30 ปีแห่งความสำเร็จ ‘วิศิษฎ์ อึ้งรังษี’ ผู้เผยแพร่อาหารไทยบน Fox News
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 09.39 น. • HELLO! Magazine Thailandคุณตุ้ม-วิศิษฎ์ อึ้งรังษี เชฟและเจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์ในวงการทั้งในไทยและต่างประเทศมาเกือบ 30 ปี เขาจบปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและท่องเที่ยว จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะเดินทางไปศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจที่ California State University สหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วงเวลานั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ทอดยาวมาจนถึงปัจจุบัน จากพนักงานร้านอาหารพาร์ตไทม์ที่หารายได้เพื่อเป็นทุนการศึกษา สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารไทย Jasmine Thai Restaurant ในรัฐเซาธ์แคโลไรนาที่เปิด ดำเนินการยาวนานถึง 15 ปี จนท้ายที่สุดได้กลับมาปักหลักทำธุรกิจร้านอาหาร 4 แบรนด์ในประเทศไทย คือ I Pho Hot Pot, 6ixcret Meet, Sook Zaap และแฟรนไชส์ Pad Thai Grand
จากการลงมือทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ ผมได้รับรางวัลจากหลายองค์กร เช่น การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส แต่ที่ยังภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้ คือการได้ไปเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาหารไทยในรายการ ของช่อง Fox News
เสน่ห์อาหารไทยจับใจคนทั่วโลก
“ความรักในเรื่องการทำอาหารเริ่มตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ชอบที่จะเข้าครัวไปเป็นลูกมือให้คุณยายกับคุณแม่ พอได้ลงมือทำ ก็ชอบทำมากขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกว่าตัวเองมีพรสวรรค์ในด้านนี้ พอโตขึ้นช่วงเวลาแห่งการครูพักลักจำได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ตอนเรียนปริญญาโทปีแรก ผมทำงานเป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารไทย จากนั้นก็ค่อยๆ เรียนรู้ระบบการบริหารงานทั้งหน้าร้านและในครัว โดยผู้ใหญ่และรุ่นพี่ทุกคนเต็มใจถ่ายทอดความรู้มาให้
“จนวันหนึ่งเจ้าของเดิมต้องการขายกิจการ ผมตัดสินใจเทกโอเวอร์มาทำต่อในชื่อ Jasmine Thai Restaurant พยายามลองผิดลองถูก และใช้องค์ความรู้เรื่อง Hospitality ที่เรียนมาอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ได้เทกคอร์สเกี่ยวกับการทำอาหารอย่างต่อเนื่อง
“จากการลงมือทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ ผมได้รับรางวัลจากหลายองค์กร เช่น การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส แต่ที่ยังภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้ คือการได้ไปเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาหารไทยในรายการของช่อง Fox News”
สร้างตำนานครั้งใหม่ในประเทศบ้านเกิด
“หลังจากทำธุรกิจในอเมริกาเป็นเวลา 15 ปี ผมกลับมาเริ่มต้นสร้างทุกอย่างขึ้นใหม่ที่เมืองไทยตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา โดยมี I Pho Hot Pot ร้านอาหารไทย เวียดนามฟิวชั่นเป็นแบรนด์แรก ตามมาด้วย 6ixcret Meet ร้านไทยอิตาเลียนฟิวชั่น SookZaap ร้านอาหารไทย-อีสานฟิวชั่น และแบรนด์สุดท้ายคือ Pad Thai Grand ร้านผัดไทยที่ทำในรูปแบบแฟรนไชส์
“โดยแบรนด์ทั้งหมดที่ผมดูแลมีจุดร่วมเดียวกัน คือระบบการบริหารจัดการที่ถูกออกแบบไว้อย่างรัดกุม เปรียบเสมือนกับซิปประสิทธิภาพสูงที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้อย่างราบรื่น ร้านอาหารก็ไม่ต่างกัน ถ้าเซ็ตระบบไว้ดีแล้ว ทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี ผลลัพธ์คือรายได้ที่เพียงพอสำหรับการดูแลพนักงานทุกคน และที่สำคัญไม่แพ้ระบบที่ดี เป็นเรื่องของการปกครองคนด้วยใจ เพื่อให้พวกเขาทำงานอย่างมีความสุข”
หัวใจสำคัญคือการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
“สำหรับหลักการทำงานส่วนตัวที่ผมยึดไว้มาตลอด เป็นเรื่องของความรักและความซื่อสัตย์ที่มีต่ออาชีพที่เลือกทำ ต้องรู้ลึก รู้จริง พร้อมรับผิดชอบในทุกการตัดสินใจและทำทุกอย่างให้ดีที่สุดซึ่งทั้งหมดมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ในมุมมองของเชฟคนหนึ่ง แค่ลูกค้ากินอาหารหมด กินอร่อย และกลับมาหาเรา นั่นก็เป็นความสุขของคนทำงานแล้ว
“หลายครั้งที่ลูกค้าต่างชาตินึกถึงเรา เลือกมากินอาหารซ้ำ เมื่อเขากลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง และในจำนวนนี้มีดาราฮอลลีวูดรวมอยู่ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเราภูมิใจมากที่ได้ให้บริการบุคคลระดับโลก แต่มากไปกว่านั้น มันคือสิ่งที่ช่วยการันดีว่าการดำเนินธุรกิจเดินมาอย่างถูกทางและเราได้ยืนในจุดที่สูงสุดจุดหนึ่งแล้ว”
ธุรกิจที่เดินหน้าไปพร้อมกับการทำเพื่อสังคม
“เป้าหมายสำคัญในปี 2025 นอกเหนือจากการขยายสาขาที่ 6 ของแบรนด์ SookZaap ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ผมยังมีความตั้งใจที่จะเปิดโรงเรียนเล็กๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้คนกับรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่การสอนทำอาหาร แต่เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการบริหารธุรกิจ ไม่ว่าผู้เรียนสนใจจะประกอบธุรกิจอะไรก็ตาม สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในเส้นทางของตัวเองได้
“แรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์การทำโรงเรียนนี้ เกิดขึ้นจากการที่ได้มองย้อนไปในช่วงที่เริ่มทำร้านอาหารครั้งแรกที่อเมริกา ทุกคนเต็มใจสอนผมด้วยใจ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผมพร้อมจะส่งต่อให้กับคนอื่นเหมือนที่ตัวเองเคยได้รับมา และแน่นอนจะไม่คิดค่าเรียนแพง เพื่อให้น้องๆ เข้าถึงได้ ซึ่งตรงกับแนวคิดพื้นฐานของบริษัทที่ต้องการตอบแทนสังคม อย่างเช่น การร่วมงานกับมูลนิธิ Freedom Story ที่เราเดินทาง ไปสอนการทำอาหารให้กับชาวเขาในจังหวัดเชียงรายทุกปี ส่วนตัวมองว่านี่คือสมดุลที่ลงตัวของการทำธุรกิจ และการมอบสิ่งดีคืนกลับไปให้สังคม”