โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปี 2568 หยุดการเล่นละคร ยุติการต่อสู้ของระบวนการ BRN!

77kaoded

เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 07.53 น. • 77 ข่าวเด็ด

จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยอำลาปี 2567 ด้วยเหตุการณ์ความรุนแรง170 ครั้งตลอดปีนั้น ได้มีพลเรือนและเจ้าหน้าที่ของรัฐเสียชีวิตหรือบาดเจ็บหลายสิบคน

อ้างถึงรายงานของสื่อ ซึ่งได้รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากความรุนแรง ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชากรมุสลิมส่วนใหญ่

นั่นคือเหตุผลที่รุ่งอรุณของปีใหม่ 2568 เกือบหนึ่งสัปดาห์ จนถึงตอนนี้ยังไม่แสดงความหวังว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเวลา 21 ปีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยจะสิ้นสุดลง

ไม่ใช่เพราะประชากรมุสลิมไม่ต้องการอยู่อย่างสงบสุข ไม่ใช่เพราะประชากรมุสลิมเป็นศัตรูกับรัฐบาลไทย หรือแม้กระทั่งเพราะรัฐบาลไทยข่มเหงประชากรมุสลิม แต่เป็นเพราะการทรยศและความไม่ซื่อสัตย์ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ (BRN) ในกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่ดำเนินการมาตลอด 11 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งหมายความว่าตราบใดที่ BRN ยังคงมีชีวิตอยู่ ตราบใดที่ BRN ยังคงได้รับการดูแลเป็นพิเศษเพราะการแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนของประชากรมุสลิม พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยคงไม่ได้รับพรแห่งสันติภาพอีกจนกว่าโลกจะสิ้นสลาย

ดังนั้นปี 2568 จึงเป็นปีที่ไม่มีความจำเป็นอีกแล้วสำหรับที่จะตอบสนองความต้องการของ BRN เพราะพิสูจน์แล้วว่าพวกเขากําลังแสดงละคร และเพียงเป็นแค่การแอบอ้างเพื่อปกป้องประชากรมุสลิมเท่านั้น นับประสาอะไรกับการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดยะลา นราธิวาสปัตตานี และสงขลา

ใน ปี 2568 ควรใช้เป็นเวทีในการ “ยุติการต่อสู้” ของ BRN โดยการยุติความพยายามในการพูดคุยกับกลุ่มซึ่งถือได้ว่าเป็นสาเหตุที่แท้จริงของความรุนแรงที่ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ดังกล่าว

หาก BRN มีอิทธิพล แข็งแกร่ง และได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่จริง ๆ ก็แน่นอนว่าความขัดแย้งจะไม่เกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 21 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 หากพวกเขาซื่อสัตย์และจริงใจ เป็นไปไม่ได้ที่กระบวนการพูดคุยสันติภาพที่ได้ดำเนินกการเป็นเวลา 11 ปีโดยไม่มีผลลัพธ์ใด ๆ

รัฐบาลไทยคงไม่ต้องการที่จะปล่อยให้ปัญหานี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกต่อไปในปี2568 โดยการให้ความสำคัญต่อ BRN จนจำเป็นต้องใช้เวลาที่ยาวนาน ใช้กำลังพลมากมาย และต้องสิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาลกับกระบวนการที่เปล่ากระโยชน์นี้

เหตุใดจึงจำเป็นต้องปล่อยให้ BRN ยังคงทำให้ชีวิตของประชากรมุสลิมและสามจังหวัดชายแดนในภาคใต้ของประเทศไทยตกอยู่ในความเสี่ยง และอาจเป็นเสมือน“สิ่งของจำนำ” สำหรับผู้นําของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยใช้กระบวนการพูดคุยสันติภาพเป็นเครื่องมือ?

มีการประชุมหลายสิบครั้งระหว่าง BRN กับรัฐบาลไทย ซึ่งมีมาเลเซียเป็นผู้อํานวยความสะดวก แต่ผลลัพธ์เป็นอย่างไร? เหตุใดนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยนับตั้งแต่ปี 2547 ที่สื่อได้รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า7,000 คนและบาดเจ็บมากกว่า 13,600 คน

นี่ถือเป็นผลของการเจรจากับ BRN หรือไม่? สิ่งนี้สามารถตีความได้ว่าเป็นความคืบหน้าในเชิงบวกหรือแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ BRN ในการปรองดองหรือไม่? หากเป็นความจริงที่พวกเขามีความมุ่งมั่นดังกล่าวพื้นที่นี้ได้รับสันติภาพมานานแล้วและชาวมุสลิมจะไม่อยู่ด้วยความหวาดกลัวตลอดมา

แต่ถ้าดูรายงานของสื่อในประเทศที่ระบุว่า ในช่วงสามเดือนสุดท้ายของปี 2567 ตั้งแต่เดือนตุลาคม มีเหตุกราดยิง ระเบิด เผาทรัพย์สิน และการฆาตกรรมจำนวน 33 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 9 ราย

ที่สำคัญกว่านั้น เหยื่อหรือเป้าหมายที่โชคร้ายที่สุดคือพลเรือน โดยเฉพาะผู้ที่รับราชการกับรัฐบาลไทย ความรุนแรงทั้งหมดนี้เป็นการกระทำโดย BRN และเป็นที่แน่นอนที่สุดว่า การกระทำดังกล่าวไม่ได้รับการยินยอมจากประชากรมุสลิมที่ต้องการใช้ชีวิตอยู่อย่างสันติสุข

เพื่อบรรลุวาระส่วนตัวและความต้องการที่จะได้รับเงินทุนจากองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศเพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่หรูหรา ผู้นํา BRN ยอมที่จะโกหกและกล่าวหาว่าชาวมุสลิมถูกกดขี่ ไม่เพียงแต่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทั่วประเทศด้วย

ซึ่งในความจริงแล้ว ประชากรมุสลิมไม่ได้ถูกกดขี่ และพวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมเหมือนกับคนไทยคนอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น ที่รามคําแหงกรุงเทพมหานคร

ในพื้นที่ดังกล่าวประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมและมาจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย พวกเขาสามารถดำเนินการกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างอิสระโดยไม่มีอุปสรรคหรือข้อจํากัดใด ๆ จากเจ้าหน้าที่รัฐของไทย

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือมีโรงแรมหรู เช่น Almeroz Hotel ที่เมืองหลวงซึ่งโรงแรมดังกล่าวชาวมุสลิมเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ จากสถิติการท่องเที่ยวในปี 2565 ประเทศไทยมีมัสยิดในประเทศ จำนวน 3,464 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ มีมัสยิดถึง 170 แห่ง

ดังนั้น บนพื้นฐานอะไรที่ BRN ได้ใส่ร้ายว่าชาวมุสลิมในประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยว่าถูกกดขี่?

จากการพูดคุยกับคนหนุ่มสาวที่กําลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในกรุงเทพฯรวมถึงมหาวิทยาลัยรามคําแหง พวกเขารู้สึกเสียใจและผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งเป็นพื้นที่บ้านเกิดของพวกเขา

สิ่งที่พวกเขาต้องการคือ ให้พื้นที่ดังกล่าวปลอดภัย สงบสุข และเจริญรุ่งเรือง แทนที่จะถูกพันธนาการด้วยความรุนแรงและขัดแย้งกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน เช่น กลุ่ม BRN

พวกเขาเข้าใจในความพยายามอย่างเต็มที่ของรัฐบาลไทย เพื่อยุติความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย รวมถึงการพูดคุยกับ BRN แต่ทั้งหมดนี้ไม่ประสบความสำเร็จ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาเชื่อว่า ตราบใดที่ BRN ยังมีอยู่ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยจะไม่สงบสุขแน่นอน

พวกเขาเข้าใจว่ารัฐบาลไทยที่ได้มีพยายามอย่างเต็มที่ เป็นความจริงสิ่งที่พวกเขาได้พูดก็คือ BRN ไม่เพียงแต่ปล้นสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนถาคใต้ของไทย แต่ยัง“ทำลาย”เศรษฐกิจและสังคมรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ดังกล่าวด้วย แม้ว่ารัฐบาลไทยจะพยายามควบคุมสถานการณ์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรมุสลิมแต่ BRN ยังคงเป็น “สัตว์รังควาน” ที่ขัดขวางความพยายามทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้ เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเห็นว่า BRN สุดโต่ง เพราะไม่เพียงแต่ฆ่าชาวมุสลิม แต่ยังทำลายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เสาโทรคมนาคม และทำลายทรัพย์สินของรัฐบาล เช่น เสาไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน

การทำลายเสาโทรคมนาคมและเสาไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะมันส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรมุสลิม เนื่องจากการสื่อสารกับสมาชิกในครอบครัวได้รับผลกระทบและพ่อค้าจำนวนมากประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อไฟฟ้าถูกตัดขาด

ด้วยการก่อเหตุความรุนแรงทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นและการก่ออาชญากรรม ยังคู่ควรกับBRN อีกหรือที่จะได้รับเชิญให้นั่งโต๊ะพูดคุยหรือไม่? พวกเขายังคู่ควรกับการได้รับการพิจารณาว่าเป็นนักต่อสู้สำหรับประชากรมุสลิมหรือไม่?

อีกคําถามหนึ่งคือตัวแทน BRN ในกระบวนการพูดคุยสันติภาพนําเสียงของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนมาจริงหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้น เหตุใดความรุนแรงจึงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนี่อง? และเหตุใดจึงมีการโจมตีด้วยปืนและระเบิดทุกครั้งในระหว่างมีการพูดคุย?

ผู้เขียนถามคําถามนี้เพราะมีรายงานว่า ในกลุ่มของ BRN เองกําลังเกิดความขัดแย้งและถูกแบ่งออกเป็นหลายฝ่ายเนื่องจากการแย่งชิงเพื่อเป็นตัวแทนของโต๊ะพูดคุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีกการเมืองและปีกฝ่ายทหาร

ปัจจุบันว่ากันว่า ตัวแทนของ BRN เป็นตัวแทนของปีกการเมืองจากพื้นที่เดียวเท่านั้นโดยไม่มีตัวแทนจากปีกฝ่ายทหาร จึงเป็นสาเหตุของความล้มเหลวของกระบวนการพูดคุยสันติภาพ

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า BRN อ่อนแอเพียงใด และพิสูจน์ให้เห็นว่าความพยายามใด ๆ ที่จะพูดคุยกับพวกเขานั้นไร้ประโยชน์เพราะพวกเขาแตกแยกกันเอง

ดังนั้นปี 2568 จึงไม่ใช่ปีที่จะพูดคุยกับ BRN นับประสาอะไรกับการให้ความความสำคัญต่อความรู้สึกว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของผู้นํา BRN ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นตัวกำหนดอนาคตของสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย

ในทางกลับกัน เพื่ออนาคตของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะสวัสดิภาพของชาวมุสลิมในพื้นที่ดังกล่าว ต้องหยุดการแสดงละครและการโฆษณาชวนเชื่อของ BRN และต้องยุติบทบาทการต่อสู้ของ BRN

เพียงแค่ปิดประตูการพูดคุยกับฝ่ายดังกล่าว และในฐานะผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลไทยสามารถใช้บทบัญญัติทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญทั้งหมดเพื่อยุติความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมั่นใจอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยมาไม่ถึง 6 เดือน แต่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ย่อมมีกลยุทธ์ในการตอบสนองต่อพฤติกรรมของ BRNอย่างแน่นอน

สิ่งที่แน่นอน เพียงพอแล้ว เป็นเวลา 21 ปี ที่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวทุกข์ยากเพราะการกระทำของ BRN ปล่อยให้ในปี 2568 ให้ผู้นํา BRN รู้สึกทุกข์ยากเนื่องจากการกระทำของตนเองบ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...