนาจมาหลายครั้งในช่วงสงครามเย็น - และในช่วงสงครามเย็นใหม่และปฐมบทของสงครามโลกครั้งใหม่ สหรัฐฯ หวนกลับมาทำแบบนี้อีกครั้ง ในรูปแบบที่แนบเนียนขึ้น

ดังนั้น นี่คือเกมแห่งการชิงพื้นที่ของมหาอำนานแท้ๆ หากมองไม่พ้นการเมืองภายในก็จะวิเคราะห์สถานการณ์ไม่ได้

ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ยังเกิดขึ้นในฝั่งยุโรปด้วยในอีกไม่กี่วันต่อมา ยิ่งทำให้การตั้งข้อสังเกตเรื่องการชิงพื้นที่และการยึดอำนาจ มีน้ำหนักยิ่งขึ้น

หลังจาก "การยึดอำนาจ" ในเกาหลีใต้ ล่าสุด คือ "ทำรัฐประหารด้วยศาลรัฐธรรมนูญ" ในโรมามาเนีย ในระยะเวลาห่างกันไม่กี่วัน

ที่โรมาเนียมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ตั้งแต่โพลก่อนการเลือกตั้งและผลหลังหลังเลือกตั้ง ปรากฏว่า Călin Georgescu นักการเมือง "โนเนม" ฝ่ายขวามีคะแนนนำคู่แข่งคือ Elena Valerica Lasconi ในโพลและชนะในที่สุดในการเลือกตั้งรอบแรก ด้วยอัตราคะแนนนำประมาณ 30-40% ต่อ 50-60%

Lasconi เป็นพวกลิเบอรัล โปรอียู สนับสนุนนาโต

ส่วน Călin Georgescu มีแนวคิดต่อต้านสหภาพยุโรป โปรรัสเซีย เป็นฝ่ายชาตินิยม ต่อต้านการให้ความช่วยเหลือยูเครน และแน่นอนว่าต่อต้านนาโตด้วย

โปรดทราบว่า นาโตมีแผนการที่จะฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดในโรมาเนีย และจะแซงหน้าฐานทัพทหารสหรัฐฯ ในเมืองแรมสเตน ประเทศเยอรมนี ในด้านขนาด ฐานทัพนี้จะเสริมความแข็งแกร่งของนาโตในแถบทะเลดำ และแน่นอนว่ามีไว้เพื่อเผชิญกับรัสเซียโดยตรงในทะเลดำ
ดังนั้น ถ้า Georgescu ชนะ แผนสร้างฐานทัพจะล่ม ไม่เพียงเท่านั้นนาโตและสหภาพยุโรปจะเสียโรมาเนียอันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการต้านรัสเซียไป

หลังจากผลเลือกตังออกมาว่า Georgescu ชนะ ทำเนียบประธานาธิบดีโรมาเนีย (ซึ่งเป็นฝ่ายโปรอียู-นาโต) จึงเปิดเผยเอกสารลับที่ทำให้ไม่ลับในเวลาอันสั้นผิดปกติ ซึ่งระบุว่ามีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเกี่ยวกับการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียของ Georgescu
แม้จะไม่ระบุชัดแต่สื่อตะวันตกประสานเสียงพร้อมกันว่า "รัสเซียอยู่เบื้องหลังการปั่นคะแนนนิยมของ Georgescu"

ในเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญโรมาเนียก็ประกาศให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นโมฆะ (เอาไว้ก่อน)

ต่อจากนั้นจะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้า Georgescu โปรดจับตาดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะประกาศคว่ำอีกหรือไม่ หรือจะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าฝ่ายโปรตะวันตกจะชนะก็ไม่ทราบ?

ดังนั้น ในโซเชียลมีเดียจึงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการล้มผลเลือกตั้งครั้งนี้คือการ "ทำรัฐประหาร" หรือการยึดอำนาจด้วยฝ่ายตุลาการ ด้วยการสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร ซึ่งทั้งหมด "โปรตะวันตก ต่อต้านรัสเซีย"

การใช้ศาลรัฐธรรมนูญล้มการเลือกตั้ง หรือ "นิติสงคราม" ถ้าเกิดในประเทศกำลังพัฒนาก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เกิดขึ้นในบ้านของ "อู่อารยธรรมเสรีประชาธิปไตย" คือสหภาพยุโรป นั่นหมายความว่าอะไร?

หมายความว่า โลกของเราเข้าสู่ภาวะสงครามเย็นครั้งใหม่และปฐมบทของสงครามระดับโลก ในสภาพเช่นนี้อุดมการณ์ไม่มีความหมาย สิ่งสำคัญคือการยึดจุดยุทธศาสตร์เอาไว้ก่อน

แม้ว่าจะอ้างว่ามีการแทรกแซงสื่อโซเชียลฯ โดยฝ่ายปฏิปักษ์ แต่การทำงานโดยสื่อกระแสหลักของตะวันตกนั้นแทรกแซงความเห็นของสาธาณะพอๆ กัน

สิ่งที่เกิดขึ้นในโรมาเนียกับเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" ต้องหันมาใช้ลูกไม้แบบ "ฝ่ายอำนาจนิยม" นั่นคือการยึดอำนาจ แต่พวกเขาไม่ใช้อาวุธและทหาร แต่ใช้นิติสงครามแทน นั่นคือ อำนาจศาลและกฎกมาย

ในเกาหลีใต้จำเป็นต้องยึดอำนาจ เพราะฝ่ายต่อต้านสงครามยูเครน-เอียงซ้าย-ไม่เอาสหรัฐฯ ครองเสียงข้างมากและทำท่าจะล้มฝ่ายขวา ประธานาธิบดีฝ่ายขวาจึงประกาศกฎหมายอัยการศึกหมายจะยึดอำนาจด้วย "นิติสงคราม" คือการหาช่องใช้อำนาจของประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญ แต่แล้วก็พลาดท่าไป

ส่วนลูกไม้เดิมคือการทำ Color revolution คือการส่งเอเย่นต์ไปปลุกปั่นให้เกิดการต่อต้านรัฐบาลที่ไม่สมยอมพวกตน เรื่องนี้มีการเปิดเผยข้อมูลเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สหรัฐฯ ส่งเอเย่นต์เข้ามาดำเนินการในบางประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เบื้องต้นไม่สำเร็จสักงาน

แต่สหรัฐฯ ทำงานนี้สำเร็จได้ในบังคลาเทศ ซึ่งใช้โอกาสความไม่พอใจรัฐบาลโหนกระแสนี้แล้วทำ Color revolution โค่นรัฐบาลโปรจีนได้สำเร็จแล้วเอาคนของตัวเองไปคุมประเทศนั้น

ตอนนี้ Color revolution กำลังเกิดขึ้นในจอร์เจีย โดยฝ่ายโปรตะวันตกลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลไม่เอาตะวันตก (แม้ไม่ถึงกับโปรรัสเซียก็ตาม)

ในช่วงสงครามเย็น "ฝ่ายประชาธิปไตย" เช่นสหรัฐฯ และพวกเจ้าอาณานิคมเดิมในยุโรปรวมหัวสนับสนุนการทำรัฐประหารหลายครั้งทั่วโลก เพื่อคุ้มหัวรัฐบาลที่เอื้อประโยชน์ต่อตน แม้ว่ารัฐบาลนั้นจะเป็นเผด็จการ-อำนาจนิยมก็ตาม และแม้พวกสนับสนุนการยึดอำนาจนั้นว่าปากจะบอกว่าตัวเองเป็น "ฝ่ายโลกเสรี" ก็ตาม

ดูเหมือนว่าแนวโน้มนี้จะกลับมาใหม่ เพราะตะวันตกต้องสู้รบปรบมือกับจีนและรัสเซียอีกครั้งเหมือนสงครามเย็นครั้งแรก การเอาชนะทั้งสองนี้จะต้องใช้ทุกวิถีทาง การจะมัวมาโปรโมทค่านิยมเสรีประชาธิปไตยโดยไม่ลงมาทำสงคราม (ทั้งนิติสงคราม และการทำปฏิวัติสี และการยึดอำนาจโดยทหาร) ไม่ได้แล้ว

ต่อจากนี้ ผมคิดว่าเราควรมองการเมืองแบบ realist มากขึ้น คือ มองผลประโยชน์เป็นหลัก ส่วนอุดมการณ์นั้นดูเหมือนทุกฝ่ายจะโยนทิ้งไปหมดแล้ว

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - TOPSHOT - กองกำลังกบฏยิงขึ้นฟ้าขณะเฉลิมฉลองในเมืองโฮมส์ ทางตอนกลางของซีเรียเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม 2024 หลังจากที่พวกเขาเข้าสู่เมืองที่สามของซีเรียเมื่อคืนนี้ กลุ่มฮายัต ตาห์รีร์ อัลชาม (HTS) และกลุ่มพันธมิตรต่อต้านรัฐบาลได้รุกคืบอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน โดยยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจากการควบคุมของรัฐบาล รวมถึงเมืองใหญ่ๆ เช่น อเลปโป ฮามา โฮมส์ และกรุงดามัสกัส (ภาพโดย Aref TAMMAWI / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...