นักท่องเที่ยวต่างชาติ เกือบครึ่งของปี 2024 เที่ยวไทยซ้ำเป็นครั้งที่ 2-4
เมืองไทยยังมีมนต์ขลัง นักท่องเที่ยวต่างชาติ 46% ของปี 2024 กลับมาเที่ยวซ้ำเป็นครั้งที่ 2-4 อโกด้า มองตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2025 เป้า 39 ล้านคน เป็นไปได้จากแรงหนุนปลดล็อกวีซ่า - เพิ่มเที่ยวบิน ห่วง นโยบาย EGA มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม-กรอกแบบฟอร์มเยอะทำนักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจ ลุ้น “คาสิโน” ถูกกฏหมายบูสต์นทท.เข้าไทยเพิ่มอย่างน้อย 10- 15%
นายออมรี มอร์เกนสเติร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อโกด้า เปิดเผยว่า ททท.ได้คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยปี 2025 ไว้ที่ราว ๆ 39 ล้านคน ซึ่งเกือบจะแตะระดับเดียวกับปี 2019 ซึ่ง อโกด้า มองว่า หากในอนาคตอันใกล้ไม่มีสถานการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะเกินปี 2019 แน่นอน
โดยมีปัจจัยหนุนคือ การปลดล็อค “วีซ่า” ให้การเข้าเมืองหรือการเข้ามาในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติง่ายขึ้น และ“คาปาซิตี้” หรือ กำลังความสามารถในการนำนักท่องเที่ยวเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินหรือรถไฟ หากง่ายและสดวกการเดินทางท่องเที่ยวก็จะบูมขึ้น
ทั้งนี้ประเทศไทยให้ความสำคัญกับ“วีซ่า” ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยง่ายขึ้นซึ่งหลังการปลดล็อควีซ่าให้นักท่องเที่ยวบางประเทศเห็นผลทันทีอย่างเห็นชัดเจนเช่นในกรณีของ “อินเดีย” หลังปลดล็อควีซ่าเพียง 1 เดือนมีการค้นหาที่พักเติบโตขึ้น 30% เช่นเดียวกับ “ไต้หวัน” ที่เติบโต 19% ในหนึ่งเดือนหลังปลดล็อคเช่นกัน
อย่างไรก็ดียังมีความกังวลเล็กน้อยคือ ในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยมีแผนจะทำ EGA หรือการกรอกข้อมูลออนไลน์เพื่อเข้ามาในประเทศไทย จุดที่น่าห่วงคือถ้าหากมีสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกลำบากเช่น มีค่าใช้จ่าย หรือการกรอกแบบฟอร์มจำนวนมากก็อาจทำให้เปลี่ยนใจ
“เราหวังว่า EGA ของรัฐบาลไทยจะไม่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายและความขรุขระในการใช้งาน ซึ่งตอนนี้เรายังไม่เห็นบริบททั้งหมด แต่หวังว่าคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจจะตัดสินใจออกมาอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามบทบาทของเราในฐานะบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง สิ่งที่เราสามารถช่วยรัฐบาลได้ก็คือเรามีข้อมูลเพราะฉะนั้นเราจะให้ข้อมูลที่เรามีให้รัฐบาลไปประกอบการตัดสินใจที่ถูกต้อง”
อย่างไรก็ดี ในเรื่องของ Airline capacity หรือจำนวนที่นั่งเครื่องบินหรือช่องทางอื่น ๆ ที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาในเมืองไทยปัจจุบันยังต่ำกว่าปี 2019 ประมาณ 20-22% ซึ่งคาดว่าปีหน้าจำนวนที่นั่งจะเพิ่มขึ้นประมาณ 6% เพราะฉะนั้นยังมีโอกาสที่จะจำนวนที่นั่งหรือจำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับไปเท่ากับปี 2019 เป็นไปได้
โดยเฉพาะเที่ยวบินจากอินเดียที่มีจำนวนที่นั่งเข้ามาเพิ่ม 16% นอกจากนี้ยังมีเอเชียเหนือทั้งฮ่องกงและญี่ปุ่น ที่มีกำลังความสามารถในการนำคนเข้าผ่านเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 2 เท่า ซึ่งเกินปี 2019 ไปแล้วและยังไม่รวมเกาหลี
“ประเทศไทยเหมือนยาเสพติดเพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติมักกลับเข้ามาเที่ยวซ้ำครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ซึ่ง 46% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในเมืองไทยปีนี้ เป็นการมาเมืองไทยเป็นครั้งที่ 2 - 4 เนื่องจากประเทศไทยมี “จุดขาย” จำนวนมากตั้งแต่ทะเล การผ่อนคลาย งานรื่นเริงต่างๆ วัฒนธรรมอาหาร ไปจนถึงการช็อปปิ้ง
อย่างไรก็ดีประเทศไทยยังสามารถเพิ่มศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวนอกเหนือจากการยกเลิกวีซ่าได้ ซึ่งจากการสำรวจของเราพบว่า 12% ของคนที่เลือกเดินทาง จะเลือกประเทศที่มี Theme Park เช่น Disney หรือ Universal ซึ่งถ้าสามารถเกิดขึ้นในประเทศไทยก็อาจจะช่วยให้เกิดอิมแพ็คที่ยิ่งใหญ่”
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า ตัวขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดของคนที่เดินทางคือ“ราคา” ซึ่ง อโกด้า เก่งเรื่องของการออฟเฟอร์ราคาที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศไทยแต่เป็นทุกที่ในโลก รวมทั้งเรื่องของ Localization คนที่ใช้เว็บไซต์ อโกด้า จะมีความรู้สึกว่าได้ใช้เว็บไซต์ของประเทศตัวเอง รวมทั้งช่องทางการจ่ายเงินที่รองรับระบบการจ่ายเงินของแต่ละประเทศเพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายใจและไว้วางใจ
“ราคาเป็นปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนทำให้คนตัดสินใจเดินทาง เช่นค่าธรรมเนียมวีซ่าถ้ายกเลิกไปได้ก็ดี ถ้าไม่ยกเลิกก็จะมีบางส่วนที่เมื่อต้องควักตังค์จ่ายวีซ่าก็จะไม่มา และจากการที่รัฐบาลไทยพยายามผลักดันคาสิโนและ Entertainment Complex ให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากทำให้ครบทั้งเรื่องของความปลอดภัย และประสบการณ์องค์รวม เช่นลาสเวกัสที่มีทั้งอาหาร โชว์ activity ต่างๆ ได้ก็จะมีผลที่ดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างน้อย 10-15%”